กสม. จัดเวทีสัมมนารับฟังความคิดเห็นต่อการจัดทำกฎหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศบนฐานสิทธิมนุษยชน ภาคตะวันออก

11/09/2567 790

          เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2567 เวลา 09.00 – 16.30 น. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา และสมัชชาองค์กรเอกชนด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ (สคส.) จัดงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นต่อการจัดทำกฎหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศบนฐานสิทธิมนุษยชน ภาคตะวันออก ณ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี และผ่านระบบออนไลน์ (Facebook Live) โดยมีกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมการสัมมนาจากภาคประชาสังคมและภาคประชาชนต่าง ๆ ในภาคตะวันออก จำนวนประมาณ 30 คน 

          ปัจจุบันมีการจัดทำร่างกฎหมายเพื่อแก้ไขวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแล้ว 3 ฉบับ ได้แก่ 1) ร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. .... ยกร่างโดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม/กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปัจจุบันกรมฯ อยู่ระหว่างปรับปรุงร่าง) 2) ร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. .... ยกร่างและเสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร/พรรคก้าวไกล (ปัจจุบันคือพรรคประชาชน) 3) ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการลดก๊าซเรือนกระจกและคาร์บอนเครดิต พ.ศ. .... ยกร่างและเสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร/พรรคพลังประชารัฐ

          ทั้งนี้ การจัดงานสัมมนาดังกล่าวมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องสิทธิมนุษยชนต่อบริบทการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพื่อรับฟังข้อมูลและความคิดเห็นต่อการจัดทำกฎหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สำหรับการจัดทำข้อเสนอแนะตามหน้าที่และอำนาจของ กสม. ในการตรากฎหมายดังกล่าวต่อรัฐบาลและรัฐสภาได้อย่างครบถ้วนมากขึ้น

          ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุวัตน์  อนันทนาธร รองคณบดีคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ในการกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมสัมมนา จากนั้นนางสาวศยามล  ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ "สิทธิมนุษยชนในบริบทการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ทั้งนี้ กิจกรรมในงานช่วงเช้าประกอบด้วย การเสวนา "เสียงของคนตะวันออกต่อปัญหาโลกร้อนและกฎหมายต้านโลกร้อน" โดย นางนันทวัน  หาญดี  สมาคมเกษตรทางเลือก จังหวัดฉะเชิงเทรา นายมานพ  สนิท เครือข่ายชายฝั่งทะเลบูรพา 5 จังหวัดภาคตะวันออก และนายสรวิศ  เหลาเกิ้มหุ่ง นักเขียน/นักกิจกรรมทางสังคม จากนั้นเป็นการเสวนา "กฎหมายต้านโลกร้อน : โอกาส ความท้าทาย และข้อเสนอแนะ" โดย ดร. เอกลักษณ์  ณัถฤทธิ์  ภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ดร.ชิตาพร  พิศลยบุตร โต๊ะวิเศษกุล ภาควิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ดำเนินรายการโดย ดร.เมทินา  อิสริยานนท์  ภาควิชารัฐศาสตร์  มหาวิทยาลัยบูรพา ช่วงบ่าย เป็นกิจกรรมระดมความเห็นกลุ่มย่อย "คนตะวันออกเอายังไง? กับกฎหมายต้านโลกร้อน" ในประเด็นต่างๆ ดังนี้ 1) การลดก๊าซเรือนกระจก 2) การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 3) ความสูญเสียและเสียหาย การเข้าถึงความยุติธรรมและการเยียวยา

          จากการระดมความคิดเห็น แม้ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่จะเห็นความจำเป็นในการมีกฎหมายเพื่อรับมือกับวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่เห็นว่าการจัดทำร่างกฎหมายยังขาดกระบวนการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนอย่างครอบคลุม และเนื้อหาของกฎหมายยังมีข้อกังวลในหลายประเด็น โดยเฉพาะระบบซื้อ-ขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และคาร์บอนเครดิตที่อาจนำมาซึ่ง “การฟอกเขียว” อันเป็นการใช้ประโยชน์ทางพื้นที่สีเขียวเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ และร่างกฎหมายนี้ยังมีเนื้อหาที่ไม่ชัดเจน ไม่ครอบคลุม และอาจไม่สามารถบังคับใช้ได้จริง ดังนั้น จึงมีข้อเสนอให้มีการเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วน รวมถึงชุมชนท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการร่างกฎหมายมากขึ้น และควรทำให้เนื้อหากฎหมายมีความชัดเจน รับรองสิทธิของชุมชนอย่างครอบคลุม เพิ่มการมีส่วนร่วมในกลไกการบังคับใช้กฎหมาย ให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจให้ชุมชนท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจและดำเนินการ โดยเฉพาะในการจัดทำแผนต่าง ๆ ตามกฎหมาย และควรบูรณาการร่างกฎหมายนี้กับกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อน และสร้างความสอดคล้องในการบังคับใช้กฎหมาย นอกจากนี้ เนื่องจากผู้เข้าร่วมสัมมนาส่วนใหญ่มองว่าการซื้อ-ขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และคาร์บอนเครดิตจะเป็นเครื่องมือในเกิดการฟอกเขียวของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ และไม่อาจนำไปสู่การลดการปล่อยคาร์บอนได้จริง จึงเสนอว่ายังไม่ควรกำหนดมาตรการดังกล่าวไว้ในกฎหมาย

          ในช่วงท้าย กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้กล่าวปิดการสัมมนา โดยกล่าวว่า กสม. ยังมีเวทีลักษณะนี้ในพื้นที่ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่ง กสม. จะรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะไปจัดทำข้อเสนอแนะตามหน้าที่และอำนาจของ กสม. ประกอบการจัดทำกฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน