กสม. ประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน

09/12/2565 150

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2565 เวลา 9.00 – 16.00 น. ที่โรงแรม ทีเค. พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น แจ้งวัฒนะ นางปรีดา คงแป้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุชาติ เศรษฐมาลินี นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ และนางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน จัดโดย กลุ่มงานวิจัยและวิชาการสิทธิมนุษยชน สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย นักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ทำงานในภาคประชาสังคม ทั้งในนามบุคคล กลุ่ม และองค์กรจากหลายภูมิภาค และหลากหลายประเด็น ทั้งประเด็นสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม สิทธิพลเมืองและการเมือง สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม รวมทั้งผู้ที่ทำงานปกป้องสิทธิมนุษยชนให้แก่กลุ่มชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ ผู้หญิง เด็ก กลุ่มหลากหลายทางเพศ สื่อมวลชน รวมถึงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนองค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
โครงการวิจัยดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาแนวทางการนำหลักการตามปฏิญญาว่าด้วยสิทธิและความรับผิดชอบของปัจเจกบุคคล กลุ่มบุคคลและองค์กรของสังคมในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างสากล หรือที่เรียกว่า “ปฏิญญานักปกป้องสิทธิมนุษยชน” ซึ่งรับรองโดยสหประชาชาติด้วยฉันทามติเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ค.ศ. 1998 (พ.ศ. 2541) มาปรับใช้ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของการพัฒนากฎหมาย กลไก หรือแนวปฏิบัติสำหรับการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน เพื่อให้นักปกป้องสิทธิมนุษยชนสามารถทำงานต่อไปได้ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้ออำนวยต่อการทำงาน รวมถึงได้รับการคุ้มครองและเยียวอย่างมีประสิทธิผลเมื่อมีการละเมิดเกิดขึ้น
สำหรับนักปกป้องสิทธิมนุษยชนนั้น เป็นคำเรียกที่หมายรวมถึงผู้ที่ทำงานเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษชนตามที่ถูกรับรองไว้ตามหลักสากล โดยถือเป็นพลเมืองที่ตื่นรู้ (Active Citizen) ซึ่งลุกขึ้นมาช่วยรัฐทำงานตามพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ บางรายทำหน้าที่ตรวจสอบ และให้ข้อเสนอแนะต่อรัฐ เมื่อเห็นว่ารัฐทำหน้าที่ไม่สอดคล้องกับพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชน บางรายอาจทำงานช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกละเมิดและต่อสู้กับการลอยนวลพ้นผิด และหลายรายต่อสู้เพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมและสังคมประชาธิปไตย เป็นต้น
การประชุมในครั้งนี้ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนให้ข้อมูลว่า พวกเขายังคงทำงานในสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัยและไม่เอื้ออำนวย และยังคงถูกคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ การติดตามสอดแนมทางกายภาพ การตามไปเฝ้าที่บ้าน กดดันครอบครัว การสอดแนมทางดิจิทัล และถูกดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณะหรือที่เรียกว่าฟ้องปิดปาก (SLAPPs) โดยไม่ได้รับสิทธิในการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม และสำหรับคนที่ถูกคุกคามหรือมีคนใกล้ชิดถูกคุกคาม ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความล้าช้าในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและการลอยนวลพ้นผิดของผู้กระทำผิด รวมถึงการเยียวยาที่ยังขาดประสิทธิผล เช่น กรณีของนายชัยภูมิ ป่าแส ที่ถูกยิงเมื่อ 5 ปีก่อน ซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถนำคนผิดมาลงโทษได้ เป็นต้น สำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลายคนแสดงความกังวลเกี่ยวกับการประกาศใช้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคงที่ยังคงใช้บังคับมาเป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งส่งผลต่อการทำงานสิทธิมนุษยชนเช่นกัน นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมหลายคนยังได้กล่าวถึงประเด็นการคุกคามหรือล่วงละเมิดทางเพศที่ยังไม่ได้รับความสนใจมากนักด้วย
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ระดมความเห็นและข้อเสนอแนะอย่างเปิดกว้าง โดยประเด็นส่วนใหญ่มุ่งไปที่บทบาทของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ไม่ว่าจะเป็นการเสนอให้มีการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจและทำให้หน่วยงานรัฐยอมรับบทบาทของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน การเสนอให้มีการพัฒนาระบบการคุ้มครอง อาทิ ระบบการแจ้งเตือนล่วงหน้า การมีช่องทางการแจ้งเรื่องร้องเรียนที่หลากหลาย เข้าถึงง่ายและตอบสนองอย่างรวดเร็ว รวมถึงการทำให้การเยียวยาครอบคลุมและมีประสิทธิผล ตลอดจนการจัดการกับปัญหาการลอยนวลพ้นผิด นอกจากนี้ บางท่านเสนอให้มีการจัดตั้งกองทุนนักปกป้องสิทธิมนุษยชน เพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือด้านการคุ้มครองแก่นักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ถูกคุกคามด้วย
อนึ่ง กสม. และนักวิจัยจะได้นำประเด็นและข้อกังวลต่าง ๆ ที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็นไปพิจารณอย่างละเอียดถี่ถ้วน พร้อมทั้งจัดทำร่างข้อเสนอและจะนำกลับมารับฟังความคิดเห็นอีกครั้งในโอกาสต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน