กสม. ลงพื้นที่บูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนโครงการคลินิกสิทธิมนุษยชนเพื่อแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชนชาวเลอูรักลาโว้ยอย่างยั่งยืน ณ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่

24/02/2569 77

            เมื่อวันที่ 19-20 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นำโดย นางปรีดา  คงแป้น นางสาวสุภัทรา  นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยนางสาวมณีรัตน์  มิตรปราสาท ที่ปรึกษาประจำ กสม. และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนพื้นที่ภาคใต้ ลงพื้นที่อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ประชุมหารือร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนโครงการคลินิกสิทธิมนุษยชนเพื่อแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชนของชาวเลอูรักษ์ลาโว้ยในพื้นที่อำเภอเกาะลันตา ทั้งนี้ เกาะลันตาเปรียบเสมือนศูนย์กลางของชาวเลอูรักลาโว้ยในภาคใต้ ปัจจุบันชาวเลประสบข้อท้าทายหลายด้าน อาทิ การเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การศึกษา ปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัย เนื่องจากชุมชนตั้งอยู่ในเขตป่าชายเลน ปัญหาการเข้าถึงและจัดการทรัพยากร ปัญหาช่องว่างระหว่างกฎหมายรัฐและวิถีชุมชน ซึ่งเป็นความขัดแย้งเชิงนโยบายระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรของรัฐกับการคุ้มครองสิทธิในการดำรงชีพตามวิถีวัฒนธรรมของชุมชนชาวเล

            การลงพื้นที่ในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นในสร้างการรับรู้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการเชิงรุกระดับพื้นที่ โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดกระบี่ เช่น กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง วัฒนธรรมจังหวัดกระบี่ สาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลเกาะลันตา อำเภอเกาะลันตา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ มูลนิธิชุมชนไท สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เข้าร่วม โดยโครงการนี้มีแผนในการดำเนินการตลอดปีงบประมาณ 2569 มีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังประเด็นปัญหาสิทธิมนุษยชนของชาวเลอูรักลาโว้ยบนเกาะลันตาและแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างมีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่าย เป็นการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 โดยมุ่งหมายให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการทำให้พื้นที่ชุมชนชาวเลอูรักลาโว้ยบนพื้นที่เกาะลันตาได้รับการประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ครบทุกชุมชน และมีแนวทางการรับรองสิทธิในที่อยู่อาศัยและการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนสำหรับชุมชนชาวเล

            ทั้งนี้ การประชุมหารือร่วมกันสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานและภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องที่จะนำไปสู่การคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน