สำนักงาน กสม. ร่วมจัดเวทีเสริมสร้างความเข้มแข็ง ส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ สร้างความเข้าใจในกระบวนการขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์และการเลือกสมาชิกสภาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ.2568

11/08/2569 57

            เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) ร่วมกับศูนย์มานุษยวิทยาสิริธร (องค์การมหาชน) จัดเวทีเสริมสร้างความเข้มแข็ง ส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์สร้างความเข้าใจในกระบวนการขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์และการเลือกสมาชิกสภาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 โดยมีนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานกล่าวมอบนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรม ว่าทางรัฐบาลจะสนับสนุนให้การขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และรัฐบาลจะผลักดันให้ความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นพลังของชาติ ตามนโยบาย “Culture for Opportunity” (วัฒนธรรมสร้างโอกาส) ทั้งโอกาสในการสร้างรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิต บูรณาการร่วมมือกับเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์

            ในการนี้ นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ร่วมกล่าวเปิดงานและบรรยายพิเศษเกี่ยวกับสถานการณ์และพัฒนาการในการคุ้มครองสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ตั้งแต่อดีตโดยมีการกล่าวถึงการยกระดับการคุ้มครองสิทธิเชิงกลุ่ม (Collective Rights) ให้สอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศ เช่น การรับรองสิทธิในการกำหนดเจตจำนงตนเอง (Self-Determination) ของชนเผ่าพื้นเมือง ตามปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิของชนพื้นเมือง กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม รวมถึงอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการขจัดทุกรูปแบบของการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ (ICERD) จนถึงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และนำมาสู่การออก พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 เป็นจุดตั้งต้น" ในการสร้างตัวตนทางกฎหมายให้แก่กลุ่มชาติพันธุ์ การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องระหว่างรัฐและชุมชนจะนำไปสู่ความมั่นคงของทรัพยากรธรรมชาติและการสืบทอดความภาคภูมิใจสู่เยาวชนรุ่นหลัง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับวิกฤตภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

            โดยในช่วงท้าย กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้กล่าวเน้นย้ำต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมว่า สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมควรเป็นแกนกลางในการประสานนโยบายระหว่างกระทรวงกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยการขับเคลื่อนเชิงรุกสร้างเครือข่ายตรวจสอบการละเมิดสิทธิ และยกระดับทัศนคติข้าราชการให้ยอมรับความเป็นมนุษย์มากกว่าการมองเป็นแหล่งท่องเที่ยว การสนับสนุนด้านข้อมูลวิชาการและฐานข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์ รวมถึงมุ่งสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อลดการขัดแย้งสู่การร่วมมือกันดูแลทรัพยากรร่วมกัน

 

เลื่อนขึ้นด้านบน