สำนักงาน กสม. ร่วมกับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาแนวทางการทำงานเพื่อการจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์

22/05/2569 34

          เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องประชุม 401 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) นำโดยนางสาวศยามล  ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วย นายไพโรจน์  พลเพชร และ นางสาวมณีรัตน์  มิตรปราสาท ที่ปรึกษาประจำ กสม. ร่วมกับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาแนวทางการทำงานเพื่อการจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์มี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและร่วมสร้างความรู้ความเข้าใจในหลักการและเจตนารมณ์ของกฎหมายลดความขัดแย้งในระดับพื้นที่นำไปสู่การขับเคลื่อนภารกิจของแต่ละหน่วยงานอันส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานของรัฐที่กำกับดูแล และปฏิบัติหน้าที่ด้านการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น อีกทั้งยังมีผู้ทรงคุณวุฒิของสำนักงาน กสม. และนักวิชาการ จำนวนประมาณ 30 คน  

          ที่ประชุมได้มีการนำเสนอองค์ความรู้ สถานการณ์ และร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อเสนอแนะแนวทางในการดำเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยได้มีการกล่าวถึงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 70 บัญญัติว่ารัฐพึงส่งเสริมและให้ความคุ้มครองชาวไทยกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ให้มีสิทธิดำรงชีวิตในสังคมตามวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตดั้งเดิมตามความสมัครใจได้อย่างสงบสุข ไม่ถูกรบกวน ทั้งนี้ เท่าที่ไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐหรือสุขภาพอนามัย เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์ให้สามารถดำรงวิถีชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตามหลักสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ประเทศไทยจึงได้ตรากฎหมายและประกาศใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 ขึ้น โดยในปี 2569 อยู่ระหว่างการจัดทำกฎหมายลำดับรองเพื่อขับเคลื่อนเจตนารมณ์ของกฎหมาย พบว่ายังมีข้อห่วงกังวลและการตีความขอบเขตรวมถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ไม่ตรงกัน โดยเฉพาะในประเด็นการประกาศพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ หลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในที่ดินและทรัพยากรในพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ รวมถึงแนวทางการคุ้มครองสิทธิในที่ดินทำกินของกลุ่มชาติพันธุ์ โดยอาจเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้จะให้อิสระต่อกลุ่มชาติพันธุ์มากเกินไปและสูญเสียพื้นที่อนุรักษ์ โดยพื้นที่ต่าง ๆ ส่วนใหญ่มีความทับซ้อนกับพื้นที่ดูแลของหน่วยงานราชการต่าง ๆ จึงอาจเกิดความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานราชการกับกลุ่มชาติพันธุ์ในระดับพื้นที่

          ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เห็นความสำคัญและมีการขับเคลื่อนการดำเนินงานในเรื่องนี้มาโดยตลอดการประชุมครั้งนี้จึงถือเป็นการสร้างความร่วมมือที่จะนำไปสู่การสร้างความรู้ ความเข้าใจในหลักการและเจตนารมณ์ของกฎหมาย ลดความขัดแย้งในระดับพื้นที่ที่นำไปสู่การขับเคลื่อนภารกิจของแต่ละหน่วยงาน อันก่อให้เกิดการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ร่วมกันในระยะต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน