กสม. ปรีดา แสดงปาฐกถาพิเศษ “สิทธิชุมชนกับการทรัพยากรธรรมชาติ และคุณภาพชีวิต” ในงาน สืบชะตาชุมชนบ้านใหม่ล้านนา 25 ปี แห่งการขับเคลื่อนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

21/12/2565 161

วันที่ 21ธันวาคม 2565 นางปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้แสดงปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “สิทธิชุมชนกับการทรัพยากรธรรมชาติ และคุณภาพชีวิต” เนื่องในโอกาสการจัดงานสืบชะตาชุมชนบ้านใหม่ล้านนา 25 ปี แห่งการขับเคลื่อนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ณ ชุมชนบ้านใหม่ล้านนา ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่
กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้เห็นผลสำเร็จของพี่น้องชาวบ้านพรสวรรค์ที่ร่วมกันต่อสู้เรื่องสิทธิชุมชนและที่ดินมาจนบรรลุผล สิทธิชุมชนเป็นเรื่องใหญ่ ที่นี่ใช้ระยะเวลาการต่อสู้มา 25 ปี ชาวบ้านถูกจับบ้าง ถูกขับไล่บ้าง ล้มลุกคลุกคลานมาไม่น้อย ตนคือกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แต่พี่น้องที่อยู่ที่นี่ คือ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนตัวจริง และยังมีนักปกป้องสิทธิมนุษยชนทั่วประเทศที่ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อสิทธิตัวเองและสิทธิชุมชน โดยหลายแห่งต่อสู้มายาวนาน 30 - 40 ปี ดังนั้นที่นี่ไม่ได้ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวแน่นอน แต่สำหรับบ้านพรสวรรค์ได้สะท้อนให้เห็นว่า “ปัญหาที่ดินคือปัญหาโครงสร้าง” ทั้งในเรื่องการไม่มีกฎหมายการกระจายที่ดิน กฎหมายในการจำกัดการถือครองที่ดิน กว่าชาวบ้านจะได้ที่ดินสักแปลงเป็นเรื่องยากมาก เพราะกฎหมายและนโยบายที่ดินมีปัญหา ทำให้พี่น้องต้องลุกขึ้นมาสู้เพื่อให้มีที่ทำกิน ทุกคนในประเทศนี้ควรเกิดมาพร้อมกับการมีกรรมการสิทธิในที่ดิน ชาวบ้านต้องมีที่ดินไม่ใช่กระจุกอยู่ในกลุ่มคนรวยเพียงกลุ่มเดียวเท่านั้นจึงขอให้กำลังใจพี่น้องที่นี่และร่วมผลักดันในเรื่องที่ดินต่อไป
“สิทธิชุมชน” เป็นเรื่องดั้งเดิมที่อยู่มายาวนานซึ่งได้รับรองในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 จึงเป็นหน้าที่ของหน่วนงานที่ต้องสร้างการมีส่วนร่วมในการจัดการสิทธิชุมชน และทรัพยากรที่ดินที่ยังมีปัญหา การเน้นการรักษาป่าและการป้องกันการบุกรุกทำลายป่า ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2554 - 2564) มีการจับกุมชาวบ้านกว่า 48,000 คดี และมีเรื่องร้องเรียนในเรื่องที่ดินที่มายังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มากกว่า 500 เรื่อง โดยมีบางเรื่องที่ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) ได้ช่วยเหลือแบ่งเบาไปจำนวนมาก โดย P-Move ยังมีการขับเคลื่อนในประเด็นสิทธิชุมชนน่าสนใจ คือ การจัดทำโฉนดชุมชน กฎหมายคุ้มครองและส่งเสริมกลุ่มชาติพันธุ์ในเรื่องเขตคุ้มครองทางวัฒนธรรม และกฎหมายนิรโทษกรรมคนจนคนในเขตป่า ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) อยู่ระหว่างการติดตามมาโดยตลอด
เมื่อปี 2564 รายงานประเมินสถานการณ์ของ กสม. ได้มีการเสนอแนะต่อรัฐบาลในประเด็นสิทธิชุมชนในการจัดการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น เสนอแนะให้รัฐบาลควรมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ศึกษาปัญหาอุปสรรคการใช้สิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรับรองให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดการอย่างแท้จริง รวมถึงในขั้นตอนการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย หรือในการออกกฎหมายลำดับรอง ที่ควรคำนึงถึงสิทธิของชุมชนในการจัดการหรือมีส่วนร่วมกับรัฐในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ป่าอนุรักษ์อย่างยั่งยืนให้มากที่สุด และไม่ควรกำหนดเงื่อนไขของบุคคลและชุมชนให้เป็นอุปสรรคในการใช้สิทธิมากเกินไปกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่ระหว่างการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องได้เสนอต่อรัฐบาลเพื่อพิจารณา
นอกจากนี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกล่าวปิดท้ายว่า ในประเด็นการมีส่วนร่วมในการจัดการที่ดินและทรัพยากร กสม. มีการจัดเวทีร่วมกับคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา และได้สะท้อนว่าการใช้กฎหมายไม่ได้คำนึงถึงสิทธิชุมชนอย่างเพียงพอ ต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และต้องเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง แม้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้รับรองในเรื่องสิทธิชุมชนไว้ แต่ในทางปฏิบัติจะเห็นว่า เป็นการกำกับเบ็ดเสร็จของหน่วยงานราชการมากกว่าการมีส่วนร่วมของประชาชน หน้าที่ กสม. คือ การเปิดให้ประชาชนและหน่วยงานได้พูดคุย และสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน สิ่งที่สะท้อนจากการจัดเวทีคือ ชาวบ้านไม่ไว้วางใจภาครัฐว่าเรื่องที่เขาเสนอจะได้รับการพิจารณาหรือไม่ ดังนั้น เพื่อให้กระบวนการช่วยเหลือชาวบ้านต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน “รัฐต้องกำจัดความจน ไม่ใช่จำกัดคน เพื่อไม่ให้ใครมาเห็นความจน”
ทั้งนี้ การจัดงานสืบชะตาชุมชนบ้านใหม่ล้านนา 25 ปี แห่งการขับเคลื่อนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นการจัดงานเพื่อสรุปบทเรียนนโยบายและกฎหมายการจัดการทรัพยากรของรัฐ การนำเสนอข้อเท็จจริง และการผลักดันข้อเสนอการแก้ไขปัญหาต่อรัฐบาลและการสื่อสารสาธารณะ โดยมีนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนราชการในพื้นที่ องค์กรพัฒนาเอกชน และเครือข่ายภาคประชาสังคมเข้าร่วมงาน

เลื่อนขึ้นด้านบน