กสม. สุภัทรา ประชุมแลกเปลี่ยนความเห็นการบังคับใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด มุ่งเสนอปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องหลักสิทธิมนุษยชน

30/01/2569 36

          เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 นางสาวสุภัทรา  นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วย นายพิทยา  จินาวัฒน์ และนายบุญแทน  ตันสุเทพวีรวงศ์ ที่ปรึกษาประจำ กสม. นางสาวทิพย์ธีรา  รัมมณีย์ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. เข้าร่วม “การประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อการบังคับใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน” ร่วมกับผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและองค์กรภาคประชาสังคม ณ ห้องลีลาวดี โรงแรมรามา การ์เด้น กรุงเทพมหานคร

          ช่วงเช้า กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกล่าวเปิดเวทีในหัวข้อ “เจตนารมณ์ของประมวลกฎหมายยาเสพติดและสถานการณ์การบังคับใช้” โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ นายอุดมชัย  โลหณุต ผู้อำนวยการกองกฎหมาย สำนักงาน ป.ป.ส. นายแพทย์ภาสกร  ชัยวานิชศิริ ที่ปรึกษาสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพ. อภินันท์  อร่ามรัตน์ ประธานมูลนิธิวิชาการสารเสพติด นายแพทย์โภคิน  ศักรินทร์กุล รองผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด (สคส.) และ ดร. สันติ  ผิวทองคำ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดวิเชียรบุรี ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย โดยชี้ว่าหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและสังคมยังขาดความเข้าใจเจตนารมณ์ของกฎหมายที่มุ่งแยกผู้เสพออกจากผู้ค้า เน้นเอาผิดผู้ค้ายารายใหญ่ ยกเลิกบทสันนิษฐานเด็ดขาด และพิจารณาพฤติการณ์แทนปริมาณยา

          ที่ประชุมยังได้หารือถึงกฎกระทรวงกำหนดปริมาณยาเสพติดเพื่อสันนิษฐานว่ามีไว้เสพ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2567 ซึ่งกำหนดเพียง 1 หน่วยการใช้ ส่งผลให้ผู้ต้องขังคดียาเสพติดเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 71 ในเดือนมกราคม 2569 อันไม่สอดคล้องกับแนวคิดลดทอนความเป็นอาชญากรรม (Decriminalization) และหลักสิทธิมนุษยชน พร้อมเน้นความสำคัญของการบำบัด ฟื้นฟู และแนวทางลดอันตรายจากการใช้ยาเสพติด (Harm Reduction) โดยชุมชนเป็นศูนย์กลาง และความร่วมมือกับองค์กรภาคประชาสังคม

          ช่วงบ่าย นายพิทยา จินาวัฒน์ ที่ปรึกษาประจำ กสม. เปิดเวทีในหัวข้อ “อำนาจเลขาธิการ ป.ป.ส. ในการอนุมัติแจ้งข้อหาในความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด” โดยมีวิทยากร ได้แก่ นายอุดมชัย โลหณุต ผู้อำนวยการกองกฎหมาย สำนักงาน ป.ป.ส. พ.ต.อ. สมเกียรติ จักรชุม รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 2 นายอุดมศักดิ์ โหมดม่วง อัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติด 11 ดร. สันติ  ผิวทองคำ และนายสมชาย หอมลออ ผู้ทรงคุณวุฒิของ กสม. ในฐานะทนายความสิทธิมนุษยชนร่วมอภิปรายถึงกระบวนการแจ้งข้อหาในคดีร้ายแรงตามมาตรา 125 และ 127 ของประมวลกฎหมายยาเสพติด การขออนุมัติจากเลขาธิการ ป.ป.ส. ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนหลักการควบคุมอาชญากรรม หลักนิติธรรม การตรวจสอบถ่วงดุล และการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหา

          ผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมอภิปรายและให้ความเห็นอย่างกว้างขวางในหลากหลายมิติ ทั้งมุมมองด้านการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ (Crime Control) และการคุ้มครองกระบวนการยุติธรรมตามหลักนิติธรรม (Due Process) การตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ต้องหาในคดียาเสพติด โดยเฉพาะความผิดฐานสมคบหรือสนับสนุน ซึ่งในทางปฏิบัติมักอาศัยคำซัดทอดเป็นพยานหลักฐานสำคัญ ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นว่าคดียาเสพติดมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรม จึงจำเป็นต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและการประสานงานระหว่างหน่วยงานอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งพิจารณาปรับปรุงแนวทางปฏิบัติ ระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างสมดุล

          การประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านจากทุกภาคส่วน เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงระบบต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันจะนำไปสู่การปรับปรุงการบังคับใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติดให้มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน

 

เลื่อนขึ้นด้านบน