สำนักงาน กสม. ภาคอีสาน เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ นายูง-น้ำโสม (เตรียมการ) ในพื้นที่ จ.อุดรธานี และ จ.เลย

27/07/2569 21

          เมื่อวันที่ 16 – 18 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ได้รับเชิญให้เดินทางเข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมรับฟังความคิดเห็นฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชน จัดโดย อุทยานแห่งชาตินายูง-น้ำโสม (เตรียมการ) โดยเป็นกระบวนการรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาดำเนินการเตรียมประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2568 ซึ่งมีเจ้าหน้าที่อุทยาน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ผู้นำชุมชนและชาวบ้านผู้มีส่วนได้เสียในแต่ละพื้นที่เข้าร่วม การประชุมรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวจัดขึ้นใน 3 พื้นที่ ได้แก่ วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ณ ศาลาประชาคมบ้านนาหลวง ตำบลคำด้วง อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ณ ศาลาประชาคมบ้านนาเมืองไทย หมู่ที่ 7 ตำบลน้ำโสม อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี และวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ณ ศาลาประชาคมบ้านคอนสา ตำบลเชียงกลม อำเภอปากชมจังหวัดเลย

          โดยกระบวนการดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากการดำเนินการภายใต้โครงการคลินิกสิทธิมนุษยชน ของสำนักงาน กสม. ในประเด็นการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในการกำหนดเขตพื้นที่เตรียมการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า โดยที่ผ่านมาสำนักงาน กสม. พื้นที่พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับผู้นำชุมชน ชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่อุทยานในพื้นที่อุทยานแห่งชาตินายูง - น้ำโสม (เตรียมการ ) เพื่อสร้างกระบวนการในการเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการประกาศเขตป่าอุทยานแห่งชาติที่เพียงพอผ่านการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และเกิดการมีส่วนร่วมที่เป็นธรรมและเปิดเผย โดยการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายอุทยานและป่าไม้ สิทธิในที่ดิน สิทธิในทรัพย์สิน สิทธิชุมชน และสิทธิทางวัฒนธรรม และสร้างพื้นที่รับฟังปัญหาความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการกำหนดแนวเขตพื้นที่อุทยานผ่านการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐและชุมชนในการร่วมกันกำหนดแนวเขตพื้นที่อุทยานเพื่อป้องกันและลดข้อขัดแย้งระหว่างรัฐและประชาชนเกี่ยวกับการจัดการพื้นที่ อันจะนำไปสู่โอกาสในการหาข้อสรุปการแก้ปัญหาและการทำงานร่วมกันในพื้นที่ต่อไป โดยมุ่งหวังให้กระบวนการดังกล่าวหนุนเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างมีความหมายและเป็นไปตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชน หลักธรรมาภิบาล และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างมนุษย์กับทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

          ทั้งนี้ หลังจากการกระบวนการดังกล่าว สำนักงาน กสม. จะได้นำข้อมูลที่ได้รับไปใช้ในการประกอบการจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนการมีส่วนร่วมของประชาชน และชุมชนในการกำหนดเขตพื้นที่เตรียมการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ตามหน้าที่และอำนาจ ต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน