กสม.สุภัทรา บรรยาย หัวข้อ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักสิทธิมนุษยชน หลักสูตร บสส. รุ่นที่ 2 กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

15/08/2567 674

          เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2567 เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมเบซิล ชั้น 3 โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พลัสแวนด้าแกรนด์ ถนนแจ้งวัฒนะนางสาวสุภัทรา  นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นวิทยากรบรรยาย หัวข้อ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักสิทธิมนุษยชน หลักสูตรนักบริหารด้านสิทธิมนุษยชนระดับสูง (บสส.) รุ่นที่ 2 จัดโดย สถาบันพัฒนาสิทธิมนุษยชน กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชนตามหลักสากลและกฎหมายไทยให้แก่นักบริหารด้านสิทธิมนุษยชนระดับสูง รวมถึงสร้างความตระหนักรู้ด้านการปกป้องคุ้มครองและเยียวยาด้านสิทธิมนุษยชนให้แก่บุคลากรภายในองค์กร เพื่อให้ผู้บริหารระดับสูงสามารถนำความรู้ความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชนไปขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและนำองค์กรสู่องค์กรที่คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนและพัฒนาองค์กรสู่ต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน และเพื่อสร้างเครือข่ายนักบริหารด้านสิทธิมนุษยชนระดับสูงโดยมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมประกอบด้วย ข้าราชการพลเรือนสามัญและข้าราชการองค์กรอิสระ ข้าราชการในหน่วยงานการศึกษา ข้าราชการตุลาการ ข้าราชการอัยการ ข้าราชการทหารและตำรวจ ผู้บริหารระดับสูงในส่วนราชการ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้บริหารภาคเอกชน ผู้บริหารภาคประชาสังคม ผู้บริหารสำนักงานทนายความและสื่อมวลชน จำนวน 57 คน 

          กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เริ่มต้นบรรยายด้วยการแนะนำให้รู้จัก คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ว่าเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และเป็นสถาบันสิทธิมนุษยชนระดับชาติ จัดตั้งตามหลักการปารีส ไม่ใช่หน่วยปฏิบัติการของรัฐ หน้าที่และอำนาจของ กสม. ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญและ พ.ร.ป. กสม. พ.ศ. 2560 ประกอบด้วยภารกิจสำคัญ 3 ด้าน คือ ด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ด้านส่งเสริมสิทธิมนุษยชน และด้านการเฝ้าระวังสถานการณ์สิทธิมนุษยชน สนธิสัญญาหลักด้านสิทธิมนุษยชน 9 ฉบับ ความหมายและขอบเขตของ “สิทธิมนุษยชน” (Human Rights) ตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.ป. กสม. พ.ศ. 2560 มาตรา 4 คือ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล บรรดาที่ได้รับการรับรองหรือคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมาย หรือตามหนังสือสัญญาที่ประเทศไทยเป็นภาคีและมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตาม รวมทั้งกลไกการทำงานของ กสม. ตั้งแต่การกลั่นกรองเรื่องร้องเรียน การดำเนินการเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนหลากหลายช่องทาง ตลอดจนการติดตามข้อเสนอแนะ ซึ่ง กสม.ชุดที่ 4 มุ่งที่จะแก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชนเชิงโครงสร้าง ทำงานเชิงรุก มากกว่าการตั้งรับหรือแก้ปัญหารายกรณีเพียงอย่างเดียว

          จากนั้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ยกตัวอย่างเรื่องร้องเรียนและรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของ กสม. อาทิ สิทธิแรงงานกรณีไรเดอร์ กรณีแรงงานเก็บเบอร์รี่ป่าที่ฟินแลนด์และสวีเดน สิทธิความหลากหลายทางเพศการผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม สิทธิในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาชั้นสอบสวน ตั้งแต่การจับกุม การควบคุมตัว และสอบสวน การทำงานร่วมกันกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดีและอากาศสะอาดกรณี PM 2.5 ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมให้ความสนใจโดยมีการซักถามและร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ ในช่วงท้ายการบรรยาย ได้เน้นย้ำว่า สิทธิมนุษยชน คือสิ่งจำเป็น (needs) ในการดำรงชีวิตเพื่อให้อยู่รอด เพื่อให้มีความมั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเพื่อให้มีการพัฒนา ซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นต่ำของความเป็นมนุษย์

เลื่อนขึ้นด้านบน