กสม. ตรวจเยี่ยมเชิงป้องกัน ณ ศูนย์กักตัวผู้ต้องกัก ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา มุ่งยกระดับมาตรฐานสถานกักตัวคนต่างด้าวบนหลักสิทธิมนุษยชน

06/07/2569 13

          เมื่อวันที่ 2-3 กรกฎาคม 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุชาติ เศรษฐมาลินี และนางสาวสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยนายบุญเกื้อ สมนึก ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเชิงป้องกัน ณ ศูนย์กักตัวผู้ต้องกัก ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา โดยมีพันตำรวจเอก สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา และคณะเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ แลกเปลี่ยนข้อมูล ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน และหารือแนวทางความร่วมมือเพื่อยกระดับมาตรฐานการควบคุมตัวให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

          การตรวจเยี่ยมเชิงป้องกันดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินการดำเนินงานของตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลาในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านนโยบายและการบริหารจัดการ ด้านสภาพแวดล้อมทางกายภาพและโครงสร้างพื้นฐาน และด้านกระบวนการและการปฏิบัติต่อผู้ต้องกัก ให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน มาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 เพื่อลดความเสี่ยงต่อการทรมานหรือการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม ภารกิจการตรวจเยี่ยม ประกอบด้วย การรับฟังข้อมูลสรุปภาพรวมการดำเนินงานและการควบคุมตัวผู้ต้องกัก การสำรวจพื้นที่ห้องกักและสิ่งจำเป็นพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง การสุ่มสัมภาษณ์ผู้ต้องกัก และการประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อรวบรวมข้อค้นพบและข้อเสนอแนะเชิงระบบอันจะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานการควบคุมตัวตามหลักสิทธิมนุษยชน 

          ผลการตรวจเยี่ยม พบว่า ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลามีความพยายามในการบริหารจัดการศูนย์กักตัวผู้ต้องกักภายใต้ข้อจำกัดด้านทรัพยากรและบริบทของพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวด้านความมั่นคง โดยมีพัฒนาการเชิงบวกหลายประการ เช่น การติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน การจัดเจ้าหน้าที่ดูแลห้องกักตลอด 24 ชั่วโมง การจัดเก็บทรัพย์สินของผู้ต้องกักอย่างเป็นระบบและสามารถตรวจสอบได้ การจัดพื้นที่สันทนาการ พื้นที่ออกกำลังกาย และกิจกรรมปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อส่งเสริมสุขภาวะของผู้ต้องกัก รวมถึงการจัดให้มีห้องพยาบาลและแพทย์ประจำ ตลอดจนการประสานโรงพยาบาลในพื้นที่และองค์การระหว่างประเทศเพื่อสนับสนุนการดูแลด้านสุขภาพของผู้ต้องกักอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง โดยมีการแยกผู้ต้องกักตามเพศและระดับความเสี่ยง การจัดห้องแรกรับ และการประสานส่งต่อมารดาและเด็กไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมีความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศในการสนับสนุนการตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สามสำหรับผู้ต้องกักที่เข้าเกณฑ์ ซึ่งมีส่วนช่วยลดจำนวนผู้ต้องกักระยะยาวและบรรเทาความแออัดภายในศูนย์กักตัว

          คณะตรวจเยี่ยมได้มีข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาการดำเนินงาน เช่น การยกระดับสภาพแวดล้อมภายในห้องกัก การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริการสุขภาพ การจัดสรรเวลาให้ผู้ต้องกักสามารถใช้พื้นที่สันทนาการได้อย่างเหมาะสม และการส่งเสริมการติดต่อกับญาติผ่านระบบออนไลน์ภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม รวมถึงการส่งเสริมมาตรการทางเลือกแทนการกักตัวในกรณีที่เหมาะสม ทั้งนี้ สำนักงาน กสม. จะนำข้อค้นพบและข้อเสนอแนะจากการตรวจเยี่ยมเสนอต่อหน่วยงานระดับบังคับบัญชาเพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

          การตรวจเยี่ยมเชิงป้องกันดังกล่าวสะท้อนถึงความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ระหว่างสำนักงาน กสม. และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในการร่วมกันพัฒนาแนวปฏิบัติที่เคารพสิทธิมนุษยชนและสอดคล้องกับพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ อันจะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความน่าเชื่อถือในการปฏิบัติงานของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมทั้งส่งเสริมให้การบังคับใช้กฎหมายและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนสามารถดำเนินไปควบคู่กันได้อย่างสมดุล

เลื่อนขึ้นด้านบน