กสม. ศึกษาแนวทางปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี ย้ำคุ้มครองสิทธิมนุษยชนบนหลักสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์

27/07/2569 30

          เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 นางสาวปิติกาญจน์  สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “แนวทางการควบคุมและการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน” เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์กับผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และผู้ต้องขัง อันจะนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและพัฒนาแนวปฏิบัติ (Standard Operating Procedure: SOP) ให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานสากล ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง กรุงเทพมหานคร

          กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกล่าวว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสิทธิในกระบวนการยุติธรรมตามข้อมติสมัชชาสิทธิมนุษยชน โดยมุ่งสร้างหลักประกันให้ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรม (Access to Justice for All) บนพื้นฐานของหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ (Presumption of Innocence) ซึ่งได้รับการรับรองทั้งในรัฐธรรมนูญ กฎหมายไทย และกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ดังนั้น การควบคุมและการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดีจึงต้องเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และจำกัดสิทธิเฉพาะเท่าที่จำเป็นและได้สัดส่วนกับวัตถุประสงค์ของการควบคุมตัว

          ในการประชุมดังกล่าว นางสาววลัยลักษณ์ ชุ่มชื่น ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงาน โดยระบุว่า ณ วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ทัณฑสถานหญิงกลางมีผู้ต้องขังทั้งสิ้น 4,656 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี 2,559 คน พร้อมหารือประเด็นสำคัญด้านการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องขัง อาทิ การเข้าถึงทนายความ การพบญาติ การใช้เครื่องพันธนาการ การแต่งกายและการตัดผม การเข้าถึงบริการสุขภาพของผู้ต้องขังที่มีความหลากหลายทางเพศ ตลอดจนข้อจำกัดและความท้าทายในการปฏิบัติงาน

          ภายหลังการประชุม คณะผู้แทนสำนักงาน กสม. ได้ศึกษาดูงานในพื้นที่ปฏิบัติงานของทัณฑสถานหญิงกลาง ได้แก่ แดนแรกรับผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี จุดปฏิบัติงานเกี่ยวกับการใช้เครื่องพันธนาการ ห้องพิจารณาคดีผ่านระบบจอภาพ ห้องพบและปรึกษาทนายความ ห้องติดต่อสถานทูตและพนักงานสอบสวน รวมถึงห้องพบญาติ เพื่อศึกษาระบบการดำเนินงานและแนวปฏิบัติในสภาพแวดล้อมจริง พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นจากผู้ต้องขังเกี่ยวกับการเข้าถึงการให้คำปรึกษาทางกฎหมาย

          ข้อมูลและข้อเสนอแนะจากการประชุมและการศึกษาดูงานครั้งนี้ จะนำไปใช้ประกอบการติดตามและขับเคลื่อนข้อเสนอแนะตามข้อมติสมัชชาสิทธิมนุษยชน ตลอดจนจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรมให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

เลื่อนขึ้นด้านบน