กสม. ปรีดา ลงพื้นที่ประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน กรณีโครงการขุดลอกลำน้ำในพื้นที่จังหวัดพัทลุงอาจกระทบต่อสิทธิชุมชนและสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี

12/05/2569 34

          เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นางปรีดา  คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยนายไพโรจน์  พลเพชร ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายอัตถพงษ์  ฉันทานุมัติ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม นายสุเรนทร์  ปะดุกา ผู้อำนวยการสำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคใต้ และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. ลงพื้นที่รับฟังข้อเท็จจริงและประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน กรณีประชาชนร้องเรียนว่าโครงการขุดลอกลำน้ำในพื้นที่หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 6 ตำบลท่าแค อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง อาจกระทบต่อวิถีชีวิตชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยการรับฟังข้อมูลของประชาชนและผู้แทนชุมชนในพื้นที่ตำบลท่าแคและตำบลร่มเมืองได้สะท้อนวิถีชีวิตที่อยู่ร่วมกับลำน้ำและข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อระบบนิเวศ วิถีชีวิต และสิทธิในการมีส่วนร่วมของชุมชน จากกรณีการดำเนินโครงการขุดลอกลำน้ำและก่อสร้างโครงสร้างป้องกันตลิ่งในพื้นที่หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 6 ตำบลท่าแค รวมทั้งความกังวลว่าอาจมีการดำเนินโครงการต่อเนื่องไปยังพื้นที่คลองวัดนาโอ่และชุมชนตำบลร่มเมือง โดยเห็นว่าที่ผ่านมาประชาชนจำนวนมากไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารหรือมีส่วนร่วมอย่างเพียงพอก่อนการดำเนินโครงการ พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่าปัญหาการกัดเซาะตลิ่งส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการบริหารจัดการการเปิด–ปิดประตูระบายน้ำ และการดูดทรายในพื้นที่ มากกว่าเหตุจากสภาพธรรมชาติ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เสนอให้มีการแจ้งข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอย่างรอบด้านก่อนดำเนินโครงการใด ๆ ในอนาคต และผู้ทรงคุณวุฒิฯ ได้เสนอแนะให้ใช้แนวทางแก้ไขเชิงธรรมชาติ (Nature-based Solutions) ควบคู่กับการส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกันจัดตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำร่วมกับหน่วยงานของรัฐอย่างยั่งยืน

          จากนั้นได้ประชุมประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งได้มีการหารือข้อเท็จจริงและแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงสาเหตุของปัญหาการกัดเซาะตลิ่ง แนวทางการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากและฤดูแล้ง ตลอดจนข้อจำกัดด้านงบประมาณและแนวทางการออกแบบโครงสร้างป้องกันตลิ่ง และยืนยันว่ายังไม่มีโครงการขุดลอกลำน้ำในพื้นที่ตำบลร่มเมือง ขณะที่ประชาชนและผู้แทนชุมชนได้สะท้อนข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการเปิด–ปิดประตูน้ำต่อการกัดเซาะตลิ่ง การประกอบอาชีพ และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำ รวมทั้งเสนอให้มีระบบแจ้งข้อมูลล่วงหน้าแก่ประชาชน และให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างต่อเนื่องก่อนดำเนินโครงการที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีข้อเสนอให้พิจารณาใช้แนวทางเชิงธรรมชาติ ควบคู่กับมาตรการทางวิศวกรรม รวมทั้งส่งเสริมการจัดตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 เพื่อสร้างกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำร่วมกับหน่วยงานของรัฐ

          ในการนี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นว่า โครงการขุดลอกลำน้ำในพื้นที่หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 6 หน่วยงานได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว จึงเสนอแนะให้อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ติดตามปัญหาผลกระทบต่อประชาชนริมคลองโดยควรมีคณะทำงานร่วมกับชุมชนและภาคส่วนอื่นด้วยรวมถึงปัญหาการดูดทรายในพื้นที่ แล้วรายงานให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ทราบ สำหรับพื้นที่ตำบลร่มเมืองซึ่งพบสภาพตลิ่งริมคลองพังทลาย ซึ่งโครงการชลประทานจังหวัดพัทลุงยืนยันข้อมูลว่าไม่มีโครงการในพื้นที่ดังกล่าว จึงเสนอแนะให้จังหวัดพัทลุงประสานโยธาธิการจังหวัดเข้าแก้ปัญหาเฉพาะจุดน้ำกัดเซาะโดยใช้แนวทางแก้ไขเชิงธรรมชาติ นอกจากนี้ ขอให้จังหวัดพัทลุงถอดบทเรียนการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ โดยประสานความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในการสนับสนุนองค์ความรู้ทางวิชาการ สำหรับพัฒนาแนวทางบริหารจัดการน้ำและการคุ้มครองสิทธิชุมชนให้เหมาะสมและยั่งยืน และมอบฝ่ายเลขานุการประสานความร่วมมือต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน