กสม. ศยามล ร่วมเสวนาเรื่องบทบาทรัฐในการสนับสนุนกลุ่มชาติพันธุ์ของประเทศไทย แนะฟื้นฟูภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการอนุรักษ์และรับมือภัยพิบัติ หนุนการบังคับใช้กฎหมายชาติพันธุ์บนฐานการมีส่วนร่วม

13/08/2569 47

            วันที่ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 11.00 น. นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้าร่วม เวทีเสวนาหัวข้อ “กลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง: กระแสโลกสู่สังคมไทย” ในงานรณรงค์สาธารณะเนื่องในวันชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569 ณ ห้องประชุมสัมมนา ชั้น B2 อาคารรัฐสภา เขตดุสิต กรุงเทพฯ

            ในการนี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้เสวนาและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทรัฐในการสนับสนุนเผ่าพื้นเมืองของประเทศไทย ร่วมกับ ผศ.ดร.แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร นางเรไร เที่ยงธรรม ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองประธานคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร และนางสาวพิราวรรณ วงศ์นิธิสถาพร มูลนิธิเพื่อการประสานงานชนเผ่าพื้นเมืองเอเชีย (AIPP) โดยมีนางสาวนาตยา แวววีรคุปต์ สถานีโทรทัศน์ ThaiPBS เป็นผู้ดำเนินรายการ

            วงเสวนาสะท้อนประเด็นสำคัญเกี่ยวกับภูมิปัญญาดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งในด้านองค์ความรู้และมรดกวัฒนธรรมที่ล้วนเกื้อหนุนการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การบวชป่าและป่าศักดิ์สิทธิ์ การทำเหมืองฝาย และการทำไร่หมุนเวียนเพื่อให้เกิดการพักฟื้นและฟื้นฟูของระบบนิเวศตามธรรมชาติ ซึ่งภูมิปัญญาของกลุ่มชาติพันธุ์เป็นองค์ความรู้ที่มีคุณค่าและสอดคล้องกับการอนุรักษ์ และเป็นองค์ความรู้ที่รัฐไม่จำเป็นต้องลงทุนเพิ่ม

            อย่างไรก็ดี การพรากหรือบังคับกลุ่มชาติพันธุ์ให้ออกจากพื้นที่ป่าดั้งเดิม หรือการจำกัดการเข้าถึงพื้นที่โดยไม่เคารพสิทธิมนุษยชนของคนกลุ่มนี้ อาจเป็นการตัดวงจรความรู้และภูมิปัญญาอันมีค่า โดยเห็นว่ากรอบใหม่ของการอนุรักษ์ทรัพยากรในโลกต้องมิใช่เพียงการเพิ่มพื้นที่คุ้มครอง แต่ต้องเพิ่มความเป็นธรรม สิทธิ และการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นและกลุ่มชาติพันธ์ เพื่อให้คนที่มีความสัมพันธ์กับป่าและระบบวัฒนธรรมที่ค้ำจุนระบบนิเวศได้ทำหน้าที่ดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

            สำหรับประเทศไทย การมีและบังคับใช้กฎหมายชาติพันธุ์ หรือพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 เมื่อปีที่ผ่านมา นับเป็นความก้าวหน้าเชิงนโยบายในการคุ้มครองสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งด้านความมั่นคงในที่ดินที่อาศัยและการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติเวทีเสวนาสะท้อนว่ายังมีข้อท้าทายหลายประการที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไข เช่น การทำงานแยกส่วนของหน่วยงานรัฐที่บังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับที่ดินและป่าไม้ การมีส่วนร่วมของกลุ่มชาติพันธุ์ยังอยู่ในระดับล่าง ไม่ใช่ระดับตัดสินใจ องค์ความรู้ทางธรรมชาติ และภูมิปัญญาทางพันธุกรรมที่เกี่ยวกับการใช้ การคัดเลือก ดูแลรักษา และพัฒนาทรัพยากรชีวภาพพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์พื้นบ้าน ยังไม่ถูกนำไปปรับใช้ในการจัดการทรัพยากรและภัยพิบัติ ซึ่งในประเด็นหลังนี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีความเห็นให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ฟื้นฟูภูมิปัญญาดั้งเดิมและนำไปบูรณาการปรับใช้กับองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อเสริมศักยภาพในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติ และภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

            กรรมการสิทธิมนุษยชนกล่าวเพิ่มเติมว่า หากรัฐปล่อยปละละเลยหรือบีบบังคับให้กลุ่มชาติพันธุ์อยู่ตามยถากรรมภายใต้ข้อจำกัดทางกฎหมาย เช่น การจำกัดพื้นที่ แต่เพียงอย่างเดียว การแก้ไขปัญหาเรื่องการอนุรักษ์ป่ายอมไม่ประสบผล แนวทางที่ยั่งยืนคือการส่งเสริมการมีส่วนร่วม การเคารพในวิถีวัฒนธรรม และนำภูมิปัญญาดั้งเดิมมาปรับใช้  ทั้งนี้ ที่ผ่านมาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญได้ทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการประสานความร่วมมือกับทุกกลไกของรัฐและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของกลุ่มชาตพันธุ์ โดยที่ผ่านมามีการออกหน่วยเคลื่อนที่ “คลินิกสิทธิมนุษยชน” เพื่อให้ความช่วยเหลือเรื่องสถานะบุคคล ตลอดจนให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องสิทธิในที่ดินและที่อยู่อาศัยแก่กลุ่มชาติพันธุ์และผู้ไร้สถานะ โดยแผนการดำเนินการนับจากนี้ กสม. จะมุ่งขับเคลื่อนการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 เพื่อให้มีการประกาศพื้นที่คุ้มครองทางวัฒนธรรม รวมทั้งจะร่วมกับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรเสริมสร้างศักยภาพด้านกฎหมายให้กับประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ต่อไปด้วย

            ทั้งนี้ งานวันชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569 มีการจัดกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 9 – 11 สิงหาคม 2569 โดยมีทั้งกิจกรรมการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ การแสดงเชิงวัฒนธรรม และการประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนกฎหมายชาติพันธุ์ เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 ตลอดจนติดตามความคืบหน้าการขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์และการเลือกสมาชิกสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย (สคสช.) รวมถึงเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ ชนเผ่าพื้นเมือง หน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคมและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันผลักดันการคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์อย่างเป็นรูปธรรม

เลื่อนขึ้นด้านบน