กสม. ศยามล ร่วมรายการสถานีประชาชน Thai PBS : โครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด

20/05/2569 33

          เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.00 น. นางสาวศยามล  ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สนทนาสดรายการสถานีประชาชน Thai PBS ประเด็น การคัดค้านถนนหลังเขื่อนตามโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด ร่วมกับ นางสาวธิดารัตน์  อนันตรกิตติ และนายธีรเดช  งามเหลือ พิธีกรไทยพีบีเอส

          กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า ชาวบ้านในพื้นที่หลังเขื่อนผู้ได้รับผลกระทบแจ้งว่า ไม่ได้รับทราบข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด จึงมีความห่วงกังวลว่าโครงการดังกล่าวจะทับซ้อนกับพื้นที่ครอบครองซึ่งเป็นที่งอกริมแม่น้ำที่ตั้งบ้านเรือนอยู่มาตั้งแต่บรรพบุรุษ และจะมีบุคคลภายนอกสัญจรไปมาเข้าถึงพื้นที่ชุมชนโดยง่ายทำให้ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ดังนั้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จึงเปิดเวทีรับฟังข้อมูลทุกมิติของโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมรอยัล ริเวอร์ โดยเชิญกรุงเทพมหานคร กรมเจ้าท่า กรมที่ดิน กรมศิลปากร และศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) รวมถึงนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์และสิ่งแวดล้อม ได้แก่ รศ. พิเศษ ศรีศักร วัลลิโภดม และ นายวีระพันธุ์ ชินวัตร มาให้ข้อมูลแก่ชาวบ้าน

          ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครแจ้งวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อเพิ่มพื้นที่สาธารณประโยชน์ตามข้อเสนอแนะจากองค์การอนามัยโลก และทางสาธารณะที่เข้าถึงชุมชนจะอำนวยความสะดวกในการส่งต่อผู้ป่วยในชุมชนถึงสถานพยาบาลได้โดยเร็ว เป็นการสร้างสวนสาธารณะระยะทาง 3 กิโลเมตร วงเงินงบประมาณ 264 ล้านกว่าบาท จะดำเนินการในพื้นที่สาธารณะเท่านั้น อยู่ในขั้นตอนร่างแบบโดยสำนักงานพัฒนาและฟื้นฟูเมือง กรุงเทพมหานคร และยังมิได้ใช้จ่ายงบประมาณแต่อย่างใด

          กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกล่าวต่อว่าจากการลงพื้นที่พบว่า เป็นชุมชนดั้งเดิมที่อยู่ร่วมกันระหว่างชาวไทยมุสลิมและชาวไทยพุทธมาแต่โบราณกาล มีมัสยิดบางอ้อ วัดอาวุธวิกสิตาราม วัดฉัตรแก้วจงกลณี กรณีมัสยิดบางอ้อเป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายโบราณสถาน ซึ่งเป็นสถานที่ดึงดูดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้ ดังนั้น โครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา 3 กิโลเมตรนี้ จะยกเลิก หรือพัฒนาต่อในรูปแบบใด ต้องได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายทั้งในมิติสิทธิในที่อยู่อาศัย สิทธิชุมชน สิทธิทางวัฒนธรรม และสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน โดยให้ชาวบ้านในพื้นที่ร่วมออกแบบการพัฒนาโครงการ จึงจะทำให้ดำเนินการต่อไปได้และมีความยั่งยืนจากการดูแลและธำรงรักษาอย่างต่อเนื่องไปกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน

เลื่อนขึ้นด้านบน