สำนักงาน กสม. จัดประชุมหารือระดับสูงว่าด้วยการเข้าเป็นภาคี OPCAT เปิดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างประเทศ และหารือแนวทางพัฒนากลไกป้องกันการทรมานของประเทศไทย

19/03/2569 32

      เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2568 ที่โรงแรมรามาการ์เดนส์ กรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) ร่วมกับภาคีความร่วมมือระหว่างประเทศ จัดประชุมหารือระดับสูงว่าด้วยการเข้าเป็นภาคี OPCAT (High-Level Dialogue on OPCAT Ratification) เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในระดับนโยบายเกี่ยวกับพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน และการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (Optional Protocol to the Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment: OPCAT) รวมทั้งหารือแนวทางการพัฒนาระบบการป้องกันการทรมานของประเทศไทยในระยะยาว

     การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์การระหว่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ควบคุมตัวเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของ OPCAT ในฐานะกลไกระหว่างประเทศที่มุ่งเน้นการป้องกันการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยผ่านการตรวจเยี่ยมสถานที่ควบคุมตัวอย่างสม่ำเสมอและเป็นระบบ รวมทั้งการพัฒนากลไกการตรวจเยี่ยมเชิงป้องกันในระดับประเทศ หรือ National Preventive Mechanism (NPM)

       ในช่วงกล่าวต้อนรับ Ms. Cynthia Veliko ผู้แทนประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ และ Mr. David Thomas รองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูต สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ได้กล่าวถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตลอดจนการสนับสนุนการพัฒนามาตรการป้องกันการทรมานในระดับประเทศ

      ต่อมา นางสาวปิติกาญจน์  สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้กล่าวเปิดการประชุมและนำเสนอประเด็นเชิงนโยบายเกี่ยวกับความสำคัญของ OPCAT โดยเน้นว่า หลักการสำคัญของพิธีสารดังกล่าว คือ การพัฒนาระบบการป้องกันการทรมานโดยผ่านกลไกการตรวจเยี่ยมเชิงป้องกัน ซึ่งช่วยเสริมสร้างความโปร่งใสของสถานที่ควบคุมตัว และสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

       การประชุมได้เปิดพื้นที่ให้เรียนรู้จากประสบการณ์ของประเทศที่เป็นรัฐภาคี OPCAT โดย Mr. Charlie Taylor ผู้ตรวจการเรือนจำแห่งอังกฤษและเวลส์ ได้นำเสนอประสบการณ์ของสหราชอาณาจักรในการพัฒนากลไก NPM ในลักษณะเครือข่ายความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ขณะที่ Ms. Faydah Maniri Dumarpa กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของฟิลิปปินส์ ได้นำเสนอประสบการณ์ของประเทศฟิลิปปินส์ในการดำเนินบทบาทของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้านการตรวจเยี่ยมเชิงป้องกันในบริบทของประเทศกำลังพัฒนา

       นอกจากนี้ การประชุมยังเปิดเวทีให้หน่วยงานภาครัฐของประเทศไทยร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทั้งในมิติของพันธกรณีระหว่างประเทศและระบบกฎหมายภายในประเทศ รวมทั้งประสบการณ์จากหน่วยงานผู้ปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ควบคุมตัว ได้แก่ กรมราชทัณฑ์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี โดยมีการสะท้อนถึงความพร้อม ข้อกังวล และโอกาสในการพัฒนาระบบการตรวจเยี่ยมเชิงป้องกันในบริบทของประเทศไทย

       การประชุมยังได้รับฟังมุมมองจากกลไกของสหประชาชาติ โดย Ms. Barbara Bernath สมาชิกคณะอนุกรรมการว่าด้วยการป้องกันการทรมาน (Subcommittee on Prevention of Torture: SPT) ซึ่งได้นำเสนอประสบการณ์การดำเนินงานของ OPCAT ในรัฐภาคี รวมทั้งข้อพิจารณาที่สำคัญสำหรับประเทศที่กำลังพัฒนากลไกการป้องกันการทรมานในระดับประเทศ

       ในช่วงท้ายของการประชุม นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้กล่าวสรุปประเด็นสำคัญจากการหารือ โดยสะท้อนว่า การพัฒนากลไกการป้องกันการทรมานที่มีประสิทธิภาพจะเป็นประโยชน์   

       ต่อทั้งผู้ถูกควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และระบบยุติธรรมโดยรวม พร้อมทั้งเสนอให้มีการหารือเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่อง เพื่อพิจารณาทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทยในอนาคต

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์จากทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการพิจารณาเชิงนโยบายของประเทศไทยเกี่ยวกับการพัฒนากลไกการป้องกันการทรมาน และการยกระดับมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศในระยะต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน