กสม. ร่วมรับฟังการนำเสนอโครงงานกลุ่มเชิงปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนและกิจกรรมปัจฉิมนิเทศ หลักสูตร ปสม. รุ่นที่ 5

26/05/2569 24

          เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พรประไพ  กาญจนรินทร์ พร้อมด้วยกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ปิติกาญจน์  สิทธิเดช ปรีดา  คงแป้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุชาติ  เศรษฐมาลินี ศยามล  ไกยูรวงศ์ สุภัทรา  นาคะผิว ที่ปรึกษาประจำ กสม. เลขาธิการ กสม. และที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. ด้านสิทธิมนุษยชน เข้าร่วมรับฟังการนำเสนอโครงงานกลุ่มเชิงปฏิบัติและกิจกรรมปัจฉิมนิเทศของนักศึกษาในหลักสูตรประกาศนียบัตรสิทธิมนุษยชนสำหรับนักบริหารระดับสูง (ปสม.) รุ่นที่ 5 ณ ห้องสุโขทัยธรรมราชา สถาบันพระปกเกล้า (อาคารและห้องอบรม) ชั้น 5 ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบ Zoom Meeting

          เวลา 09.00 น. กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และที่ปรึกษาโครงงานกลุ่มเชิงปฏิบัติ ประกอบด้วย ที่ปรึกษาประจำ กสม. รัตติกุล จันทร์สุริยา มณีรัตน์ มิตรปราสาท พิทยา จินาวัฒน์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ดร.มานะ นิมิตมงคล  อาจารย์ประจำศูนย์กฎหมายระหว่างประเทศ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ฐิติรัตน์ ทิพย์สัมฤทธิ์กุล พร้อมด้วยที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. ด้านสิทธิมนุษยชน วรพร นรเศรษฐวิวัฒน์ และผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชน กนกวรรณ ขวัญดี เข้าร่วมรับฟังการนำเสนอผลการศึกษาและให้ข้อเสนอแนะในโครงงานกลุ่มเชิงปฏิบัติ โดยได้ร่วมให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการจัดทำโครงงานกลุ่มเชิงปฏิบัติฉบับสมบูรณ์ใน 6 ประเด็น ได้แก่ สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี สิทธิในกระบวนการยุติธรรม การขจัดการเลือกปฏิบัติ ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (BHR) สิทธิที่เชื่อมโยงกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และปัญหาการทุจริตกับสิทธิมนุษยชน โดยภายหลังการนำเสนอโครงงานกลุ่มฯ สถาบันพระปกเกล้ามีการนำเสนอภาพรวมผลการประเมินหลักสูตร เพื่อสะท้อนข้อค้นพบและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาหลักสูตรในอนาคต

          โดยในช่วงพิธีปิดการศึกษาอบรม ประธาน กสม. ได้กล่าวชื่นชมนักศึกษาหลักสูตร ปสม. รุ่นที่ 5 ที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาอบรมด้านสิทธิมนุษยชน และเข้าร่วมหลักสูตรด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ และมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ตลอดระยะเวลาการศึกษาอบรม พร้อมทั้งแสดงความคาดหวังว่า นักศึกษาทุกคนซึ่งเป็นผู้บริหารจากองค์กรในทุกภาคส่วน จะก้าวขึ้นเป็นเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชนที่มีบทบาทสำคัญในการนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากหลักสูตรไปขยายผลอย่างกว้างขวาง อันจะช่วยส่งเสริมความตระหนักรู้และสร้างความเข้มแข็งด้านสิทธิมนุษยชนให้แก่สังคมไทยในวงกว้าง พร้อมเน้นย้ำว่า ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมไทยที่เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาค และหลักสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริง

          นอกจากนี้ ได้กล่าวขอบคุณสถาบันพระปกเกล้าที่ร่วมสนับสนุนและขับเคลื่อนหลักสูตรด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาผู้นำทางสังคมและสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้เกิดขึ้นแก่ประเทศไทยอย่างยั่งยืน

เลื่อนขึ้นด้านบน