๔. การดำเนินการเพื่อขอปรับสถานะเป็น ‘A’

14/08/2023 498

                   ในระหว่างปี ๒๕๖๑ - ๒๕๖๓ กสม. ได้ดำเนินการเพื่อขอปรับสถานะจาก ‘B’ เป็น ‘A’ เนื่องจากได้มีการปรับปรุงบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งได้มีการปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติงานให้มีความสอดคล้องกับหลักการปารีสมากยิ่งขึ้น โดย กสม. ได้ชี้แจงในประเด็นข้อสังเกตของ SCA ดังนี้

                   ๔.๑ ข้อสังเกตเรื่องการสรรหาและแต่งตั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (selection and appointment) ในประเด็นการประกาศโฆษณารับสมัครตำแหน่งที่ว่าง เกณฑ์การสรรหา การปรึกษาหารือและการมีส่วนร่วม
                   คำชี้แจง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้บัญญัติให้มีการเผยแพร่โฆษณารับสมัครตำแหน่งที่ว่างอย่างกว้างขวาง ตลอดจนการเผยแพร่รายชื่อคณะกรรมการสรรหาที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นต่อสาธารณะแล้ว รวมทั้งได้อธิบายกระบวนการดำเนินการในทางปฏิบัติในกระบวนการสรรหาครั้งล่าสุดเพื่อแสดงให้เห็นว่าการเผยแพร่โฆษณารับสมัครตำแหน่งที่ว่างนั้นได้เกิดขึ้นจริง

                   ๔.๒ ข้อสังเกตเรื่องกฎหมายจัดตั้งยังคงขาดบทบัญญัติเรื่องความคุ้มกันและความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ (functional immunity and independence)
                   คำชี้แจง ความคุ้มกันทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครองในการปฏิบัติหน้าที่ของ กสม. สำหรับการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตได้บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๔๖ ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ แล้ว

                   ๔.๓ ข้อสังเกตเรื่องการสนองตอบต่อสถานการณ์ที่กระทบต่อสิทธิมนุษยชนอย่างทันเวลาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีการชุมนุมทางการเมือง การรัฐประหารหรือการประกาศภาวะฉุกเฉิน
                   คำชี้แจง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ บัญญัติให้ กสม. มีหน้าที่และอำนาจในการตรวจสอบและรายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามมาตรา ๒๔๗ (๒) และ (๔) ซึ่งรับรองไว้ในมาตรา ๒๖ (๒) และ (๔) มาตรา ๓๓ และมาตรา ๔๐ - ๔๔ ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ ในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว  กสม. มุ่งส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ ตลอดจนเฝ้าระวังและติดตามเหตุการณ์หรือสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศอย่างต่อเนื่องโดยร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชน และภาคประชาสังคม ผ่านการจัดทำรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศเป็นการทั่วไปและในประเด็นสถานการณ์เฉพาะ การจัดทำข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เป็นปัญหาเพื่อให้รัฐบาลได้รับทราบและยุติสถานการณ์ที่เป็นปัญหาดังกล่าว และในกรณีที่จำเป็น กสม. อาจแสดงความเห็นเกี่ยวกับจุดยืนและปฏิกิริยาของรัฐบาลผ่านแถลงการณ์หรือข่าวประชาสัมพันธ์ อย่างไรก็ดี การประชุมเพื่อพิจารณาประเมินสถานะตามคำขอของ กสม. ที่ได้กำหนดไว้ในรอบการประชุมเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ กสม. ได้รับแจ้งจาก GANHRI ว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเลื่อนออกไปเนื่องจาก สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด ๑๙

สำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
กันยายน ๒๕๖๓

 

[1] หลักการปารีสร่างขึ้นในการประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่างประเทศครั้งแรกเกี่ยวกับสถาบันระดับชาติเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ณ กรุงปารีส ระหว่างวันที่ ๗ - ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ และได้รับการรับรองโดยมติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนที่ ๑๙๙๒/๕๔
ปี ๑๙๙๒ (พ.ศ. ๒๕๓๕) และมติสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่ ๔๘/๑๓๔ ปี ๑๙๙๓ (พ.ศ. ๒๕๓๖) เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๓๖
[2] UNDP and OHCHR, UNDP-OHCHR Toolkit for collaboration with National Human Rights Institutions (2010), online: OHCHR .

Scroll to top