สำนักงาน กสม. กับสภาองค์กรของผู้บริโภค ลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและสิทธิผู้บริโภค

25/02/2569 23

            วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.00 น. สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและสิทธิผู้บริโภค ระหว่างสำนักงาน กสม. กับสภาองค์กรของผู้บริโภค โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรรษา  หอมหวล กับเลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค สารี  อ๋องสมหวัง เป็นผู้แทนลงนามในบันทึกข้อตกลงฯ และรองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จุมพล ขุนอ่อน พร้อมด้วยรองเลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค รองศาสตราจารย์ยุพดี  ศิริสินสุข ลงนามเป็นพยาน ในการนี้ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พรประไพ  กาญจนรินทร์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สุภัทรา  นาคะผิว และผู้บริหารสำนักงาน กสม. ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้วย ณ ห้องเสวนา ชั้น 6 สำนักงาน กสม.

            การลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและสิทธิผู้บริโภค ระหว่าง สำนักงาน กสม. กับสภาองค์กรของผู้บริโภค มีวัตถุประสงค์ดังนี้

            1. เพื่อพัฒนาความร่วมมือในการส่งต่อเรื่องร้องเรียน และประสานการคุ้มครอง รวมถึงการขับเคลื่อนนโยบายร่วมกัน

            2. เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และองค์ความรู้เพื่อสนับสนุนงานด้านการเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน

            3. เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและสิทธิผู้บริโภคอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

            4.เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรและเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะในประเด็นสิทธิมนุษยชนและสิทธิผู้บริโภคร่วมกัน

            ทั้งนี้ การดำเนินการตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าวทั้งสองหน่วยงานจะให้ความร่วมมือและสนับสนุนซึ่งกันและกันตามกรอบภารกิจ หน้าที่ และอำนาจของหน่วยงาน โดยมีสาระสำคัญ 5 ประการ ดังนี้

            1. การผลักดันกฎหมายและนโยบาย: ร่วมกันผลักดันการแก้ไขกฎหมายและขับเคลื่อนนโยบายที่ครอบคลุมประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนและสิทธิผู้บริโภค เช่น ค่าสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การเข้าถึงบริการรัฐอย่างเท่าเทียม ความเป็นธรรมด้านค่ารักษาพยาบาล ความเป็นธรรมด้านราคาสินค้าและบริการ ผลกระทบจากนโยบายภาครัฐต่อกลุ่มเปราะบาง รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคให้ครอบคลุมสิทธิของผู้บริโภคสากล 8 ประการ โดยนำเสนอข้อเสนอแนะอย่างเป็นระบบต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องและอาจจัดเวทีสาธารณะเพื่อเผยแพร่ และสร้างความตื่นตัวในประเด็นดังกล่าว

            2. การพัฒนาความร่วมมือในการส่งต่อเรื่องร้องเรียนและประสานการคุ้มครอง: วางกลไกความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข้อร้องเรียน หรือกรณีศึกษาเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิที่ซับซ้อน โดยกำหนดช่องทางประสานงานที่ปลอดภัยและการประสานงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนมีประสิทธิภาพ รวมทั้งพัฒนามาตรฐานการตรวจสอบและประสานการคุ้มครอง

            3. การสนับสนุนทางวิชาการ: ส่งเสริมและแลกเปลี่ยนการใช้ทรัพยากรทางด้านวิชาการ (ผู้เชี่ยวชาญ) ของทั้งสองหน่วยงานร่วมกันในภารกิจการตรวจสอบข้อร้องเรียนหรือตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิผู้บริโภค โดยเฉพาะประเด็นที่ซับซ้อน เช่น บริการทางการแพทย์ การเข้าถึงข้อมูลของผู้บริโภค หรือบริการสาธารณะที่ไม่เป็นธรรม ทั้งนี้ เพื่อให้การตรวจสอบมีความแม่นยำ รอบด้านและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ตลอดจนช่วยเสริมบทบาทการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนเชิงระบบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และการเสนอแนะนโยบายด้านการคุ้มครองผู้บริโภคของสภาผู้บริโภค

            4. การพัฒนาบุคลากรและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้: ร่วมกันดำเนินกิจกรรมวิชาการโดยการจัดสัมมนา เสวนา หรือประชุมกลุ่มย่อย เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างบุคลากรทั้งสองหน่วยงาน รวมถึงภาคประชาชน ผู้บริโภค องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรของผู้บริโภค และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเน้นหัวข้อร่วมสมัย เช่น ความเป็นธรรมในสังคมดิจิทัล การคุ้มครองสิทธิในภาวะวิกฤต การค้าดิจิทัล ฯลฯ เพื่อเสริมศักยภาพบุคลากร ขยายฐานความรู้ และสร้างแนวร่วมทางวิชาการที่เข้มแข็งร่วมกัน

            5. การคุ้มครอง การเฝ้าระวัง และการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิผู้บริโภค: ร่วมดำเนินกิจกรรมที่ครอบคลุมมิติการคุ้มครอง เฝ้าระวัง และส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิผู้บริโภค โดยมุ่งเน้นการสร้างการรับรู้และกลไกการเฝ้าระวังการละเมิดสิทธิ การให้บริการให้คำปรึกษา รับเรื่องร้องเรียน ให้ความรู้ ด้านสิทธิและสร้างพื้นที่เรียนรู้ร่วมกัน ทั้งนี้ อาจดำเนินการผ่านกลไกของทั้งสองหน่วยงาน เช่น โครงการคลินิกสิทธิมนุษยชน และสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาค ร่วมกับหน่วยงานระดับจังหวัดและเขตพื้นที่ องค์กรของผู้บริโภคซึ่งเป็นสมาชิกของสภาผู้บริโภค

เลื่อนขึ้นด้านบน