สำนักงาน กสม. ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับเครือข่ายและวางแผนการทำงานขับเคลื่อนโครงการคลินิกสิทธิมนุษยชนเพื่อแก้ไขปัญหาสิทธิในสถานะบุคคลในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี

25/12/2568 63

            เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ที่โรงเรียนฮักน้ำของ บ้านตามุย อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) นำโดยนางสาววันรุ่ง แสนแก้ว  ผู้อำนวยการสำนักรับเรื่องร้องเรียนและประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน นางสาวกิตติพร บุญอ่ำ นักวิชาการสิทธิมนุษยชนเชี่ยวชาญ  พร้อมด้วยเจ้าหน้าจากสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประชุมหารือร่วมกับเครือข่ายสถานะบุคคลภาคประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มแก้ปัญหาสถานะบุคคลโรงเรียนฮักน้ำของ มูลนิธิเพื่อสุขภาพและการแบ่งปัน และเครือข่ายวิชาการในพื้นที่ พร้อมด้วยแกนนำชาวบ้านผู้ทำงานด้านสถานะบุคคลจากหลายชุมชนในพื้นที่อำเภอโขงเจียม อำเภอสิรินธร อำเภอโพธิ์ไทร อำเภอเขมราฐ อำเภอนาตาล อำเภอบุณฑริก และอำเภอพิบูลมังสาหาร จำนวนกว่า 50 คน โดยการประชุมในครั้งนี้มีผู้แทนเครือข่ายการแก้ปัญหาคืนสัญชาติคนไทย จังหวัดพังงา จังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร เข้าร่วมประชุมหารือเพื่อให้ข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การแก้ปัญหาสิทธิในสถานะบุคคลด้วย

            ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนสถานการณ์ด้านสิทธิสถานะบุคคลโดยในเบื้องต้นในพื้นที่มีประชาชน 5 กลุ่ม ที่พบปัญหาสิทธิในสถานะ ได้แก่ (1) กลุ่มคนที่ไม่มีบัตรรุ่นพ่อ-แม่ ที่ยังตกหล่น (2) กลุ่มรักข้ามโขง (3) กลุ่มบัตรเลข 6 ที่ยังรอการปรับแก้สถานะบุคคล (4) กลุ่มผู้ถือหมายเลขบัตร 089 และบัตร 00 ที่รอการขยับและพัฒนาสถานะ และ (5) กลุ่มที่ยังตกหล่นไม่มีหลักฐานในการเข้าสำรวจสิทธิสถานะ ซึ่งพบว่าปัญหาการแก้ไขปัญหาสถานะส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากการโยกย้ายเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องซึ่งทำให้การประสานดำเนินงานไม่ต่อเนื่อง รวมถึงความเข้าใจที่ไม่ตรงกันจนนำไปสู่การคลาดเคลื่อนเรื่องข้อมูลและแนวปฏิบัติตามระเบียบข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องทำให้ยังมีช่องว่างในเรื่องดุลพินิจและแนวทางปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องความเป็นจริง รวมถึงความสับสนในการปฏิบัติงานของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 เรื่องหลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลให้แก่บุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานานและกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักร ทั้งนี้ที่ประชุมยังมีข้อเสนอแนะให้ สำนักงาน กสม. ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำข้อเท็จจริงและตัวเลขของกลุ่มปัญหาสถานะบุคคลทั้งในส่วนข้อมูลภาคประชาชนที่มีการจัดเก็บข้อมูลในระดับพื้นที่ และข้อเท็จจริงของข้อมูลในจากการเก็บข้อมูลในระดับ ตำบล อำเภอและภาพรวมของทั้งจังหวัด มาตรวจสอบให้ตรงกัน เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างโปร่งใสและเป็นรูปธรรมต่อไป

            นอกจากนี้ในที่ประชุมยังได้ข้อสรุปตรงกันถึงแนวทางการขับเคลื่อนการทำงานโดยมุ่งเน้นการบุรณาการทำงานมีส่วนร่วม จากทุกภาคส่วนภายใต้โครงการคลินิกสิทธิมนุษยชนเพื่อแก้ไขปัญหาด้านสิทธิในสถานะบุคคล และเบื้องต้นได้กำหนดพื้นที่ในอำเภอโขงเจียมเป็นพื้นที่นำร่องในการดำเนินการดังกล่าว ซึ่งหลังจากนี้เครือข่ายแกนนำแต่ละชุมชนจะได้กลับไปตรวจสอบและคัดกรองข้อมูลด้านสถานะบุคคลในพื้นที่ของตนให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน พร้อมกับการจัดทำข้อมูลประเด็นปัญหาในแต่ละพื้นที่ของตัวเองให้ชัดเจน ซึ่งสำนักงาน กสม. จะรวบรวมข้อมูลดังกล่าวและนำไปหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการทำงานอย่างมีส่วนร่วมระหว่างภาคประชาสังคม ฝ่ายวิชาการ หน่วยงานของรัฐ และสำนักงาน กสม. เพื่อให้เกิดรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนสถานะบุคคลในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีต่อไป

เลื่อนขึ้นด้านบน