กสม. ปิติกาญจน์ ร่วมการประชุม World Human Rights Cities Forum ณ เมืองกวางจู ชูบทบาทสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการสนับสนุนเมืองสิทธิมนุษยชน

19/05/2569 34

          เมื่อวันที่ 13 – 15 พฤษภาคม 2569 นางสาวปิติกาญจน์  สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. เข้าร่วมการประชุม World Human Rights Cities Forum (WHRCF) ครั้งที่ 16 ณ เมืองกวางจู ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและขับเคลื่อนแนวคิดเมืองสิทธิมนุษยชน ตลอดจนเป็นเวทีกลางสำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรสิทธิมนุษยชน และผู้เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ อันจะนำไปสู่การพัฒนากลไกในการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนของประชาชนในระดับท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม

          ในการประชุมช่วง Plenary Session ภายใต้หัวข้อ “เมืองสิทธิมนุษยชนกับการรับมือระบอบอำนาจนิยมและประชานิยม” กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้นำเสนอบทบาทของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการสนับสนุนเมืองสิทธิมนุษยชน โดยระบุถึงสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปและช่องว่างความเหลื่อมล้ำที่มากขึ้น รวมถึงการแพร่กระจายของข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน ส่งผลให้ระบอบอำนาจนิยมและวาทกรรมประชานิยมมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้น ซึ่งบั่นทอนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ ปัญหาการคอร์รัปชันยังเป็นอีกประเด็นสำคัญที่มีผลกระทบกับสิทธิมนุษยชนโดยตรง ดังนั้น การส่งเสริมแนวคิดเมืองสิทธิมนุษยชนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้ท้องถิ่นเห็นความสำคัญของหลักการสิทธิมนุษยชน และพัฒนาสู่ความเป็นเมืองสิทธิมนุษยชน โดยจำเป็นต้องบูรณาการหลักการสิทธิมนุษยชนเข้ากับการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการเมืองที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ การไม่เลือกปฏิบัติ และการยอมรับความแตกต่าง

          นอกจากนี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติยังได้เน้นย้ำถึงบทบาทในการสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ในการก้าวสู่การเป็นเมืองสิทธิมนุษยชน ผ่านการสนับสนุนใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ (1) การสร้างกลไกการประสานงานและสนับสนุนองค์ความรู้ รวมถึงการวิเคราะห์กรอบนโยบายของกรุงเทพมหานครผ่านมุมมองด้านสิทธิมนุษยชน (2) การสร้างความตระหนักด้านสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาศักยภาพให้แก่เจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นและผู้ที่เกี่ยวข้อง และ (3) การสนับสนุนการวิจัยและการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับเมืองสิทธิมนุษยชนที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล

          นอกจากนั้น ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้กำหนดให้ประเด็น “ทุจริตกับสิทธิมนุษยชน” เป็นประเด็นสำคัญที่จะขับเคลื่อนร่วมกับภาคีเครือข่ายภายใต้งานสมัชชาสิทธิมนุษยชน ด้วยเห็นว่าการคอร์รัปชันมิได้ส่งผลกระทบเพียงด้านเศรษฐกิจเท่านั้น หากยังบั่นทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเท่าเทียม ความยุติธรรม และกระทบต่อการเข้าถึงสิทธิต่าง ๆ ของประชาชนอีกด้วย กสม. จึงให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันผ่านมุมมองด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อสร้างความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายของประชาชน อันเป็นรากฐานสำคัญของการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในระดับท้องถิ่น

          ทั้งนี้ ในช่วงการประชุมดังกล่าว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. ได้เข้าร่วมกิจกรรมคู่ขนานจำนวน 3 กิจกรรม ได้แก่ (1) กิจกรรม Human Rights Tour เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์การต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยของประชาชนเมืองกวางจู ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์สำคัญและเป็นจุดเริ่มต้นของการนำหลักการสิทธิมนุษยชนมาใช้เป็นฐานในการออกกฎหมายและการบริหารจัดการเมือง (2) กิจกรรม Human Rights Paper Session ซึ่งเป็นเวทีนำเสนองานวิจัยด้านสิทธิมนุษยชนโดยนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศ สำหรับประเทศไทยโดยมหาวิทยาลัยมหิดล ได้นำเสนองานวิจัยในประเด็นการเปรียบเทียบองค์ประกอบของเมืองสิทธิมนุษยชน ปัจจัยความสำเร็จ และข้อท้าทายจากเมืองต้นแบบ ได้แก่ กรุงเวียนนา เมืองลุนด์ และเมืองยอร์ค เพื่อนำมาปรับใช้ในการออกแบบเป็นแนวทางการสร้างเมืองสิทธิมนุษยชนที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย และ (3) กิจกรรม UNESCO APCIC Session ซึ่งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนในหัวข้อ “การสร้างเมืองที่ครอบคลุมและยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” โดย นางสาวศศิพิมพ์  อร่ามพิบูลกิจ ผู้อำนวยการสำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนในประเด็นการเปลี่ยนแปลงและการขยายตัวของความเป็นเมืองในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมยกตัวอย่างการดำเนินงานของ กสม. เพื่อสนับสนุนการสร้างเมืองสิทธิมนุษยชนและการบริหารจัดการในระดับท้องถิ่น อาทิ การจัดตั้งสำนักงานส่วนภูมิภาคเพื่อยกระดับความสามารถในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมถึงการพัฒนากลไกการรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นมิตรต่อเด็กและเยาวชนร่วมกับองค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของเด็กและเยาวชนในการเข้าถึงและใช้งานได้อย่างเหมาะสม

          World Human Rights Cities Forum เป็นเวทีระหว่างประเทศที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยเมืองกวางจูร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนให้ท้องถิ่นพัฒนาสู่การเป็นเมืองสิทธิมนุษยชน โดยข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (High Commissioner for Human Rights) ตั้งเป้าหมายว่าจะผลักดันให้มีเมืองสิทธิมนุษยชนทั่วโลก 1,000 เมืองภายในปี 2030 สำหรับประเทศไทย กสม. มุ่งมั่นขับเคลื่อนให้มีการนำหลักการสิทธิมนุษยชนมาใช้เป็นฐานในการบริหารจัดการและพัฒนาเมือง โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน รวมถึงมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยที่จัดทำร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างเมืองที่เคารพสิทธิมนุษยชน ส่งเสริมความเสมอภาคและการมีส่วนร่วม ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน