สำนักงาน กสม. ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมการออกหน่วยคลินิกสิทธิมนุษยชนเคลื่อนที่ภายใต้โครงการคลินิกสิทธิมนุษยชนเพื่อแก้ไขปัญหาสิทธิและสถานะบุคคล กลุ่มลาวอพยพ ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี

24/03/2569 23

          เมื่อวันที่ 16 – 20 มีนาคม 2569 ที่ว่าการอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้แก่ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) กระทรวงศึกษาธิการ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดอุบลราชธานี  สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานี มูลนิธิเพื่อสุขภาพและการแบ่งปัน เครือข่ายชุมชนคนฮักน้ำของ มูลนิธิชุมชนไท มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย มูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล ศูนย์ประสานงานเด็กและเยาวชนหนองเม็ก และโฮงเฮียนฮักน้ำของ จัดกิจกรรมออกหน่วยคลินิกสิทธิมนุษยชนเคลื่อนที่เพื่อแก้ไขปัญหาสิทธิและสถานะบุคคล กลุ่มลาวอพยพ ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนการทำงานที่มุ่งเน้นการบูรณาการทำงานแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาค เพื่อแก้ไขปัญหาด้านสิทธิและสถานะบุคคล ในกลุ่มเป้าหมาย ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 เรื่องหลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลให้แก่บุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานาน (ตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ. 2542) และกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักร (กลุ่มที่มีรายชื่อในระบบประมาณ 4.8 แสนราย) กลุ่มผู้มีเชื้อสายลาวอพยพที่อพยพเข้ามา และอาศัยอยู่ในไทยมานานกว่า 40-50 ปี และกลุ่มนักเรียนรหัส G ในพื้นที่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี 

          กิจกรรมประกอบด้วยการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการออกหน่วยคลินิกสิทธิมนุษยชนของเจ้าหน้าที่ทีมบูรณาการทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมดังกล่าวข้างต้น การเปิดงานและการเสวนาถึงสถานการณ์และผลการดำเนินงานการแก้ปัญหาประเด็นสถานะบุคคลของภาคีเครือข่าย ภายใต้หัวข้อ “รักข้ามโขง ชีวิตคนไร้สถานะ”  โดยมีนางปรีดา  คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วย นายวิฑูรย์  สิรินุกูล รองอธิบดีกรมการปกครอง นางสาวนันทนีย์  เจษฎาชัยยุทธ์ ผู้แทน UNHCR ประเทศไทย นายสรชาย  ครองยุทธ ปลัดจังหวัดอุบลราชธานี นายอานนท์  หนุนชู นายอำเภอโขงเจียม นางปทิตตา โฉมประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดอุบลราชธานี นายภูธร  พันธรังศรี ผู้ประสานงานเครือชุมชนคนข่ายฮักน้ำของ ร่วมเปิดกิจกรรม

          ทั้งนี้ จังหวัดอุบลราชธานีเป็นพื้นที่ชายแดนติดกับ สปป.ลาว พบว่ามีกลุ่มลาวอพยพที่หนีภัยสงครามในอดีตเข้ามาอยู่อาศัยในลักษณะครอบครัว มีความสัมพันธ์กับคนไทยและมีลูกหลานเป็นคนไทย โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอโขงเจียม ซึ่งทั้งหมดส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่มานานและกลายเป็นผู้สูงอายุที่เข้าไม่ถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลและสัญชาติจำนวนมาก

          ตลอดทั้ง 4 วันของการจัดกิจกรรมการออกหน่วย ทีมบูรณาการจากทุกภาคส่วนได้ร่วมกันดำเนินงานในการให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่มีปัญหาสถานะตกหล่น การออกบัตรประจำตัวให้แก่ผู้ที่ยื่นเอกสารครบถ้วนโดยกรมการปกคครอง โดยเน้นย้ำหลักการฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ความโปร่งใส เพื่อป้องกันการทุจริต รวมถึงการตั้งโต๊ะเพื่อช่วยเหลือผู้มีปัญหาสถานะที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในการดำเนินการรวบรวมเอกสารและพยานหลักฐานเพื่อยื่นคำร้องขอแก้ไขปัญหาสถานะต่อกรมการปกครอง ในการจัดกิจกรรมดังกล่าว มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 476 คน  และมีผู้ที่มีเอกสารและพยานครบถ้วนซึ่งสามารถยื่นคำร้องขอแก้ไขปัญหาสถานะ 148 ราย/คำร้อง

          ทั้งนี้ การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในประเด็นสถานะบุคคล ถือเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ชุดปัจจุบันให้ความสำคัญเพื่อเร่งขจัดความไร้รัฐไร้สัญชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี โดยบูรณาการทำงานกับทุกภาคส่วนมาอย่างต่อเนื่อง ในการแก้ปัญหาให้ผู้ที่มีสิทธิตามหลักเกณฑ์แต่ตกหล่นจากการสำรวจ ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นประชาชนกลุ่มเปราะบาง ชายขอบ ได้เข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลตามกฎหมาย อันจะพัฒนาไปสู่การเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน อาทิ การศึกษา สาธารณสุข การประกอบอาชีพและการเดินทาง และส่งผลโดยตรงที่จะก่อให้เกิดการพัฒนาอันจะเป็นประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิต สภาพเศรษกิจและสังคม และสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน

 

เลื่อนขึ้นด้านบน