กสม.ศยามล จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในการจัดการพื้นที่ป่าแม่แจ่มในพื้นที่ ต.แม่ศึกและต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ภายใต้โครงการ “คลินิกสิทธิมนุษยชน”

13/08/2569 47

            เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมกับนายศักดิ์สิทธิ์ บุตรอุมดม หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแม่แจ่ม (เตรียมการ) จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในการจัดการพื้นที่ป่าแม่แจ่มในพื้นที่ ตำบลแม่ศึกและตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้โครงการ “คลินิกสิทธิมนุษยชน” โดยมีนายประทีป มีคติธรรม ผู้ทรงคุณวุฒิ/WWF Thailand นายชัชช์ แก้วบุตร ปลัดอำเภอแม่แจ่ม นายพิศุทธิ์ ลักษวุธ ผู้แทนสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) พร้อมด้วยผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ศึก ผู้แทนสมาคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ภาคเหนือ และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคเหนือ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคเหนือ) ร่วมให้ข้อมูลและรับฟังข้อคิดเห็นจากประชาชน โดยการประชุมดังกล่าวมีผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ตำบลแม่ศึกและตำบลแม่นาจรเข้าร่วมกว่า 60 คน ณ ห้องประชุมอำเภอแม่แจ่ม

            ในการประชุมผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนมีความเห็นและข้อเสนอในภาพรวมสอดคล้องกันว่า ไม่เห็นด้วยกับการประกาศพื้นที่เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแม่แจ่มเนื้อที่ประมาณ 67,321 ไร่ โดยเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งต้นน้ำที่ชุมชนดูแลรักษาสืบเนื่องมายาวนาน มีกฎกติกา แผนที่การใช้ประโยชน์ที่ดิน และระบบการจัดการไฟป่าของชุมชนอยู่แล้ว อีกทั้งพื้นที่ยังคงมีสถานะเป็นป่าสงวนแห่งชาติที่มีกฎหมายกำกับดูแลจึงเสนอแนวทางการจัดการพื้นที่โดยภาพรวม ดังนี้

            (1) ให้ชุมชนเป็นผู้ดูแลจัดการพื้นที่ของตนเองผ่านกลไกป่าชุมชน และ/หรือ พื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งสามารถดำเนินการควบคู่กันได้ โดยมีหน่วยงานภาครัฐทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและสนับสนุน

            (2) ปรับบทบาทของภาครัฐจากการประกาศเขตควบคุมทับพื้นที่ มาเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรที่ชุมชนดำเนินการอยู่แล้วให้เข้มแข็งและยั่งยืนยิ่งขึ้น

            (3) พิจารณาแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนอื่นในอำเภอแม่แจ่มในคราวเดียวกันอย่างเป็นระบบ

            คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่มีหน้าที่ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน จะดำเนินการต่อกรณีนี้โดยยึดโยงกับหลักสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญ ทั้งสิทธิชุมชนในการจัดการ บำรุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน สิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ในการดำรงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของตน ตลอดจนหลักการมีส่วนร่วมและการรับฟังความคิดเห็นของผู้ได้รับผลกระทบก่อนการดำเนินการของรัฐ ควบคู่กับหลักการอนุรักษ์ทรัพยากรบนฐานสิทธิมนุษยชน

            ทั้งนี้ กสม. จะรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอของชุมชน เพื่อประสานและเสนอแนะเชิงนโยบายต่อกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติดำเนินไปควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิของประชาชน โดยมิให้เกิดการละเมิดสิทธิหรือการเลือกปฏิบัติ พร้อมผลักดันให้ชุมชนเข้าถึงสิทธิตามกฎหมายอย่างแท้จริงและมีระบบสนับสนุนที่ยั่งยืนต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน