




<rss version="2.0">
    <channel>
        <language>th</language>
        <title>ข่าวสำนักงาน กสม.</title>
        <link>https://www.nhrc.or.th/rss/category/90</link>
        <description>ข่าวสำนักงาน กสม.</description>
        <counter>50</counter>
                    <item>
                <title>เลขาธิการ กสม. ร่วมประชุมกรอบความร่วมมือ SEANF ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ นำเสนอความก้าวหน้าด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16891</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 21–23 เมษายน 2569 นางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (เลขาธิการ กสม.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมการประชุมระดับเจ้าหน้าที่ ครั้งที่ 1/2569 (1st Technical Working Group Meeting: TWG) ในกรอบความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia National Human Rights Institutions Forum: SEANF) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยนำเสนอผลการดำเนินงานสำคัญของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ระหว่างเดือนตุลาคม 2568 ถึงเมษายน 2569 ในประเด็นหลักด้านสิทธิในกระบวนการยุติธรรม สิทธิในชีวิตและความปลอดภัย และสิทธิในความเป็นส่วนตัว เช่นการประสานงานเร่งด่วนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การดำเนินโครงการคลินิกสิทธิมนุษยชนเคลื่อนที่ช่วยเหลือนักเรียนไร้สถานะทางทะเบียน การเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกกฎหมายต่อต้านการฟ้องปิดปาก (SLAPP) เพื่อคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และการจัดงานสมัชชาสิทธิมนุษยชน ครั้งที่ 4 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งได้ข้อมติในประเด็นสำคัญ 5 ด้าน ครอบคลุมสิทธิด้านสิ่งแวดล้อม สิทธิผู้สูงอายุ สิทธิแรงงาน ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน และปัญญาประดิษฐ์กับสิทธิมนุษยชน เลขาธิการ กสม. ยังได้นำเสนอความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ SEANF ด้านการป้องกันการทรมาน ซึ่ง กสม. มีบทบาทนำในประเด็นดังกล่าว โดยผลการดำเนินการสำคัญ ประกอบด้วย การพัฒนาแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนสำหรับกองทัพ ตำรวจ และกรมราชทัณฑ์ การขยายโครงการสถานีตำรวจต้นแบบสิทธิมนุษยชนแล้ว 26 แห่งทั่วประเทศ การติดตามตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมเสนอแก้ไขกฎหมายไม่ให้คดีร้ายแรงของเจ้าหน้าที่รัฐขาดอายุความ และการตรวจเยี่ยมสถานที่ควบคุมตัวเชิงป้องกัน (preventive visit) ครอบคลุมเรือนจำ สถานีตำรวจ กองทัพ และสถานฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด นอกจากนี้ กสม. ยังสนับสนุนให้ไทยเข้าร่วมเป็นภาคีพิธีสาร OPCAT และเตรียมจัดงานวันสากลเพื่อสนับสนุนเหยื่อการทรมานในวันที่ 26 มิถุนายน 2569 นี้ด้วย ทั้งนี้แผนยุทธศาสตร์ SEANF จะสิ้นสุดในปี พ.ศ. 2569 กสม. จะรวบรวมผลการดำเนินงานของสมาชิก SEANF ในการต่อต้านการทรมาน พัฒนาการที่เกิดขึ้น และแนวทางรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ เพื่อนำเสนอในการประชุมประจำปี SEANF ในเดือนพฤศจิกายน 2569 ต่อไป ในห้วงการประชุมดังกล่าว เลขาธิการ กสม. และคณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมคู่ขนานภายใต้การประชุม SEANF 2 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมคู่ขนานเรื่อง “การคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน (Defending the Defenders) ซึ่งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดีในการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน (HRDs) รวมถึงเด็กและเยาวชนที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งยังคงเผชิญกับการคุกคามและการฟ้องปิดปาก และกิจกรรมคู่ขนานหัวข้อ “สิทธิมนุษยชน ธุรกิจ และความยุติธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ” (Forum on Human Rights, Business, and Climate Justice 2026) โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนการดำเนินการตามปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย สะอาด และยั่งยืน ซึ่งที่ประชุมอาเซียนให้การรับรองเมื่อเดือนตุลาคม 2568 รวมถึงการส่งเสริมความรับผิดชอบของภาคธุรกิจต่อสิทธิมนุษยชนและความยุติธรรมด้านสภาพภูมิอากาศในระดับภูมิภาค SEANF เป็นกรอบความร่วมมือสำคัญของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในระดับอนุภูมิภาค ซึ่ง กสม. มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันมาอย่างต่อเนื่อง โดยการประชุมระดับเจ้าหน้าที่ ครั้งที่ 2/2569 มีกำหนดจัดขึ้นควบคู่กับกิจกรรมคู่ขนานในประเด็นเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยและการค้ามนุษย์ ในเดือนกรกฎาคม 2569 ณ เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย ซึ่งจะเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนสถานการณ์ ปัญหาอุปสรรค และตัวอย่างที่ดี รวมถึงร่วมกำหนดทิศทางและแนวปฏิบัติเพื่อคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนระหว่างสมาชิก SEANF ต่อไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>30 เม.ย. 2569, 14:06</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>กสม. เชิญชวนสมัครหรือเสนอชื่อบุคคลและองค์กรที่มีผลงานดีเด่นด้านการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2569</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16868</link>

                
                <description><![CDATA[
                    คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) ขอเชิญชวนสมัครหรือเสนอชื่อบุคคลและองค์กรที่มีผลงานดีเด่นด้านการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2569 เพื่อยกย่อง เชิดชู และประกาศเกียรติคุณบุคคลและองค์กรที่อุทิศตนปฏิบัติงานด้านสิทธิมนุษยชนให้สังคมได้รับรู้ ตลอดจนเพื่อเผยแพร่ประวัติผลงานให้เป็นแบบอย่างและเป็นแรงบันดาลใจแก่บุคคลหรือองค์กรอื่นในสังคม รวมทั้งเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิมนุษยชนเพิ่มขึ้น โดยแบ่งเป็น 4 ประเภท 8 รางวัล ดังนี้     1) ประเภทบุคคล กลุ่มบุคคล เครือข่าย จำนวน 3 รางวัล (1) ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง จำนวน 1 รางวัล (2) ด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม จำนวน 1 รางวัล          (3) ด้านสิทธิของกลุ่มคนเปราะบาง จำนวน 1 รางวัล  2) ประเภทองค์กร จำนวน 3 รางวัล 3) ประเภทสื่อมวลชน จำนวน 1 รางวัล 4) ประเภทโครงการหรืองานด้านการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน จำนวน 1 รางวัล ทั้งนี้ สามารถเสนอชื่อหรือสมัครเข้ารับการคัดเลือก ได้เพียง 1 รางวัล สำหรับบุคคล กลุ่มบุคคล เครือข่าย องค์กรสื่อมวลชน และโครงการหรืองาน ที่ได้รับการคัดเลือกฯ จะได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ และเงินรางวัล ๆ ละ 30,000 บาท(สามหมื่นบาทถ้วน) สามารถยื่นใบสมัครได้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2569  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มงานส่งเสริมสิทธิมนุษยชน สำนักส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชนสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2141 3930 หรือ 0 2141 3925 โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและดาวน์โหลดใบสมัครที่แนบด้านล่าง หรือ สามารถสแกน QR Code ตามที่ปรากฏ
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>24 เม.ย. 2569, 09:20</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. เข้าร่วมเป็นวิทยากรหลักสูตรนายทหารสัญญาบัตรชั้นต้น รุ่นที่ 47 ณ โรงเรียนนายทหารพระธรรมนูญ</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16864</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 และวันที่ 21 เมษายน 2569 นางสาวพีรดา ภูมิสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ในฐานะได้รับมอบหมายจากเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้าร่วมเป็นวิทยากรหลักสูตรนายทหารสัญญาบัตรชั้นต้น รุ่นที่ 47 ในหัวข้อกฎหมายและสนธิสัญญาที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน และหัวข้อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ให้แก่นายทหารพระธรรมนูญจากสามเหล่าทัพทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค  ผู้แทนสำนักงาน กสม. ได้ถ่ายทอดความรู้ในเรื่องสิทธิมนุษยชน หลักสิทธิมนุษยชน พันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน กฎหมายมนุษยธรรม การเข้าแทรกแซงเพื่อสิทธิมนุษยชน และสิทธิมนุษยชนกับการปฏิบัติการทางทหาร รวมทั้งได้อธิบายกรอบกฎหมายในประเทศ การนำหลักสิทธิมนุษยชนไปปฏิบัติงาน บทบาทของนายทหารพระธรรมนูญในการเคารพ คุ้มครอง และส่งเสริมสิทธิมนุษยชน รวมถึงการอำนวยความยุติธรรม นอกจากนี้ ได้แลกเปลี่ยนถึงกรณีปฏิบัติการทางทหารที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชน รวมทั้งแนวทางในการปกป้องการละเมิดสิทธิมนุษยชน และส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพหลักสิทธิมนุษยชน  การส่งเสริมความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนไปสู่การปฏิบัติของหน่วยงานต่าง ๆ เป็นภารกิจหนึ่งของสำนักงาน กสม. เพื่อส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมที่เคารพและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนสู่สังคมเสมอภาคและไม่เลือกปฏิบัติ
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>22 เม.ย. 2569, 14:30</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. อีสานร่วมสมาคมสื่อมวลชน สมาคมผู้บริโภค จ.ขอนแก่น และคณะนิติศาสตร์ มข. จัดสัมมนาวิชาการ “เสรีภาพสื่อ คือ เสรีภาพประชาชน กรณีศึกษาพื้นที่อีสาน”</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16853</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ที่ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) โดยนายภพธรรม สุนันธรรม ผู้อำนวยการสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายเจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดขอนแก่น นายปฏิวัติ เฉลิมชาติ นายกสมาคมผู้บริโภคจังหวัดขอนแก่น นายอัษฎาวุธ วสนาท คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมจัดเวทีสัมมนาวิชาการ หัวข้อ “เสรีภาพสื่อ คือเสรีภาพประชาชน กรณีศึกษาพื้นที่อีสาน” อันเนื่องมาจากกรณีที่ปรากฏว่า ได้มีการห้องคดีอันมีลักษณะเป็นการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะ (SLAPPs) หรือการฟ้องปิดปากสื่อมวลชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งนำเสนอข่าวที่เกี่ยวกับการปกป้องสิทธิมนุษยชนในหลายกรณี ซึ่งสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดขอนแก่นและภาคีเครือข่ายเห็นว่า การกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเสรีภาพของสื่อในการนำเสนอข่าว  การสัมมนาวิชาการดังกล่าวมีการนำเสนอที่มาและสถานการณ์ด้านสิทธิเสรีภาพของสื่อในปัจจุบัน บทบาทหน้าที่และภารกิจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสิทธิและเสรีภาพในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารและการร่วมผลักดัน (ร่าง) พรบ.ป้องกันการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อป้องกันการมีส่วนร่วมของประชาชน พ.ศ. .... ( Anti-SLAPP Law) หรือการฟ้องปิดปาก ผลกระทบและปัญหาอุปสรรคในการบังคับใช้กลไกเพื่อป้องกันการถูกฟ้องปิดปากในประเทศไทย โดยมีการนำเสนอกรณีศึกษาของผู้เข้าร่วมในกระบวนการทางชั้นศาลที่เกี่ยวกับการสู้คดีจากการถูกฟ้องปิดปากเนื่องจากการวิจารณ์โดยสุจริตหรือการดำเนินกิจกรรมปกป้องสิทธิของตน รวมถึงแสดงความคิดเห็นแนวทางในการดำเนินการต่อสู้ในการพิจารณาทางคดี และแนวทางการใช้เครื่องมือเพื่อปกป้องจากการฟ้องปิดปาก นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมการสัมมนาวิชาการยังได้แสดงความคิดเห็น ต่อการพัฒนาสถานะของร่างกฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปาก โดยกล่าวถึงร่างกฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปาก ซึ่งเสนอโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปราบการทุจิตแห่งชาติ (ปปช.) และร่างกฎหมายป้องกันการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อป้องกันการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ว่าควรมีแนวทางอย่างไร และตัวบทกฎหมายควรกำหนดเนื้อหาในประเด็นใดบ้าง และได้แสดงจุดยืนเรียกร้องต่อประเด็นการคุมครองสิทธิและเสรีภาพของสื่อมวลชนในการทำหน้าที่เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชน ภายหลังเสร็จสิ้นเวทีสัมมนาวิชาการ ผู้อำนวยการสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับเรื่องร้องเรียนจากสมาคมผู้บริโภคจังหวัดขอนแก่นด้วย ทั้งนี้ สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะรวบรวมและประมวลข้อมูลที่ได้จากการจัดเวทีสัมมนาวิชาการเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำข้อเสนอแนะในการจัดทำกฎหมายเพื่อป้องกันการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อป้องกันการมีส่วนร่วมของประชาชน และจะมีการบันทึกสถานการณ์เกี่ยวกับสิทธิของสื่อมวลชนรวมถึงการดำเนินการทางกฎหมายที่มีจุดประสงค์เพื่อการปิดปากในรายงานประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนภาคอีสานเพื่อนำเสนอเป็นรายงานประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนประจำปีต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ต่อไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>20 เม.ย. 2569, 12:04</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>รองเลขาธิการ กสม. ประชุมติดตามผลการดำเนินงานและถ่ายทอดเทคนิคการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุนงานสิทธิมนุษยชน</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16840</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 8 - 9 เมษายน 2569 ที่ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคใต้ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายจุมพล ขุนอ่อน รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (รองเลขาธิการ กสม.) เป็นประธานการประชุมสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ ครั้งที่ 5/2569 ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงาน เพื่อติดตามผลการดำเนินงานประจำเดือนมีนาคม 2569 และทบทวนแผนการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในการนี้ นายคเณศศักดิ์ ชัยอินทร์ หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูล สำนักดิจิทัลสิทธิมนุษยชน ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคนิคการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) แก่เจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการปฏิบัติงานด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ที่ประชุมมีมติรับทราบรายงานสถานะการเบิกจ่ายงบประมาณรายเดือนของสำนักงาน ตลอดจนผลการดำเนินกิจกรรมและโครงการตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พร้อมกำหนดแนวทางการดำเนินงานในระยะต่อไป  ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวมุ่งเน้นการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้ครอบคลุมและสอดคล้องกับบริบทสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในพื้นที่ภาคใต้
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>10 เม.ย. 2569, 20:56</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคเหนือ ร่วมแลกเปลี่ยนและหารือกับคณะทำงานเชียงใหม่ไพรด์ ในการดำเนินงานขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนร่วมกัน</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16838</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคเหนือ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคเหนือ) นายจิรัฏฐ์ สถาปัตย์สิริ หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมและเฝ้าระวังสถานการณ์สิทธิมนุษยชน รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคเหนือ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคเหนือ หารือร่วมกับ คุณศิริศักดิ์ ไชยเทศ พร้อมด้วยผู้แทนคณะทำงานเชียงใหม่ไพรด์ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือในการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนร่วมกัน ในการนี้ คุณศิริศักดิ์ พร้อมด้วยผู้แทนคณะทำงานเครือข่ายไพรด์ เชียงใหม่ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของโครงการ ประสบการณ์การทำงานของคณะทำงานในการขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชน มิใช่เพียงมิติแห่งความหลากหลายทางเพศ แต่คือทุก ๆ มิติ ของสิทธิมนุษยชน ทั้งด้านการศึกษา แรงงาน ชาติพันธุ์ สุขภาพ และความปลอดภัย รวมถึงการขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนร่วมกับทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ปัจจุบันคณะทำงานเชียงใหม่ไพรด์ ยังคงต่อสู้เพื่อสิทธิของคนทุกกลุ่มในพื้นที่ภาคเหนืออย่างมั่นคง เพื่อให้การดำเนินงานด้านสิทธิมนายชนเป็นไปอย่างรอบด้าน จึงขอรับการสนับสนุนในการเข้าร่วมเป็น “ภาคีเครือข่ายความร่วมมือในการจัดกิจกรรม ในกิจกรรม Chiang Mai Pride Festival 2026” ด้วยเล็งเห็นว่าสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคเหนือ มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค  การหารือในครั้งนี้ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการขับเคลื่อนงานสิทธิมนุษยชนกับเครือข่ายภายในภูมิภาค ทั้งนี้ สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคเหนือจะนำข้อเสนอที่ได้จากการหารือในครั้งนี้ เสนอต่อผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อพิจารณาต่อไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>10 เม.ย. 2569, 20:53</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>ผู้ตรวจราชการ สำนักงาน กสม. วางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16820</link>

                
                <description><![CDATA[
                    วันที่ 6 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. นายโกเมศ สุบงกช ผู้ตรวจราชการ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมวางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2569 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า กรุงเทพมหานคร
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>7 เม.ย. 2569, 09:40</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. บริจาคสิ่งของและทุนทรัพย์ให้แก่โรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16819</link>

                
                <description><![CDATA[
                    วันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 14.00 น. ที่โรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา (บ้านเด็กตาบอดผู้พิการซ้ำซ้อน) นางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยนางสาววรพร นรเศรษฐวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ บริจาคสิ่งของและทุนทรัพย์ให้แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา (บ้านเด็กตาบอดผู้พิการซ้ำซ้อน) โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมจิตอาสาเฉลิมพระเกียรติเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2569
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>7 เม.ย. 2569, 09:36</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. ตรวจเยี่ยมเชิงป้องกันสถานกักตัวคนต่างด้าว สตม. เสริมสร้างระบบการกักตัวที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และป้องกันการทรมาน</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16813</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 1-2 เมษายน 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุชาติ เศรษฐมาลินี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้มอบหมายนายบุญเกื้อ สมนึก ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเชิงป้องกัน ณ สถานกักตัวคนต่างด้าว สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เขตสาทร กรุงเทพฯ โดยมีพันตำรวจเอก สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รองผู้บังคับการ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สตม. และพันตำรวจเอก วัชรพล กาญจนกันทร ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สตม. ให้การต้อนรับ ร่วมสังเกตการณ์ และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น  การตรวจเยี่ยมเชิงป้องกันมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินแนวปฏิบัติของสถานกักตัวคนต่างด้าวให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 หลักสิทธิมนุษยชน และมาตรฐานสากล รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะเพื่อลดความเสี่ยงต่อการทรมานหรือการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม การตรวจเยี่ยมดังกล่าวดำเนินไปตามกระบวนการ 3 ขั้นตอน ได้แก่ การประชุมเปิดเพื่อรับฟังข้อมูลจากผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของสถานกักตัวคนต่างด้าว การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสภาพการดำเนินงานจริงในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านกายภาพ กระบวนการปฏิบัติงาน และการบริหารเชิงนโยบาย ตลอดจนการประชุมสรุปผลและแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะร่วมกันในช่วงท้ายเพื่อร่วมกันพัฒนามาตรการเชิงป้องกันให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จากการตรวจเยี่ยม พบว่า แม้สถานกักตัวคนต่างด้าวต้องเผชิญข้อจำกัดต่าง ๆ โดยเฉพาะความหนาแน่นของผู้ต้องกักและระยะเวลาการกักตัวที่ยาวนาน แต่เจ้าหน้าที่ตระหนักและให้ความสำคัญด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงพยายามอย่างต่อเนื่องในการดูแลผู้ต้องกักทั้งด้านการคัดกรองสุขภาพ การดูแลกลุ่มเปราะบาง และการอำนวยความสะดวกให้สามารถเข้าถึงทนายความ สถานทูต และญาติ ในโอกาสนี้ คณะตรวจเยี่ยมได้เสนอแนวทางเชิงนโยบายเพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบการบริหารจัดการสถานกักตัวให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น การเพิ่มบุคลากรและเทคโนโลยี การพัฒนากลไกดูแลกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ การกำหนดแนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับหลักไม่ผลักดันผู้ต้องกักกลับไปสู่อันตราย การส่งเสริมมาตรการทางเลือกอื่นแทนการกักตัว และการพัฒนาระบบดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ต้องกักและเสริมสร้างการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลยิ่งขึ้น การตรวจเยี่ยมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ระหว่างสำนักงาน กสม. กับ สตม. ในการร่วมกันพัฒนาระบบการดูแลผู้ต้องกักให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นบนพื้นฐานของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หลักสิทธิมนุษยชน และมาตรฐานสากล โดยข้อค้นพบและข้อเสนอแนะจากการตรวจเยี่ยม สำนักงาน กสม. จะนำเสนอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) พิจารณาขับเคลื่อนและต่อยอดมาตรการเชิงป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงเชิงระบบ และส่งเสริมการบริหารจัดการสถานกักตัวคนต่างด้าวให้เกิดความสมดุลระหว่างความมั่นคงและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างยั่งยืน
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>3 เม.ย. 2569, 13:21</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. เข้าร่วมโครงการ “AI เพื่อบริหารและสื่อสารโครงการเพื่อสิทธิมนุษยชนและสังคมสันติสุข” ณ วัดตานีนรสโมสร จ.ปัตตานี</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16804</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 นางสาวอณิชภัทร สิทธิดำรงค์ หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมและเฝ้าระวังสถานการณ์สิทธิมนุษยชน สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคใต้ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้) ร่วมเป็นวิทยากรในโครงการ “AI เพื่อบริหารและสื่อสารโครงการเพื่อสิทธิมนุษยชนและสังคมสันติสุข” ณ ศูนย์ประสานงานพุทธวิธีเพื่อสิทธิมนุษยชน (BAHRC) วัดตานีนรสโมสร พระอารามหลวง อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี โครงการดังกล่าวจัดขึ้นโดย มูลนิธิสถาบันการจัดการวิถีพุทธเพื่อสุขและสันติ (มูลนิธิ สกพ. — IBHAP Foundation) ร่วมกับภาคีเครือข่ายหลายองค์กร ได้แก่ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) สมาคมเพื่อสันติภาพและการพัฒนา สภาประชาสังคมชายแดนใต้ มูลนิธิดิจิทัลเพื่อสันติภาพ เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (B4P) และศาสนาเพื่อสันติภาพแห่งประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพแก่พระสงฆ์เครือข่ายผู้เยียวยาจิตใจ เจ้าหน้าที่ศูนย์ BAHRC และภาคประชาสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สามารถนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการโครงการ สื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ และผลิตสื่อดิจิทัลเพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสังคมสันติสุขในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้กรอบจริยธรรมและความรับผิดชอบ กิจกรรมตลอดทั้งวันประกอบด้วย การเสวนาหัวข้อ “AI กับสิทธิมนุษยชน: โอกาสและความท้าทาย” และการฝึกปฏิบัติจริง (Workshop) 4 หัวข้อ ได้แก่ 1) AI สำหรับบริหารโครงการ 2) การสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ด้วย AI 3) AI กับการสร้างสันติภาพในพื้นที่ และ4) AI สำหรับออกแบบและผลิตสื่อดิจิทัล โดยมีผู้เข้าร่วมจากภาคส่วนต่าง ๆ รวมกว่า 30 คน การอบรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ในการส่งเสริมและเฝ้าระวังสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>2 เม.ย. 2569, 15:05</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>ที่ปรึกษาประจำ กสม. ลงพื้นที่อำเภอขนอม รับฟังเสียงชุมชน–หน่วยงานรัฐ เดินหน้ากระบวนการมีส่วนร่วม กรณีเตรียมประกาศอุทยานแห่งชาติขนอม–หมู่เกาะทะเลใต้</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16803</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่ว่าการอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช นางสาวมณีรัตน์ มิตรปราสาท ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ธนพร ศรียากูล วิทยากร และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. ลงพื้นที่เข้าพบและประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชน ในการกำหนดเขตพื้นที่เตรียมการประกาศอุทยานแห่งชาติขนอม–หมู่เกาะทะเลใต้ ภายใต้โครงการคลินิกสิทธิมนุษยชน การประชุมดังกล่าวมุ่งรับฟังความคิดเห็น ข้อกังวล และข้อเสนอแนะจากภาคประชาชนและผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่อำเภอขนอม โดยเฉพาะประเด็นการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างหลายประการ อาทิ กระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่ยังขาดความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ความกังวลเรื่องแนวเขตทับซ้อนกับที่ดินทำกินและเอกสารสิทธิ์ ความไม่เชื่อมั่นต่อหน่วยงานรัฐ ตลอดจนความไม่ชัดเจนของข้อมูลแผนที่และแนวเขตพื้นที่ ต่อมา เวลา 13.30 น. จัดกิจกรรม “คลินิกสิทธิมนุษยชน” ณ สมาคมประมง อำเภอขนอม เพื่อเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนได้สะท้อนความคิดเห็นอย่างรอบด้าน พบว่าภาคประชาชน และชุมชนมีจุดยืนคัดค้านการประกาศเขตอุทยานฯ เนื่องจากกังวลผลกระทบต่อที่ดินทำกิน วิถีชีวิต และการพึ่งพาทรัพยากรท้องถิ่น อีกทั้งยังสะท้อนปัญหาการมีส่วนร่วมที่ไม่ทั่วถึง ข้อมูลจากภาครัฐไม่เพียงพอ และการไม่เปิดเผยแผนที่แนวเขตอย่างละเอียด นอกจากนี้ ยังแสดงความกังวลต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เช่น การจำกัดพื้นที่ประมงพื้นบ้าน การลดลงของรายได้จากการท่องเที่ยวชุมชน ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางทะเล รวมถึงความไม่มั่นคงในสิทธิที่ดิน โดยชุมชนเห็นว่ามีระบบการจัดการทรัพยากรของตนเองที่มีประสิทธิภาพอยู่แล้ว และเสนอให้ใช้แนวทางที่เปิดโอกาสให้ชุมชนมีบทบาทนำมากยิ่งขึ้น จากนั้นในวันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่ปรึกษาประจำ กสม. และคณะ ได้เข้าหารือร่วมกับอุทยานแห่งชาติหาดขนอม–หมู่เกาะทะเลใต้ ทราบว่า พื้นที่เตรียมประกาศเขตอุทยานดังกล่าวดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2533 มีการปรับลดพื้นที่จาก 197,000 ไร่ เหลือประมาณ 73,000 ไร่ อย่างไรก็ตาม ประชาชนและชุมชนยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับความไม่ชัดเจนของข้อมูลแผนที่ การสื่อสารที่ไม่ครอบคลุมทุกกลุ่ม และการบูรณาการระหว่างหน่วยงานรัฐที่ยังไม่เป็นเอกภาพ ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งหรือข้อร้องเรียนในกระบวนการดำเนินงานในอนาคต ต่อมา เวลา 14.30 น. ได้จัดกิจกรรมคลินิกสิทธิมนุษยชน ณ ศูนย์เรียนรู้ธนาคารปูม้าและประมงชายฝั่งบ้านในถุ้ง เพื่อการรับฟังเสียงของกลุ่มประมงพื้นบ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการกำหนดพื้นที่เตรียมการประกาศเขตอุทยานบริเวณเกาะวังนอก–เกาะวังใน อันเป็นแหล่งทำกินสำคัญ โดยกลุ่มประมงพื้นบ้านได้สะท้อนความกังวลว่า การประกาศเขตอุทยานฯ อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทำกิน รายได้ที่ลดลง และข้อจำกัดด้านสิทธิจากกฎหมายที่เข้มงวด อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายเห็นพ้องถึงความจำเป็นของการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โดยเสนอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทำหน้าที่เป็นคนกลางในการจัดเวทีเจรจาระหว่างหน่วยงานรัฐกับชุมชน พร้อมทั้งส่งเสริมให้ชุมชนมีบทบาทในการจัดทำข้อมูลทรัพยากรและกำหนดกติกาการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญของกรณีดังกล่าวไม่ได้อยู่เพียงการกำหนดเขตอุทยานแห่งชาติเท่านั้น หากแต่เป็นความจำเป็นในการพัฒนากระบวนการที่โปร่งใส มีส่วนร่วม และเคารพสิทธิของประชาชน เพื่อให้การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสามารถดำเนินควบคู่ไปกับการดำรงวิถีชีวิตของชุมชนได้อย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>2 เม.ย. 2569, 15:02</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. อีสาน ร่วมเป็นวิทยากรในโครงการพัฒนาศักยภาพเยาวชนคนรุ่นใหม่ ใส่ใจสื่อสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมทักษะการสื่อสารประเด็นสิทธิมนุษยชนแก่เยาวชนลุ่มน้ำโขงจังหวัดอีสานตอนล่าง</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16799</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 27-29 มีนาคม 2569 ที่โรงแรมปลายฟ้า รีสอร์ท อำเภอ โพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เป็นวิทยากรเพื่อส่งเสริมความรู้สิทธิมนุษยชน ในกิจกรรมการอบรมพัฒนาทักษะการผลิตสื่อครั้งที่ 3 ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพเยาวชนคนรุ่นใหม่ใส่ใจสื่อสร้างสรรค์ จัดโดย สมาคมเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน ภายใต้ความร่วมมือกับเครือข่ายสื่อภาคอีสาน ได้แก่ ไทยพีบีเอส ซาวอีสาน เลนส์ไทบ้าน กระติ๊บบาย และสมาคมเยาวชนฮักแม่น้ำโขง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีทักษะในการเป็นนักสื่อสารที่รู้เท่าทันสื่อและเข้าถึงข้อมูลอย่างรอบด้าน อันจะนำไปสู่การใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์เพื่อสะท้อนปัญหาและผลกระทบจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงให้สอดคล้องกับบริบททางสังคม วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชนในพื้นที่ แบ่งการอบรมเป็น 3 ครั้ง ในพื้นที่จังหวัด ลุ่มน้ำโขงตอนบน กลาง และล่าง โดยในครั้งนี้เป็นการอบรมให้แก่ผู้เข้าร่วมในระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา จากจังหวัดลุ่มน้ำโขงในภาคอีสานตอนล่าง (อำนาจเจริญและอุบลราชธานี) จำนวน 4 ทีม โดยตลอดทั้ง 3 วัน เจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ร่วมนำเสนอประเด็นสิทธิมนุษยชนและบทบาทสำนักงาน กสม. ผ่าน กิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ วงเสวนาเจาะลึกสถานการณ์แม่น้ำโขง โดยมีผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ได้แก่ ผู้แทนเยาวชน ผู้แทนภาคประชาชน หน่วยงานรัฐ และผู้แทนสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRCS) เข้าร่วมแลกเปลี่ยน ซึ่งได้ร่วมนำเสนอสถานการณ์และการทำงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในประเด็นลุ่มน้ำโขง ทั้งในมิติการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน รวมไปถึงการให้ความรู้ในหลักการสิทธิมนุษยชนสำหรับนักสื่อสารที่ปรากฏในสถานการณ์รอบตัว เพื่อมุ่งหวังให้เยาวชนที่เข้าร่วมอบรมได้นำสิทธิมนุษยชนไปใช้เติมเต็มในการพัฒนาผลงานการสื่อสารในรูปแบบหนังสั้นและสารคดี นอกจากนี้ยังได้ร่วมลงพื้นที่ต่าง ๆ ในจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อทดลองการนำองค์ความรู้ผลิตผลงานสื่อในประเด็นนักปกป้องสิทธิมนุษชนเพื่อสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมผ้าทอพื้นบ้าน การท่องเที่ยว และวิถีประมงริมโขง อีกด้วย  ทั้งนี้ ภารกิจด้านการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของ สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในการมุ่งประสานการทำงานและสนับสนุนความร่วมมือกับเครือข่ายต่าง ๆ โดยเฉพาะกับสถาบันการศึกษา สื่อมวลชน และภาคประชาสังคม เพื่อส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ และทักษะในประเด็นสิทธิมนุษยชน ทั้งด้านวิชาการและการสื่อสารสาธารณะเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ภูมิภาคให้เกิดความเข้มแข็งต่อไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>2 เม.ย. 2569, 11:08</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. ร่วมวางพานพุ่มเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16787</link>

                
                <description><![CDATA[
                    วันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. นางสาวสุทิสา น้อมรักษา ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง ในฐานะได้รับมอบหมายจากเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า พุทธศักราช 2569 ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ วัดราชนัดดาราม กรุงเทพมหานคร
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>31 มี.ค. 2569, 14:54</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>รองเลขาธิการ กสม. เข้าพบเพื่อหารือ ผบ.เรือนจำกลางขอนแก่นและประชุมติดตามความคืบหน้าภารกิจสำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16785</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 นายภาณุวัฒน์ ทองสุข รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (รองเลขาธิการ กสม.) พร้อมคณะเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าพบและหารือความร่วมมือกับนายไพรัตน์ ขมินทกูล ผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแก่น เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภารกิจระหว่างหน่วยงาน โดยรองเลขาธิการ กสม. ได้กล่าวถึงภารกิจของสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ครอบคลุมทั้งด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ในพื้นที่ 20 จังหวัดภาคอีสาน พร้อมยกตัวอย่างประเด็นข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้นในเรือนจำในประเทศไทยและได้ร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการหารือแนวทางส่งเสริมความรู้และสร้างการตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชนให้กับเจ้าหน้าที่ของเรือนจำในพื้นที่ ซึ่ง ผบ.เรือนจำขอนแก่น มีความยินดีและพร้อมที่จะสนับสนุนความร่วมมือดังกล่าวต่อไป ในวันเดียวกัน รองเลขาธิการ กสม. ได้ประชุมเพื่อมอบนโยบายให้กับเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และรับทราบความคืบหน้าผลการดำเนินงานในห้วงที่ผ่านมา รวมถึงกำชับและเร่งรัดการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>31 มี.ค. 2569, 14:43</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดกิจกรรมถวายความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนแก่พระสงฆ์ผู้เยียวยาจิตใจ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เสริมพลังเครือข่ายพุทธศาสนิกชนสู่สันติสุขที่ยั่งยืน</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16783</link>

                
                <description><![CDATA[
                    สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคใต้ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้) ร่วมกับมูลนิธิสถาบันการจัดการวิถีพุทธเพื่อสุขและสันติ (มูลนิธิ สกพ.) และศูนย์ประสานงานพุทธวิธีเพื่อสิทธิมนุษยชน จัดกิจกรรมการถวายความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนสำหรับพระสงฆ์ผู้เยียวยาจิตใจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายพุทธศาสนิกชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างวันที่ 26 - 28 มีนาคม พ.ศ. 2569 ณ วัดตานีนรสโมสร พระอารามหลวง อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี กิจกรรมครั้งนี้สืบเนื่องจากความสำเร็จของโครงการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ที่สำนักงาน กสม. ร่วมกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และมูลนิธิ สกพ. ได้จัดอบรมด้านสิทธิมนุษยชนสำหรับพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ จนนำไปสู่การจัดตั้ง ศูนย์ประสานงานพุทธวิธีเพื่อสิทธิมนุษยชน ณ วัดตานีนรสโมสร และในปีนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มุ่งขยายผลการดำเนินงานดังกล่าวให้เข้มแข็งและยั่งยืนยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพพระสงฆ์ในฐานะผู้เยียวยาจิตใจให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีนางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นประธานในพิธีเปิด ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุชาติ เศรษฐมาลินี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นวิทยากรบรรยายหลักการพื้นฐานด้านสิทธิมนุษยชนในชีวิตประจำวัน และนายจุมพล ขุนอ่อน รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กับบทบาทของพระสงฆ์”  นอกจากนี้ยังมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ตลอดการอบรม 3 วัน 2 คืน เช่น พระราชวัชรญาณโมลี รองเจ้าคณะภาค 18 และเจ้าอาวาสวัดตานีนรสโมสร บรรยายบทบาทพระสงฆ์ในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ วิทยากรจาก ศอ.บต. บรรยายบทบาทและอำนาจหน้าที่ในการอำนวยความยุติธรรมและช่วยเหลือเยียวยาประชาชน นายแพทย์ณัฐกร จำปาทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ ฝึกปฏิบัติการปฐมพยาบาลด้านจิตใจและทักษะการฟังอย่างตั้งใจ พระมหานภันต์ สนฺติภทฺโท ป.ธ.9 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร นำกระบวนการสานเสวนาและกิจกรรมกลุ่ม กิจกรรมดังกล่าวยังมีการฝึกปฏิบัติเชิงสร้างสรรค์ในหัวข้อ “AI สร้างสื่อ เสริมพลังพระ เพื่อสิทธิมนุษยชนและสังคมสันติสุข” และ “AI กับพุทธวิธีเยียวยาใจ” วิทยากรโดย นางสาวสุนิสา หง่าสงฆ์ และนางภัคจิรา ศิลาขาว วิทยากรด้านการออกแบบและผลิตสื่อดิจิทัล เพื่อเตรียมพระสงฆ์ให้พร้อมรับมือกับบริบทของสังคมดิจิทัล กิจกรรมครั้งนี้มีกลุ่มเป้าหมายเป็น พระสงฆ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 30 รูป โดยมุ่งเสริมสร้างให้พระสงฆ์สามารถทำหน้าที่เป็นเครือข่ายเฝ้าระวังสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ให้คำปรึกษาแนะนำแก่ประชาชน และเป็นกลไกเชื่อมประสานระหว่างชุมชนกับหน่วยงานรัฐในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา ได้แก่ อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอสะบ้าย้อย และอำเภอนาทวี
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>31 มี.ค. 2569, 14:40</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. ร่วมกับกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้  จัดอบรมเพื่อยกระดับการปฏิบัติงานของศูนย์ซักถามให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16780</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 25-26 มีนาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) ร่วมกับกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “การปฏิบัติงานในศูนย์ซักถามภายใต้กรอบสิทธิมนุษยชนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง” ณ ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์ซักถามทุกแห่งในพื้นที่เข้าร่วม การอบรมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงาน กสม. และกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสิทธิมนุษยชน พันธกรณีระหว่างประเทศ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ อนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment: CAT) และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้หายสาบสูญ (International Convention for the Protection of All Persons from Enforced Disappearance: ICPPED) รวมถึงพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุชาติ เศรษฐมาลินี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายบุญเกื้อ สมนึก ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายสันติ ลาตีฟี นักวิชาการสิทธิมนุษยชนชำนาญการพิเศษ และนางสาวอชิรญา จงรักษ์ นักวิชาการโครงการ ได้ร่วมเป็นวิทยากรและให้ข้อคิดเห็นเพื่อขับเคลื่อนแนวทางการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนในบริบทพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กิจกรรมการอบรมประกอบด้วยทั้งการบรรยายภาควิชาการและกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ โดยเน้นประเด็นสำคัญ เช่น การซักถามโดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และไม่ใช้ความรุนแรง การสร้างความไว้วางใจในการสื่อสาร การบริหารจัดการศูนย์ซักถามให้มีความโปร่งใส และการออกแบบมาตรการป้องกันการทรมานและการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมการอบรมได้ร่วมกันจัดทำแนวทางสิ่งที่พึงกระทำและไม่พึงกระทำ (Dos and Don’ts) สำหรับเจ้าหน้าที่ศูนย์ซักถาม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎหมายและลดความเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของสำนักงาน กสม. และกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนอันจะมีส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น เสริมสร้างความเข้าใจ และสนับสนุนการสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>31 มี.ค. 2569, 14:27</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. เข้าร่วมเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ สิทธิมนุษยชนกับอนาคตการศึกษาไทยบนเวทีสากล : การปรับตัวสู่มาตรฐาน  OECD และความท้าทายใหม่</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16763</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 นางสาวพีรดา ภูมิสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ในฐานะได้รับมอบหมายจากเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้าร่วมเป็นวิทยากรให้แก่สำนักงานสภาการศึกษาในการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล: สิทธิมนุษยชน ความยั่งยืน และความท้าทายในบริบท OECD” ณ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาและผ่านระบบการประชุมออนไลน์ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล และการเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การ เพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของสภาการศึกษา ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สถาบันการศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษาในส่วนกลางและภูมิภาคเข้าร่วม รวมจำนวน 582 คน โดยผู้แทนสำนักงาน กสม. ได้นำเสนอหลักสิทธิมนุษยชน กรอบพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน ความเชื่อมโยงของสิทธิมนุษยชนและการศึกษา บริบทสถานการณ์โลกที่ส่งผลต่อสิทธิด้านศึกษา และแนวทางในการบูรณาการมิติสิทธิมนุษยชนเข้าสู่ระบบการศึกษา เพื่อสอดคล้องกับมาตรฐานในระดับสากล รวมทั้งได้แลกเปลี่ยนกับผู้เข้าร่วมประชุมในประเด็นสิทธิการศึกษา ทั้งนี้ การส่งเสริมความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนไปสู่การปฏิบัติแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นภารกิจหนึ่งที่สำนักงาน กสม. ดำเนินการเพื่อส่งเสริมการเคารพและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนสู่สังคมเสมอภาคและไม่เลือกปฏิบัติ
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>27 มี.ค. 2569, 07:34</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>รองเลขาธิการ กสม. ร่วมงานสถาปนากระทรวงยุติธรรม ครบรอบ 135 ปี</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16759</link>

                
                <description><![CDATA[
                    วันที่ 25 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. นายภาณุวัฒน์ ทองสุข รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะได้รับมอบหมายจากเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงยุติธรรม ครบรอบ 135 ปี ณ อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>25 มี.ค. 2569, 15:09</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคอีสาน ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสิทธิในที่อยู่อาศัย กรณีผลกระทบในที่อยู่อาศัยชุมชนเมือง จากนโยบายโครงการพัฒนาของรัฐ ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16756</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 21 – 22 มีนาคม 2569 ที่ห้องมงกุฎพลอย โรงแรมโฆษะ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สำนักงานกสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้แก่ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ภาคอีสาน เครือข่ายสลัมสี่ภาค เครือข่ายฟื้นฟูประชาสร้างสรรค์ และเครือสภาริมรางเมืองขอนแก่น จัดกิจกรรม “การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสิทธิในที่อยู่อาศัย กรณีผลกระทบในที่อยู่อาศัยของชุมชนเมือง จากนโยบายโครงการพัฒนาของรัฐ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในสถานการณ์และผลกระทบจากโครงการรถไฟความเร็วสูงที่มีต่อชุมชนริมรางรถไฟในจังหวัดขอนแก่น การเสริมทักษะและองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนและกฎหมายในชีวิตประจำวัน ความรู้การรวมกลุ่มสหกรณ์ การไกล่เกลี่ย การเข้าถึงสิทธิและกลไกการเยียวในกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างแกนนำ สมาชิกชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจัดทำแผนงานเพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และจัดทำข้อเสนอแนะการแก้ไขปัญหาสิทธิในที่อยู่อาศัยในพื้นที่ริมรางรถไฟอย่างมีส่วนร่วม การประชุมดังกล่าวมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย แกนนำชุมชนจาก 5 เครือข่าย ในพื้นที่ชุมชนริมรางจังหวัดขอนแก่น หน่วยงานด้านกระบวนการยุติธรรมและการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย รวม 60 คน ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา ทั้ง 2 วัน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่มาจากเครือข่ายในพื้นที่ชุมชนริมรางรถไฟจังหวัดขอนแก่น ได้แก่ เครือข่ายริมรางนครขอนแก่น เครือข่ายฟื้นฟูประชาสร้างสรรค์ เครือข่ายสภาริมรางเมืองขอนแก่น และเครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองศิลา ต่างได้รับทราบและแลกเปลี่ยนข้อมูลปัจจุบันด้านสถานการณ์ นโยบาย ผลกระทบ และการขับเคลื่อนเพื่อแก้ปัญหาพื้นที่ริมรางรถไฟในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่มีประชาชนได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างระบบรางรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง กว่า 2,300 ครัวเรือน และได้รับการเสริมสร้างองค์ความรู้มิติสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องซึ่งปรากฏในรัฐธรรมนูญและกติการะหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานกสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตลอดจนได้รับองค์ความรู้ผ่านกฎหมายและกรณีศึกษาในการแก้ปัญหาการเข้าถึงสิทธิที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ได้แก่ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น สำนักงานสหกรณ์จังหวัดขอนแก่น สำนักงานธนารักษ์พื้นที่จังหวัดขอนแก่น ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และได้รับการพัฒนาทักษะการทำงานในชุมชน โดยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสำนักพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมราง โดยมีการฝึกทักษะด้านการวิเคราะห์ปัญหา ผู้มีส่วนได้เสีย และออกแบบวางแผนงานเพื่อแก้ไขปัญหาการถูกละเมิดสิทธิ ซึ่งเน้นความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วมจากสมาชิกชุมชน นอกจากนี้ยังได้ร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการโดยการดึงหน่วยงานและองคาพยพที่เกี่ยวข้องมาสร้างการมีส่วนร่วมที่จะทำให้เกิดความเข้มแข็งของชุมชน และเป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญให้เกิดการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบด้านที่อยู่อาศัย ที่ครอบคลุมมิติสิทธิมนุษชนที่หลากหลายได้อย่างยั่งยืน ซึ่งจะได้มีการนำแผนไปขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาด้านสิทธิของแต่ละชุมชนต่อไป นอกจากนี้ ในเวที ผู้อำนวยการสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังได้เป็นตัวแทนสำนักงาน กสม. ในการรับเรื่องร้องเรียนจากเครือข่ายสลัมสี่ภาค กรณีปัญหาผลกระทบจากโครงการก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ ช่วงใน อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี อีกด้วย ทั้งนี้ กิจกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการ ดังกล่าว เป็นกิจกรรมที่ดำเนินการภายใต้โครงการคลินิกสิทธิมนุษยชน โดยสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ออกแบบกิจกรรมร่วมกันกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม ซึ่งจากนี้จะได้มีการร่วมกันติดตามและขับเคลื่อนให้ชุมชนในพื้นที่เกิดความเข้มแข็งที่จะสามารถเป็นปัจจัยหนุนในการแก้ไขประเด็นปัญหาการพัฒนาและผลกระทบด้านสิทธิของคนจนเมือง ที่มีทั้งสิทธิในที่อยู่อาศัย ปัญหาการมีส่วนร่วม ปัญหาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม และการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานต่าง ๆ ได้อย่างยั่งยืนต่อไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>25 มี.ค. 2569, 14:59</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมการออกหน่วยคลินิกสิทธิมนุษยชนเคลื่อนที่ภายใต้โครงการคลินิกสิทธิมนุษยชนเพื่อแก้ไขปัญหาสิทธิและสถานะบุคคล กลุ่มลาวอพยพ ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16752</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 16 – 20 มีนาคม 2569 ที่ว่าการอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้แก่ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) กระทรวงศึกษาธิการ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดอุบลราชธานี สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานี มูลนิธิเพื่อสุขภาพและการแบ่งปัน เครือข่ายชุมชนคนฮักน้ำของ มูลนิธิชุมชนไท มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย มูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล ศูนย์ประสานงานเด็กและเยาวชนหนองเม็ก และโฮงเฮียนฮักน้ำของ จัดกิจกรรมออกหน่วยคลินิกสิทธิมนุษยชนเคลื่อนที่เพื่อแก้ไขปัญหาสิทธิและสถานะบุคคล กลุ่มลาวอพยพ ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนการทำงานที่มุ่งเน้นการบูรณาการทำงานแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาค เพื่อแก้ไขปัญหาด้านสิทธิและสถานะบุคคล ในกลุ่มเป้าหมาย ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 เรื่องหลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลให้แก่บุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานาน (ตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ. 2542) และกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักร (กลุ่มที่มีรายชื่อในระบบประมาณ 4.8 แสนราย) กลุ่มผู้มีเชื้อสายลาวอพยพที่อพยพเข้ามา และอาศัยอยู่ในไทยมานานกว่า 40-50 ปี และกลุ่มนักเรียนรหัส G ในพื้นที่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี  กิจกรรมประกอบด้วยการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการออกหน่วยคลินิกสิทธิมนุษยชนของเจ้าหน้าที่ทีมบูรณาการทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมดังกล่าวข้างต้น การเปิดงานและการเสวนาถึงสถานการณ์และผลการดำเนินงานการแก้ปัญหาประเด็นสถานะบุคคลของภาคีเครือข่าย ภายใต้หัวข้อ “รักข้ามโขง ชีวิตคนไร้สถานะ” โดยมีนางปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วย นายวิฑูรย์ สิรินุกูล รองอธิบดีกรมการปกครอง นางสาวนันทนีย์ เจษฎาชัยยุทธ์ ผู้แทน UNHCR ประเทศไทย นายสรชาย ครองยุทธ ปลัดจังหวัดอุบลราชธานี นายอานนท์ หนุนชู นายอำเภอโขงเจียม นางปทิตตา โฉมประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดอุบลราชธานี นายภูธร พันธรังศรี ผู้ประสานงานเครือชุมชนคนข่ายฮักน้ำของ ร่วมเปิดกิจกรรม ทั้งนี้ จังหวัดอุบลราชธานีเป็นพื้นที่ชายแดนติดกับ สปป.ลาว พบว่ามีกลุ่มลาวอพยพที่หนีภัยสงครามในอดีตเข้ามาอยู่อาศัยในลักษณะครอบครัว มีความสัมพันธ์กับคนไทยและมีลูกหลานเป็นคนไทย โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอโขงเจียม ซึ่งทั้งหมดส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่มานานและกลายเป็นผู้สูงอายุที่เข้าไม่ถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลและสัญชาติจำนวนมาก ตลอดทั้ง 4 วันของการจัดกิจกรรมการออกหน่วย ทีมบูรณาการจากทุกภาคส่วนได้ร่วมกันดำเนินงานในการให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่มีปัญหาสถานะตกหล่น การออกบัตรประจำตัวให้แก่ผู้ที่ยื่นเอกสารครบถ้วนโดยกรมการปกคครอง โดยเน้นย้ำหลักการฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ความโปร่งใส เพื่อป้องกันการทุจริต รวมถึงการตั้งโต๊ะเพื่อช่วยเหลือผู้มีปัญหาสถานะที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในการดำเนินการรวบรวมเอกสารและพยานหลักฐานเพื่อยื่นคำร้องขอแก้ไขปัญหาสถานะต่อกรมการปกครอง ในการจัดกิจกรรมดังกล่าว มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 476 คน และมีผู้ที่มีเอกสารและพยานครบถ้วนซึ่งสามารถยื่นคำร้องขอแก้ไขปัญหาสถานะ 148 ราย/คำร้อง  ทั้งนี้ การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในประเด็นสถานะบุคคล ถือเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ชุดปัจจุบันให้ความสำคัญเพื่อเร่งขจัดความไร้รัฐไร้สัญชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี โดยบูรณาการทำงานกับทุกภาคส่วนมาอย่างต่อเนื่อง ในการแก้ปัญหาให้ผู้ที่มีสิทธิตามหลักเกณฑ์แต่ตกหล่นจากการสำรวจ ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นประชาชนกลุ่มเปราะบาง ชายขอบ ได้เข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลตามกฎหมาย อันจะพัฒนาไปสู่การเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน อาทิ การศึกษา สาธารณสุข การประกอบอาชีพและการเดินทาง และส่งผลโดยตรงที่จะก่อให้เกิดการพัฒนาอันจะเป็นประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิต สภาพเศรษกิจและสังคม และสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>24 มี.ค. 2569, 09:28</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>เลขาธิการ กสม. เปิดกิจกรรม “การเสริมสร้างสุขภาวะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานอย่างมีความสุข” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16748</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. นางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการ กสม. กล่าวเปิดและเข้าร่วมกิจกรรม “การเสริมสร้างสุขภาวะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานอย่างมีความสุข” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยกิจกรรมการเสริมสร้างสุขภาวะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานอย่างมีความสุขเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นตามนโยบายของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่มุ่งเน้นการดูแลบุคลากรอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินสุขภาวะทางจิตใจ การเสริมสร้างความรู้และทักษะที่จำเป็น โดยสำนักงาน กสม. ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากกรมสุขภาพจิต มาถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ พร้อมทั้งฝึกปฏิบัติให้แก่บุคลากรของสำนักงาน กสม. ณ ห้องเสวนา ชั้น 6 สำนักงาน กสม. และผ่านระบบ Zoom Meeting กิจกรรมดังกล่าวแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ 1) การประเมินและสำรวจสุขภาวะเบื้องต้น 2) การเสริมสร้างความรู้และทักษะผ่านการอบรม ระหว่างวันที่ 19 – 20 มีนาคม 2569 ครอบคุลมหัวข้อ Work-Life Harmony และการพัฒนาทักษะการสื่อสารควบคู่กับการจัดการความเครียด 3) การให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา และ 4) การติดตามและประเมินผล เพื่อนำข้อมูลไปปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานในโอกาสต่อไป สำนักงาน กสม. หวังว่ากิจกรรมดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความตระหนักรู้และพัฒนาทักษะในการดูแลสุขภาวะของบุคลากร ช่วยสร้างสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว ตลอดจนเสริมพลังใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรสำนักงาน กสม. ให้ทำงานอย่างมีความสุข บริหารเวลาได้อย่างเหมาะสม จัดการกับความเครียดได้อย่างสมดุล และนำไปสู่การยกระดับประสิทธิภาพการทำงานเพื่อการขับเคลื่อนภารกิจของ กสม. และสำนักงาน กสม. ต่อไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>23 มี.ค. 2569, 10:26</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>เลขาธิการ กสม. กล่าวต้อนรับคณาจารย์และนิสิต จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16747</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. นางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้การต้อนรับคณาจารย์และนิสิตที่เข้าร่วมศึกษาดูงาน จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา จำนวน 26 คน และบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ “บทบาทหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ” ณ ห้องประชุม 709 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จากนั้นเป็นการบรรยาย หัวข้อ “กระบวนการรับเรื่องร้องเรียนของสำนักงาน กสม.” โดย สำนักรับเรื่องร้องเรียนและประสานการคุ้มครอง การบรรยาย หัวข้อ “การดำเนินงานด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน” โดย สำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 2 การบรรยายและเยี่ยมชมศูนย์สารสนเทศสิทธิมนุษยชน โดย สำนักดิจิทัลสิทธิมนุษยชน และการบรรยายและเยี่ยมชมศูนย์รับเรื่องร้องเรียน โดย สำนักรับเรื่องร้องเรียนและประสานการคุ้มครอง  ทั้งนี้ นิสิตที่เข้าร่วมศึกษาดูงานในครั้งนี้จะได้รับความรู้ความเข้าใจในหลักสิทธิและเสรีภาพ รวมถึงกลไกการตรวบจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาด้านกฎหมายต่อไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>23 มี.ค. 2569, 10:16</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. เสริมสร้างความรู้ด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนแก่นักศึกษาวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16746</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 นางสาวศศิพิมพ์ อร่ามพิบูลกิจ ผู้อำนวยการสำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ในฐานะได้รับมอบหมายจากเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้การต้อนรับ แลกเปลี่ยนความรู้ และตอบข้อซักถามกับคณาจารย์และนักศึกษาจากหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมข้อมูล วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกี่ยวกับบทบาทและภารกิจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน รวมถึงประเด็นสิทธิมนุษยชนในบริบทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) การบริหารจัดการฐานข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชน และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการรับเรื่องร้องเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ ณ ห้องประชุม 709 สำนักงาน กสม. ผู้อำนวยการสำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศได้นำเสนอภาพรวมเกี่ยวกับหลักการสิทธิมนุษยชน บทบาทของ กสม. ในการดำเนินงานด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน การตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน การแสวงหาข้อเท็จจริง กรอบความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ การจัดทำรายงานคู่ขนานตามพันธกรณีระหว่างประเทศ รวมถึงประเด็นสิทธิทางดิจิทัลและความเชื่อมโยงกับปัญญาประดิษฐ์ โดยคณาจารย์และนักศึกษาได้ซักถามและร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อประเด็นสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ ด้วย นอกจากนี้ คณะศึกษาดูงานยังได้เยี่ยมชมศูนย์สารสนเทศสิทธิมนุษยชน โดยได้รับฟังการบรรยายจากผู้แทนสำนักดิจิทัลสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ กสม. พร้อมทั้งศึกษากระบวนการรับเรื่องร้องเรียนของ กสม. ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้แทนสำนักรับเรื่องร้องเรียนและประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเป็นผู้บรรยายให้แก่คณะ การต้อนรับคณาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และการนำเยี่ยมชมกระบวนการทำงานของ กสม. ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงช่วยสร้างเสริมวัฒนธรรมเคารพสิทธิมนุษยชนในสังคมต่อไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>23 มี.ค. 2569, 10:09</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคอีสานจัดกิจกรรม “เวทีคลินิกสิทธิมนุษยชนเพื่อขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในการกำหนดเขตพื้นที่เตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า” ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ นายูง-น้ำโสม (เตรียมการ) จ.เลย และจ.อุดรธานี</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16724</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 12-14 มีนาคม 2569 นายไพโรจน์ พลเพชร และนางสาวมณีรัตน์ มิตรปราสาท ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (ที่ปรึกษาประจำ กสม.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. ส่วนกลาง ลงพื้นที่จัดโครงการคลินิกสิทธิมนุษยชน ภายใต้ชื่อกิจกรรม “เวทีคลินิกสิทธิมนุษยชนเพื่อขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในการกำหนดเขตพื้นที่เตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างองค์ความรู้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในเรื่องสิทธิมนุษยชน ตลอดจนรับฟังข้อมูลและสถานการณ์เกี่ยวกับการประกาศและการกำหนดเขตอุทยานแห่งชาติและเขตห้ามล่าสัตว์ป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาตินายูง-น้ำโสม (เตรียมการ) และร่วมกันออกแบบแผนการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนที่จะนำไปสู่การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ รวมผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 250 คน โดยมีรายละเอียดในการดำเนินการดังนี้ วันที่ 12 – 13 มีนาคม 2569 ดำเนินการจัดเวที ใน 2 พื้นที่ได้แก่ ศาลาประชาคมหมู่บ้านคอนสา-สาธร ตำบลเชียงกลม อำเภอปากชม จังหวัดเลย และศาลาประชาคมหมู่บ้านนาหลวง ตำบลคำด้วง อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี รูปแบบกิจกรรมประกอบด้วย การบรรยาย “สิทธิมนุษยชนกับการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการดูแลจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” โดยนายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษาประจำ กสม. จากนั้นเป็นการอธิบายเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับขอบเขตพื้นที่อุทยาน สถานการณ์ปัญหาด้านที่ดินในแนวเขตพื้นที่ทับซ้อนอุทยานแห่งชาติในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยนายวิทยา พุทธทรวง อดีตผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สภาผู้แทนราษฎร) จากนั้นเป็นกิจกรรมกระบวนการแบ่งกลุ่มย่อยหารือ “การมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในการกำหนดเขตอุทยานแห่งชาติและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า” เพื่อรับฟังข้อมูล สถานการณ์จากชาวบ้านและผู้นำชุมชนในพื้นที่โดยพูดคุยหารือกันใน 4 ประเด็นได้แก่ - ประเด็นเส้นแนวเขต พื้นที่ทับซ้อนอุทยาน ข้อพิพาทอื่นๆด้านพื้นที่ - ประเด็นวิถีชีวิตและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรป่าในพื้นที่- ประเด็นการมีส่วนร่วมในการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นตาม มาตรา 8 ของ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ซึ่งดำเนินการโดยอุทยาน- ประเด็นข้อกังวลอื่น ๆ และ การวางแผนการมีส่วนร่วมในพื้นที่ต่อการจัดการทรัพยากรในอนาคต ในช่วงท้ายเป็นการนำเสนอผลลัพธ์จากการแบ่งกลุ่มย่อยและการเติมเต็มผลลัพธ์เพื่อให้เกิดการส่งเสริมและคุ้มครองการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยนายสุวิทย์ กุหลาบวงศ์ นายกสมาคมส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม และนายสันติภาพ ศิริวัฒนไพบูลย์ อาจารย์สาขาวิชาสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ดำเนินรายการโดย นางสาวมณีรัตน์ มิตรปราสาท ที่ปรึกษาประจำ กสม.  ทั้งนี้จากการแบ่งกลุ่มในพื้นที่ พบปัญหาสำคัญจากการกำหนดแนวเขตโดยอุทยานซึ่งคลาดเคลื่อนจากพิกัดจริงและทับซ้อนพื้นที่ทำกินในบางส่วน ส่งผลให้ประชาชนเกิดความไม่มั่นใจในที่ดินทำกิน และกังวลในเรื่องการถูกดำเนินคดี จึงขาดการมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวเขต ในขณะที่ผลกระทบด้านการสูญเสียวิถีชีวิตดั้งเดิมในการหาของป่า ซึ่งวิถีดังกล่าวยังคงมีความจำเป็นเพื่อการยังชีพและการใช้ในวิถีประเพณีและงานบุญซึ่งมีต่อเนื่องตลอดทั้งปี รวมถึงการใช้ทรัพยากรในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และการเสียสิทธิในบริการสาธารณูปโภคพื้นฐาน เนื่องจากการขาดเอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน อีกทั้งกระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่ผ่านมา ถูกมองว่าเป็นการสื่อสารทางเดียวและใช้ภาษาทางราชการที่ซับซ้อน ดังนั้นเพื่อปลดล็อกความขัดแย้ง จึงมีข้อเสนอเร่งด่วนให้ ระงับการกำหนดแนวเขตฝ่ายเดียว และเริ่มกระบวนการ เดินรังวัดร่วมกัน  (ชาวบ้าน อุทยานฯ ฝ่ายปกครอง และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ) เพื่อกันพื้นที่ทำกินให้ชัดเจน พร้อมผลักดันแนวทาง การจัดการป่าร่วมกัน (Co-Management) ผ่านกติกาชุมชนและการรับรองสิทธิป่าชุมชน เพื่อเปลี่ยนความขัดแย้งให้เป็นการอนุรักษ์ที่คนและป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ หลังจากการจัดกิจกรรมแล้วเสร็จคณะได้เดินทางเข้าพบหน่วยงานราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอปากชม จังหวัดเลย และที่ว่าการอำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี เพื่อรับฟังข้อมูลสถานการณ์การดำเนินการที่เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน จากนั้นในวันที่ 14 มีนาคม 2569 สำนักงาน กสม. จัดเวที ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ นายูง น้ำโสม (เตรียมการ) อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี เพื่อนำเสนอผลลัพธ์และข้อเสนอแนะจากกระบวนการให้ทีมเจ้าหน้าที่อุทยาน นำโดย นายโกสินทร์ ชาญสุข พร้อมทั้งรับฟังสถานการณ์การดำเนินงานที่ผ่านมา โดยมีการแลกเปลี่ยนประเด็นปัญหา ด้านข้อมูล ปัญหาจากการทำงานของเจ้าหน้าที่เพื่อนำไปสู่การวางแผนร่วมกันเพื่อให้เกิดการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนทั้งในมิติการปฏิบัติงานและสิทธิของประชาชนและชุมชนในการมีส่วนร่วมในการจัดการฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ทั้งนี้ ในแผนการดำเนินงานต่อไป สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะเตรียมดำเนินการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านสิทธิมนุษยชนและการมีส่วนร่วมให้แก่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ นายูง น้ำโสม (เตรียมการ) ภายใต้โครงการคลินิกสิทธิมนุษยชน เพื่อเตรียมความพร้อมให้เจ้าหน้าที่สำหรับการทำงานในประเด็นการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในการกำหนดเขตพื้นที่เตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและการหาทางออกร่วมกันเพื่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างยั่งยืนทั้งการอนุรักษ์ ป่าไม้สิ่งแวดล้อม และการแก้ปัญหาสิทธิในที่ดินทำกินและวิถีชีวิตดั้งเดิมของผู้คนในพื้นที่ต่อไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>18 มี.ค. 2569, 10:08</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>เลขาธิการ กสม. ปิดหลักสูตร “เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและทักษะการปฏิบัติงานสำหรับบุคลากรใหม่สำนักงาน กสม.”</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16723</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 ที่ห้องศักดิเดชน์ภูวไนย สถาบันพระปกเกล้า นางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (เลขาธิการ กสม.) กล่าวปิดการอบรมและมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตร “เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและทักษะการปฏิบัติงานสำหรับบุคลากรใหม่สำนักงาน กสม.” จำนวน 65 คน เพื่อแสดงความยินดี และสร้างขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรใหม่ในการเริ่มต้นปฏิบัติงานและร่วมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของสำนักงาน กสม.  ในการกล่าวปิดการอบรม เลขาธิการ กสม. ได้ให้โอวาทแก่ผู้เข้าร่วมการอบรมว่า การทำงานด้านสิทธิมนุษยชนเป็นภารกิจที่มีความละเอียดอ่อนและซับซ้อน จำเป็นต้องอาศัยทั้งความรู้ ความเข้าใจ ความรอบคอบ และการพิจารณาอย่างรอบด้าน ควบคู่กับการยึดมั่นในความเป็นธรรม จึงขอให้บุคลากรใหม่ทุกคนนำความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองที่ได้รับจากการอบรมครั้งนี้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานของตนเอง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจของสำนักงาน กสม. ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และได้เน้นย้ำให้ผู้เข้าร่วมการอบรมทุกคนรักษาความสัมพันธ์และเครือข่ายของเพื่อนร่วมหลักสูตรไว้ เนื่องจากในอนาคตทุกคนจะต้องทำงานร่วมกัน ประสานความร่วมมือ และสนับสนุนซึ่งกันและกันในการปฏิบัติภารกิจขององค์กร พร้อมทั้งอวยพรให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการปฏิบัติงาน มีความก้าวหน้าในเส้นทางอาชีพ และร่วมกันเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน และสำนักงาน กสม. ต่อไป ทั้งนี้ หลักสูตรดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-13 มีนาคม 2569 โดยสำนักงาน กสม. ได้รับเกียรติจากผู้บริหารและวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ และเสริมสร้างความเข้าใจ รวมถึงทักษะที่สำคัญในการปฏิบัติราชการ และยังเปิดโอกาสให้บุคลากรได้เรียนรู้แลกเปลี่ยนกับองค์กรอิสระอื่นเพื่อให้เกิดความเข้าใจบริบทการทำงานที่จะสามารถนำองค์ความรู้และเทคนิควิธีการทำงานมาปรับประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>18 มี.ค. 2569, 10:04</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. ประสานพลังเครือข่ายจัดกิจกรรมส่งเสริมสิทธิมนุษยชนเนื่องในวันยุติการเลือกปฏิบัติสากล</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16722</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 13 - 14 มีนาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) จัดกิจกรรมส่งเสริมสิทธิมนุษยชนเนื่องในวันยุติการเลือกปฏิบัติสากล ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสิทธิมนุษยชนและหลักการไม่เลือกปฏิบัติ รวมถึงเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชน โดยมีนางสาวสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นประธานกล่าวเปิดและบรรยายพิเศษ เรื่อง ความรู้พื้นฐานด้านสิทธิมนุษยชนกับการขจัดการเลือกปฏิบัติ พร้อมทั้งเป็นวิทยากร และนางสาววรพร นรเศรษฐวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. ด้านสิทธิมนุษยชน กล่าวชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรม โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากหน่วยงานภาครัฐ ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สำนักงานประกันสังคม กรมการจัดหางาน กรมกิจการเด็กและเยาวชน กรมกิจการผู้สูงอายุ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมราชทัณฑ์ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กรมคุมประพฤติ สำนักงานกิจการยุติธรรม กรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมที่ดิน สำนักงานตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจนครบาล และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. รวมจำนวน 50 คน กิจกรรมภายในงานวันแรก ประกอบด้วย การบรรยายพิเศษ เรื่อง ความรู้พื้นฐานด้านสิทธิมนุษยชนกับการขจัดการเลือกปฏิบัติ และกิจกรรมการเรียนรู้เชิงกระบวนการ เรื่อง ความรู้เรื่องการขจัดการเลือกปฏิบัติเพื่อส่งเสริมความเสมอภาค ซึ่งได้อธิบายถึงปัจจัยที่นำไปสู่การตีตรา (stigma) และการเลือกปฏิบัติ (discrimination) ต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลในสังคม อาทิ อคติทางสังคม ความไม่เข้าใจต่อความหลากหลาย ตลอดจนกรอบกฎหมายและนโยบายที่ยังไม่สามารถคุ้มครองสิทธิมนุษยชนได้อย่างครอบคลุม ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนและความไม่เป็นธรรมในสังคม กิจกรรมในวันที่สอง ได้จัดเวทีเสวนาวิชาการ หัวข้อ “สถานการณ์การเลือกปฏิบัติในประเทศไทยและบทบาทในการขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล พ.ศ. ....” โดยมีนางสาวสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นางอัจฉริยา ทวีสุข ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายสมเดช พูนนำเภา ผู้อำนวยการกองกฎหมาย กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม คุณจารุณี ศิริพันธุ์ ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลาย (FAIR) และเครือข่ายประชาชนขจัดการเลือกปฏิบัติ (มูฟดิ) และนายรุ่งโรจน์ สมบุญเก่า Senior Transmedia Journalist The Active (Thai PBS) เป็นวิทยากรในการบรรยาย พร้อมด้วย นางสาวกนกวรรณ ขวัญดี ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชน เป็นผู้ดำเนินรายการ และภายหลังการบรรยายได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมการอบรมได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งกระบวนการดังกล่าวมีส่วนช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมในการขับเคลื่อนประเด็นสิทธิมนุษยชนในระดับสังคมและเชิงนโยบายของแต่ละหน่วยงานต่อไป กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการเลือกปฏิบัติภายใต้สังคมประชาธิปไตย โดยการผลักดันกลไกทางกฎหมายและนโยบายเพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการให้ข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานของรัฐ การติดตามตรวจสอบสถานการณ์สิทธิมนุษยชน และการสร้างความตระหนักรู้แก่สังคมเกี่ยวกับหลักการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความเท่าเทียมกันที่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายหลากหลายมิติ เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนทัศนคติและมุมมองของสังคมที่มองข้ามความแตกต่างหลากหลายตามหลักความเสมอภาคในสิทธิมนุษยชน
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>17 มี.ค. 2569, 09:43</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>การมอบนโยบาย งดรับ งดให้ ของขวัญและของกำนัลทุกชนิด (No Gift Policy) จากการปฏิบัติหน้าที่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16749</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 นางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการ กสม. เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการบริหารสำนักงาน กสม. ครั้งที่ 1/2569 ได้มอบนโยบาย งดรับ งดให้ ของขวัญและของกำนัลทุกชนิด (No Gift Policy) จากการปฏิบัติหน้าที่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยเน้นย้ำให้ผู้บริหารและบุคลากรทุกคนของสำนักงาน กสม. ยึดมั่นในเจตนารมณ์การไม่รับของขวัญ ของกำนัล ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาจากบุคคลที่ให้กันในโอกาสวันสำคัญ การแสดงความยินดี การขอบคุณ หรือการให้ตามมารยาทที่ถือปฏิบัติกันในสังคม ทั้งในขณะ ก่อน และหลังการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อป้องกันและลดโอกาสในการรับสินบนหรือผลประโยชน์ทับซ้อนในรูปแบบต่าง ๆ การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม ปลุกจิตสำนึกของบุคลากรให้มีทัศนคติและค่านิยมซื่อสัตย์สุจริต หลีกเลี่ยงการกระทำอันอาจมีผลต่อการใช้ดุลยพินิจหรือการตัดสินใจในการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งเป็นการสร้างวัฒนธรรมและค่านิยมองค์กรในการปฏิบัติงานอย่างมีมาตรฐาน โปร่งใสและตรวจสอบได้
                ]]></description>

                <author>สุฑารัตน์ ไชยเลิศ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>16 มี.ค. 2569, 18:30</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. ได้จัดกิจกรรม KM ครั้งที่ 1/2569 หัวข้อ “แลกเปลี่ยนมุมมองจากกรณีศึกษาเพื่อพัฒนางานตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของสำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 2”</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16704</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 - 15.00 น. สำนักงาน กสม. ได้จัดกิจกรรม KM ครั้งที่ 1/2569 หัวข้อ “แลกเปลี่ยนมุมมองจากกรณีศึกษาเพื่อพัฒนางานตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของสำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 2” ณ ห้องเสวนา ชั้น 6 สำนักงาน กสม. และถ่ายทอดสดกิจกรรมผ่านระบบ Zoom Meeting โดยมีนายจุมพล ขุนอ่อน รองเลขาธิการ กสม. นายนฤนาท คุ้มไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 2 และผู้แทนของสำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 2 ร่วมถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดยได้หยิบยกกรณีศึกษาจากการปฏิบัติงานจริง 3 ประเด็น มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประกอบด้วย 1) สิทธิในกระบวนการยุติธรรม : กรณีข้อจำกัดของการกักกันตามประมวลกฎหมายอาญา2) สิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย : กรณีขอให้ตรวจสอบการบังคับให้บุคคลสูญหาย (เคสถังแดง) และ 3) สิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย : กรณีพลทหารเสียชีวิตระหว่างการฝึกทหารใหม่  สาระสำคัญของกิจกรรมนี้มุ่งเน้นการถ่ายทอดประเด็นปัญหา ข้อค้นพบ และแนวทางพัฒนาการดำเนินงาน รวมถึงเทคนิคการรวบรวมและบริหารจัดการข้อเท็จจริงที่ได้รับจากทั้งพยานบุคคล ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะการจัดการกับกรณีที่มีความละเอียดอ่อนสูง ตลอดจนแสดงความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนผลงานตรวจสอบฯ ให้ต่อยอดไปสู่การแก้ไขปัญหาในเชิงนโยบายและการเสนอปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของสำนักงาน กสม. ในปี 2569 เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม
                ]]></description>

                <author>สุฑารัตน์ ไชยเลิศ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>11 มี.ค. 2569, 09:19</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. ประสานเครือข่ายจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจในการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนให้แก่บุคลากรด้านกระบวนการยุติธรรม</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16698</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 5 – 6 มีนาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจในการปกป้องและคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนแก่บุคลากรด้านกระบวนการยุติธรรม ภายใต้โครงการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักด้านสิทธิมนุษยชน โรงแรม ทีเค. พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมาย หลักการสิทธิมนุษยชน และบทบาทของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ในการนำองค์ความรู้ไปบูรณาการขับเคลื่อนงานตามภารกิจของหน่วยงานที่หนุนเสริมความเข้มแข็งในการปกป้องและคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนจากการถูกละเมิดในรูปแบบต่างๆ ในการนี้นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการอบรมและเป็นผู้ดำเนินรายการในเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและบทบาทของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน นายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมเป็นวิทยากร และนางสาววรพร นรเศรษฐวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. ด้านสิทธิมนุษยชน กล่าวชี้แจงวัตถุประสงค์การอบรม ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมอบรมจากสำนักงานยุติธรรมจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. เข้าร่วมจำนวน 40 คน กิจกรรมการอบรมทั้งสองวัน ประกอบด้วย การเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและบทบาทของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ความรู้เกี่ยวกับบทบาทของการทำงานขององค์กรต่างๆ ในประเทศไทย ได้แก่ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) กลไกการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ข้อจำกัดและข้อท้าทายในการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ มีการทำกิจกรรมกลุ่มเพื่อเสริมสร้างแนวปฏิบัติในการปกป้องและคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนจากวิทยากรภาครัฐและภาคประชาชน โดยเรียนรู้จากกรณีศึกษาในหลายกระบวนการ เช่น การแสวงหาข้อเท็จจริงและบันทึกข้อมูล การวางแนวทางในการให้ความคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนตามความเสี่ยงและภัยคุกคาม และการวางกลไกที่ใช้ในทางปฏิบัติเกี่ยวกับการรับ-ส่งต่อเรื่องระหว่างหน่วยงาน เพื่อจัดทำเป็นมาตรฐานแนวปฏิบัติในการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่เป็นระบบต่อไป คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นความสำคัญของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์การคุกคามนักปกป้องสิทธิที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงให้ความสำคัญกับการให้ความร่วมมือในการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในระดับพื้นที่ เพื่อพัฒนากลไกการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะในประเด็นทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และการฟ้องคดีในลักษณะการปิดปาก (SLAPP) รวมทั้งการพัฒนาระบบการรับเรื่องร้องเรียนและฐานข้อมูลร่วมกัน เพื่อให้การคุ้มครองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และสามารถพัฒนากลไกเชิงนโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>10 มี.ค. 2569, 09:30</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>เลขาธิการ กสม. ร่วมบรรยายหลักสูตรเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและทักษะการปฏิบัติงานสำหรับบุคลากรใหม่ สำนักงาน กสม.</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16695</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 นางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (เลขาธิการ กสม.) ร่วมเป็นวิทยากรในหลักสูตรเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและทักษะการปฏิบัติงานสำหรับบุคลากรใหม่ของสำนักงาน กสม. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ ห้องภูวนาถประชาธิปก สถาบันพระปกเกล้า ช่วงเช้านายภาณุวัฒน์ ทองสุข รองเลขาธิการ กสม. ได้รับมอบหมายจากเลขาธิการ กสม. เปิดหลักสูตรและบรรยายหัวข้อบทบาท ภารกิจ หน้าที่ และอำนาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในการจัดทำข้อเสนอแนะ การส่งเสริมสิทธิมนุษยชน การเฝ้าระวังสถานการณ์ และการจัดทำรายงานด้านสิทธิมนุษยชน โดยมีนายภาณุพันธ์ สมสกุล และนางสาววรพร นรเศรษฐวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. ด้านสิทธิมนุษยชน ร่วมบรรยายและถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานในหัวข้อดังกล่าว  ช่วงบ่าย เลขาธิการ กสม. ร่วมบรรยายเกี่ยวกับบทบาทของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในระดับระหว่างประเทศ กลไกสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ และพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี ทั้งนี้ หลักสูตรดังกล่าวสำนักงาน กสม. ร่วมกับสถาบันบัณทิตพัฒนบริหารศาสตร์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-13 มีนาคม 2569 มีบุคลากรใหม่จากส่วนกลางและสำนักงานพื้นที่ภาคเข้าร่วมจำนวน 65 คน เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาท ภารกิจ และอำนาจหน้าที่ของ กสม. รวมถึงหลักการพื้นฐานด้านสิทธิมนุษยชน กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และแนวทางการปฏิบัติงานขององค์กร พร้อมทั้งปลูกฝังค่านิยมองค์กร คุณธรรม จริยธรรม และทัศนคติที่เหมาะสมในการปฏิบัติงาน ตลอดจนส่งเสริมให้บุคลากรสามารถสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานได้อย่างเหมาะสม
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>9 มี.ค. 2569, 13:32</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. ส่งมอบปฏิทินเก่าที่ได้รับการบริจาคให้แก่ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด จังหวัดนนทบุรี</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16692</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 นางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มอบหมายให้นางสาวสุกัญญา ต้นสายเพชร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ พร้อมด้วยบุคลากรสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) นำปฏิทินเก่าแบบตั้งโต๊ะ จำนวน 1,346 ฉบับ ซึ่งได้รับบริจาคจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ผู้บริหาร และบุคลากรสำนักงาน กสม. รวมทั้งหน่วยงานภายนอกและประชาชนทั่วไปมอบให้แก่ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดนนทบุรี เพื่อนำไปผลิตสื่อการเรียนรู้สำหรับคนพิการทางการมองเห็น โดยมีนางชนิดาภา เพ็ชรรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด เป็นผู้รับมอบ    ทั้งนี้ กิจกรรม “ปฏิทินเก่า สร้างสื่อการเรียนรู้ใหม่ ปีที่ 4” จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมสร้างค่านิยมองค์กรให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการทำประโยชน์เพื่อสังคม และส่งเสริมสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมกันจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ผ่านการนำปฏิทินเก่าแบบตั้งโต๊ะมารีไซเคิลเพื่อใช้ประโยชน์ทางการศึกษา อันเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน    สำนักงาน กสม. ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้ และจะเดินหน้าจัดกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องต่อไป.
                ]]></description>

                <author>สุฑารัตน์ ไชยเลิศ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>6 มี.ค. 2569, 15:58</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. กับสำนักงานกิจการยุติธรรม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการดำเนินงานของศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกระบวนการยุติธรรม</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16685</link>

                
                <description><![CDATA[
                    วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น. สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) ร่วมกับสำนักงานกิจการยุติธรรม จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการดำเนินงานของศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกระบวนการยุติธรรม (Data Exchange Center : DXC) ระหว่างสำนักงาน กสม. กับสำนักงานกิจการยุติธรรม โดยมี นางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนายยอดฉัตร ตสาริกา ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม เป็นผู้แทนลงนามในบันทึกข้อตกลงฯ ในการนี้ นายภาณุวัฒน์ ทองสุข รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้วย ณ ห้องประชุม กพยช. สำนักงานกิจการยุติธรรม การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการดำเนินงานของศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกระบวนการยุติธรรม ระหว่างสำนักงาน กสม. กับสำนักงานกิจการยุติธรรม มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศกระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นระบบ และพัฒนาระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลสารสนเทศกระบวนการยุติธรรมให้มีความสมบูรณ์ครบถ้วน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติงานได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ตลอดจนศึกษาวิเคราะห์และพัฒนารูปแบบการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการปฏิบัติงานและการบริหารงานกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ ศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกระบวนการยุติธรรม จะเป็นกลไกสำคัญที่เข้ามาสนับสนุนการทำงานของสองหน่วยงานด้วยเครือข่ายความร่วมมือที่ครอบคลุม 36 หน่วยงาน และฐานข้อมูล 63 ฐานข้อมูล จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถสืบค้นข้อมูลและแสวงหาข้อเท็จจริงได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ลดระยะเวลาในการจัดทำรายงานการตรวจสอบ ทำให้การคุ้มครองสิทธิของประชาชนมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง และเป็นการบูรณาการทั้งระบบเครือข่าย ฐานข้อมูล และการพัฒนาบุคลากรร่วมกัน ภายใต้ระบบการบริหารที่ทันสมัย มีธรรมาภิบาลและมีความมั่นคงปลอดภัยตามกฎหมาย
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>5 มี.ค. 2569, 09:28</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>รองเลขาธิการ กสม. ประชุมร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงาน กสม. เพื่อปรับปรุงร่างคู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงานตามหลักการสิทธิมนุษยชนของเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16684</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 1 – 3 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุมชื่นจิตร โรงแรมเซ็นทารา หาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายจุมพล ขุนอ่อน รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายดนัย มู่สา และผู้ช่วยศาสตราจารย์อาทิตย์ ทองอินทร์ ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ ประชุมเพื่อปรับปรุงร่างคู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงานตามหลักการสิทธิมนุษยชนของเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อใช้ประกอบการดำเนินโครงการสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานตามหลักสิทธิมนุษยชนให้กับเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยคู่มือนี้จะเผยแพร่ให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย เพื่อนำไปเป็นมาตรฐานในการปฏิบัติหน้าที่ให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนต่อไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>5 มี.ค. 2569, 09:24</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. เป็นวิทยากรบรรยายหลักกฎหมายสิทธิมนุษยชน แก่ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรนายทหารการเงินชั้นนายร้อย รุ่นที่ 16</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16659</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวศศิพิมพ์ อร่ามพิบูลกิจ ผู้อำนวยการสำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ในฐานะได้รับมอบหมายจากเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นวิทยากรบรรยายวิชา “กฎหมายสิทธิมนุษยชน” ให้กับนายทหารการเงินชั้นนายร้อย ประมาณ 40 คน โดยถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับหลักการและความสำคัญของสิทธิมนุษยชน บทบาทหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตลอดจนกรอบพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนทั้งในระดับชาติและระหว่างประเทศ ณ กรมการเงินกลาโหม สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม การบรรยายครั้งนี้มุ่งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการนำหลักสิทธิมนุษยชนไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน การบริหารจัดการภายในหน่วยงานภาครัฐ และการดำเนินชีวิตในสังคมอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับหลักกฎหมายสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทั้งนี้ ผู้เข้ารับการอบรมได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซักถามข้อสงสัย และอภิปรายประเด็นสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในสังคมที่อยู่ในความสนใจของสาธารณะด้วย
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>27 ก.พ. 2569, 21:45</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>ผู้ตรวจราชการ สำนักงาน กสม. เข้าร่วมโครงการผู้ตรวจการแผ่นดินสัญจรพบประชาชน ครั้งที่ 58</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16653</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 นายโกเมศ สุบงกช ผู้ตรวจราชการ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) เข้าร่วมโครงการผู้ตรวจการแผ่นดินสัญจรพบประชาชน ครั้งที่ 58 และร่วมเป็นวิทยากรการเสวนาในหัวข้อ “หน้าที่และอำนาจขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560” ร่วมกับผู้แทนจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้แทนจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และผู้แทนจากสำนักงานศาลปกครอง ดำเนินรายการโดย นายสิริน ชาวเพ็ชรดี รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยมีเครือข่ายภาคประชาชน องค์กรเอกชน ผู้นำท้องถิ่น สื่อมวลชนและหน่วยงานภาครัฐ เข้าร่วมโครงการจำนวนกว่า 400 คน ณ ห้องอภัยนุราช ชั้น 2 โรงแรมสินเกียรติบุรี อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล  ทั้งนี้ ผู้ตรวจราชการ กล่าวถึงหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ได้แก่ (1) ตรวจสอบและรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกกรณีโดยไม่ล่าช้า และเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางที่เหมาะสมในการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่เกี่ยวข้อง (2) จัดทำรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศเสนอต่อรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี และเผยแพร่ต่อประชาชน (3) เสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคำสั่งใด ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน (4) ชี้แจงและรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้องโดยไม่ชักช้าในกรณีที่มีการรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยโดยไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม และ (5) สร้างเสริมทุกภาคส่วนของสังคมให้ตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของ กสม. ในการดำเนินงานที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และหน่วยงานทุกภาคส่วนภายในประเทศ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน เพื่อสนับสนุน ร่วมมือและขับเคลื่อนประเด็นสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ ให้เกิดความเป็นธรรมและก้าวหน้า โดยยึดถือหลักการและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากลและคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ  จากนั้นได้นำเสนอนโยบายของ กสม. ชุดที่ 4 ที่มุ่งเน้นการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรม ส่งเสริมวัฒนธรรมการเคารพสิทธิมนุษยชน สร้างและสนับสนุนกระบวนการความร่วมมือขององค์กรเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ การสร้างความเชื่อมั่นต่อบทบาทของ กสม. ในระดับสากล และเร่งพัฒนาสำนักงาน กสม. ให้มุ่งสู่การเป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูง โดยสำนักงาน กสม. มีที่ตั้งอยู่ ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ชั้น 6-7 เลขที่ 120 หมู่ที่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0-2141-3800 หรือสายด่วนร้องเรียน 1377  นอกจากนี้ กสม. ยังได้จัดตั้งสำนักงานภูมิภาค ได้แก่ พื้นที่ภาคใต้ ตั้งอยู่ ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รับผิดชอบในการส่งเสริม คุ้มครอง และเฝ้าระวังสถานการณ์สิทธิมนุษยชนครอบคลุมพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีที่ตั้ง ณ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น รับผิดชอบในการส่งเสริม คุ้มครอง และเฝ้าระวังสถานการณ์สิทธิมนุษยชนครอบคลุมพื้นที่ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ พื้นที่ภาคเหนือ มีที่ตั้ง ณ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ รับผิดชอบในการส่งเสริม คุ้มครอง และเฝ้าระวังสถานการณ์สิทธิมนุษยชนครอบคลุมพื้นที่ 20 จังหวัดทั่วภาคเหนือ ทั้งนี้ ในช่วงท้ายยังได้เน้นย้ำว่าปัญหาของประชาชนเพียงหนึ่งปัญหาสามารถมีความเกี่ยวเนื่องกับหน้าที่และอำนาจขององค์กรอิสระหลายองค์กร ซึ่งองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องดำเนินการโดยความร่วมมือและประสานงานระหว่างกันเพื่อการแก้ไขปัญหาที่รวดเร็ว และคลอบคลุมในเชิงระบบ  ในโครงการดังกล่าว สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ ได้ร่วมจัดนิทรรศการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชน หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และภารกิจของสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ในการส่งเสริม คุ้มครองสิทธิมนุษยชน และเฝ้าระวังสถานการณ์ เพื่อร่วมสร้างสังคมแห่งการเคารพสิทธิมนุษยชนในประเทศและพื้นที่ภูมิภาคให้เข้มแข็งต่อไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>26 ก.พ. 2569, 22:18</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. อีสาน ร่วมเป็นวิทยากรในโครงการการพัฒนาศักยภาพเยาวชนคนรุ่นใหม่ ใส่ใจสื่อสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมทักษะการสื่อสารประเด็นสิทธิมนุษยชนแก่เยาวชนลุ่มน้ำโขงจังหวัดอีสานตอนบน</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16645</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 20-22 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงแรมพันล้าน บูติค รีสอร์ท จังหวัดหนองคาย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เป็นวิทยากรเพื่อส่งเสริมความรู้สิทธิมนุษยชน ในกิจกรรมการอบรมพัฒนาทักษะการผลิตสื่อครั้งที่ 1 ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพเยาวชนคนรุ่นใหม่ใส่ใจสื่อสร้างสรรค์ จัดโดย สมาคมเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน ภายใต้ความร่วมมือกับเครือข่ายสื่อภาคอีสานได้แก่ ไทยพีบีเอส ซาวอีสาน เลนส์ไทบ้าน กระติ๊บบาย และสมาคมเยาวชนฮักแม่น้ำโขง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีทักษะในการเป็นนักสื่อสารที่รู้เท่าทันสื่อและเข้าถึงข้อมูลอย่างรอบด้าน อันจะนำไปสู่การใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์เพื่อสะท้อนปัญหาและผลกระทบจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงให้สอดคล้องกับบริบททางสังคม วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชนในพื้นที่ แบ่งการอบรมเป็น 3 ครั้ง ในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ ครั้งที่ 1 ทีมเยาวชนที่ได้รับการคัดเลือก ในพื้นที่จังหวัดลุ่มน้ำโขงตอนบน (เลย หนองคาย บึงกาฬ ) ครั้งที่ 2 ทีมเยาวชนในพื้นที่ จังหวัดลุ่มน้ำโขงตอนกลาง (นครพนม มุกดาหาร) และครั้งที่ 3 ทีมเยาวชนในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงตอนล่าง (อำนาจเจริญ อุบลราชธานี) โดยในครั้งนี้เป็นการอบรมให้แก่ผู้เข้าร่วมได้แก่ทีมเยาวชนทั้งในระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา จากจังหวัดลุ่มน้ำโขงในภาคอีสานตอนบน จำนวน 5 ทีม  โดยตลอดทั้ง 3 วัน เจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ร่วมนำเสนอประเด็นสิทธิมนุษยชนและบทบาทสำนักงาน กสม. ผ่าน กิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ วงเสวนาเจาะลึกสถานการณ์แม่น้ำโขง โดยมีผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ได้แก่ ผู้แทนเยาวชน ผู้แทนภาคประชาชน หน่วยงานรัฐ และผู้แทนสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC Secretariat) เข้าร่วมแลกเปลี่ยน ซึ่งได้ร่วมนำเสนอสถานการณ์และการทำงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในประเด็นลุ่มน้ำโขง ทั้งในมิติการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน รวมไปถึงการชวนทำความรู้จักประเด็นสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี ผ่านกระบวนการการ์ดเกม It’s All Rights : Earth Guard ซึ่งจัดทำโดยสำนักงาน กสม. และการเติมหลักการสิทธิมนุษยชนสำหรับนักสื่อสารเพื่อชวนทำความรู้จักมุมมองสิทธิมนุษยชนที่ปรากฏอยู่ในมิติต่าง ๆ รอบตัว เพื่อมุ่งหวังให้เยาวชนที่เข้าร่วมอบรมได้นำสิทธิมนุษยชนไปใช้เติมเต็มในการพัฒนาผลงานการสื่อสารในรูปแบบหนังสั้นและสารคดี นอกจากนี้ยังได้ร่วมลงพื้นที่ต่าง ๆ ในจังหวัดหนองคาย เพื่อทดลองการนำองค์ความรู้ผลิตผลงานสื่อในประเด็นสิ่งแวดล้อม ศาสนาและพหุวัฒนธรรม การพัฒนาเมือง และวิถีเกษตรริมโขง อีกด้วย  ทั้งนี้ ภารกิจด้านการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของ สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในการมุ่งประสานการทำงานและสนับสนุนความร่วมมือกับเครือข่ายต่าง ๆ โดยเฉพาะกับสถาบันการศึกษา สื่อมวลชน และภาคประชาสังคม เพื่อส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ และทักษะในประเด็นสิทธิมนุษยชน ทั้งด้านวิชาการและการสื่อสารสาธารณะเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ภูมิภาคให้เกิดความเข้มแข็งต่อไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>26 ก.พ. 2569, 08:17</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. กับสภาองค์กรของผู้บริโภค ลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและสิทธิผู้บริโภค</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16644</link>

                
                <description><![CDATA[
                    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.00 น. สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและสิทธิผู้บริโภค ระหว่างสำนักงาน กสม. กับสภาองค์กรของผู้บริโภค โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรรษา หอมหวล กับเลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค สารี อ๋องสมหวัง เป็นผู้แทนลงนามในบันทึกข้อตกลงฯ และรองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จุมพล ขุนอ่อน พร้อมด้วยรองเลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค รองศาสตราจารย์ยุพดี ศิริสินสุข ลงนามเป็นพยาน ในการนี้ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พรประไพ กาญจนรินทร์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สุภัทรา นาคะผิว และผู้บริหารสำนักงาน กสม. ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้วย ณ ห้องเสวนา ชั้น 6 สำนักงาน กสม. การลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและสิทธิผู้บริโภค ระหว่าง สำนักงาน กสม. กับสภาองค์กรของผู้บริโภค มีวัตถุประสงค์ดังนี้  1. เพื่อพัฒนาความร่วมมือในการส่งต่อเรื่องร้องเรียน และประสานการคุ้มครอง รวมถึงการขับเคลื่อนนโยบายร่วมกัน 2. เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และองค์ความรู้เพื่อสนับสนุนงานด้านการเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน 3. เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและสิทธิผู้บริโภคอย่างเป็นระบบและยั่งยืน 4.เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรและเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะในประเด็นสิทธิมนุษยชนและสิทธิผู้บริโภคร่วมกัน ทั้งนี้ การดำเนินการตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าวทั้งสองหน่วยงานจะให้ความร่วมมือและสนับสนุนซึ่งกันและกันตามกรอบภารกิจ หน้าที่ และอำนาจของหน่วยงาน โดยมีสาระสำคัญ 5 ประการ ดังนี้ 1. การผลักดันกฎหมายและนโยบาย: ร่วมกันผลักดันการแก้ไขกฎหมายและขับเคลื่อนนโยบายที่ครอบคลุมประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนและสิทธิผู้บริโภค เช่น ค่าสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การเข้าถึงบริการรัฐอย่างเท่าเทียม ความเป็นธรรมด้านค่ารักษาพยาบาล ความเป็นธรรมด้านราคาสินค้าและบริการ ผลกระทบจากนโยบายภาครัฐต่อกลุ่มเปราะบาง รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคให้ครอบคลุมสิทธิของผู้บริโภคสากล 8 ประการ โดยนำเสนอข้อเสนอแนะอย่างเป็นระบบต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องและอาจจัดเวทีสาธารณะเพื่อเผยแพร่ และสร้างความตื่นตัวในประเด็นดังกล่าว 2. การพัฒนาความร่วมมือในการส่งต่อเรื่องร้องเรียนและประสานการคุ้มครอง: วางกลไกความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข้อร้องเรียน หรือกรณีศึกษาเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิที่ซับซ้อน โดยกำหนดช่องทางประสานงานที่ปลอดภัยและการประสานงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนมีประสิทธิภาพ รวมทั้งพัฒนามาตรฐานการตรวจสอบและประสานการคุ้มครอง 3. การสนับสนุนทางวิชาการ: ส่งเสริมและแลกเปลี่ยนการใช้ทรัพยากรทางด้านวิชาการ (ผู้เชี่ยวชาญ) ของทั้งสองหน่วยงานร่วมกันในภารกิจการตรวจสอบข้อร้องเรียนหรือตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิผู้บริโภค โดยเฉพาะประเด็นที่ซับซ้อน เช่น บริการทางการแพทย์ การเข้าถึงข้อมูลของผู้บริโภค หรือบริการสาธารณะที่ไม่เป็นธรรม ทั้งนี้ เพื่อให้การตรวจสอบมีความแม่นยำ รอบด้านและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ตลอดจนช่วยเสริมบทบาทการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนเชิงระบบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และการเสนอแนะนโยบายด้านการคุ้มครองผู้บริโภคของสภาผู้บริโภค 4. การพัฒนาบุคลากรและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้: ร่วมกันดำเนินกิจกรรมวิชาการโดยการจัดสัมมนา เสวนา หรือประชุมกลุ่มย่อย เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างบุคลากรทั้งสองหน่วยงาน รวมถึงภาคประชาชน ผู้บริโภค องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรของผู้บริโภค และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเน้นหัวข้อร่วมสมัย เช่น ความเป็นธรรมในสังคมดิจิทัล การคุ้มครองสิทธิในภาวะวิกฤต การค้าดิจิทัล ฯลฯ เพื่อเสริมศักยภาพบุคลากร ขยายฐานความรู้ และสร้างแนวร่วมทางวิชาการที่เข้มแข็งร่วมกัน 5. การคุ้มครอง การเฝ้าระวัง และการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิผู้บริโภค: ร่วมดำเนินกิจกรรมที่ครอบคลุมมิติการคุ้มครอง เฝ้าระวัง และส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิผู้บริโภค โดยมุ่งเน้นการสร้างการรับรู้และกลไกการเฝ้าระวังการละเมิดสิทธิ การให้บริการให้คำปรึกษา รับเรื่องร้องเรียน ให้ความรู้ ด้านสิทธิและสร้างพื้นที่เรียนรู้ร่วมกัน ทั้งนี้ อาจดำเนินการผ่านกลไกของทั้งสองหน่วยงาน เช่น โครงการคลินิกสิทธิมนุษยชน และสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาค ร่วมกับหน่วยงานระดับจังหวัดและเขตพื้นที่ องค์กรของผู้บริโภคซึ่งเป็นสมาชิกของสภาผู้บริโภค
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>25 ก.พ. 2569, 13:41</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>เลขาธิการ กสม. มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตร “การเรียนรู้และพัฒนาภาวะผู้นำและศักยภาพสำคัญทางการบริหารของบุคลากรสำนักงาน กสม.”</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16642</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการ กสม. พร้อมด้วย นายศรุติพงศ์ จิราดิษพงศ์ และนางสาววรพร นรเศรษฐวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. ด้านสิทธิมนุษยชน ร่วมรับฟังการนำเสนอรายงานผลการศึกษาโครงการส่วนบุคคล (Individual Project: IP) และโครงการกลุ่ม (Group Project: GP) ของผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตร “การเรียนรู้และพัฒนาภาวะผู้นำและศักยภาพสำคัญทางการบริหารของบุคลากรสำนักงาน กสม.” ณ ห้องประชุมแมจิก (Magic) 2 ชั้น 2 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร ภายหลังการนำเสนอผลงาน เลขาธิการ กสม. ได้กล่าวปิดการอบรมและมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรม ประกอบด้วยผู้ดำรงตำแหน่งอำนวยการระดับสูง และหัวหน้ากลุ่มงาน รวม 52 คน  ทั้งนี้ หลักสูตรดังกล่าว เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงาน กสม. และสถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) ดำเนินการอบรม ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2568 รวมระยะเวลา 13 วัน 78 ชั่วโมง เพื่อมุ่งพัฒนาความรู้ ทักษะ และสมรรถนะด้านการบริหารของบุคลากรสำนักงาน กสม. ให้มีศักยภาพความเป็นผู้นำยุคใหม่ สามารถขับเคลื่อนภารกิจด้านสิทธิมนุษยชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดรับกับบริบทการเปลี่ยนแปลงของสังคม และสนับสนุนการพัฒนาสำนักงาน กสม. สู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูงอย่างยั่งยืน
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>24 ก.พ. 2569, 09:10</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. อีสาน ร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา รับฟังข้อเท็จจริงและแลกเปลี่ยนความเห็นกับประชาชนในพื้นที่ กรณีเรื่องร้องเรียนโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนในพื้นที่ ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16626</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ชุมชนบ้านโคกน้อย ตำบลเชียงหวาง อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ลงพื้นที่ร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กรณีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับโครงการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชนโดยการแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้าระบบปิด ขาดการมีส่วนร่วมของชุมชน และที่ตั้งของโครงการไม่มีความเหมาะสม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่ การลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้รับการประสานจากคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เนื่องจากคณะกรรมาธิการได้รับเรื่องร้องเรียนในประเด็นเดียวกันนี้เช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ร่วมรับฟังข้อเท็จจริง และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับกระบวนการตรวจสอบและแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงสำรวจสภาพแวดล้อมบริเวณโดยรอบที่ตั้งโครงการ โดยมีตัวแทนกลุ่มผู้ร้องเรียนและประชาชนในพื้นที่เป็นผู้ให้ข้อมูล ทั้งนี้ สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะได้รวบรวมข้อเท็จจริงและข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับเพิ่มเติมในครั้งนี้ มาประมวลเพื่อจัดทำร่างรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน เสนอคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจต่อไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>20 ก.พ. 2569, 15:08</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. จัดอบรมวิทยากรกระบวนการเพื่อส่งเสริมการนำคู่มือ 5 ช่วงชั้น ไปใช้การจัดการเรียนการสอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 2</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16598</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 11 – 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัส แวนด้า แกรนด์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) จัดอบรมวิทยากรกระบวนการ (Training of Trainers) เพื่อส่งเสริมการนำคู่มือ 5 ช่วงชั้น ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 2 ให้แก่บุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร โดยมีกิจกรรมดังนี้ ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยนางสาววรพร นรเศรษฐวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด้านสิทธิมนุษยชน เข้าร่วมการอบรมวิทยากรกระบวนการฯ โดยกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษและจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงกระบวนการเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชน สิทธิเด็ก และการจัดการเรียนรู้สิทธิมนุษยชนในสถานศึกษา สำหรับในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นการบรรยายและแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อศึกษาและออกแบบกิจกรรมตามคู่มือการจัดการเรียนรู้สิทธิมนุษยชนศึกษาสำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (คู่มือ 5 ช่วงชั้น) โดยได้รับเกียรติจากนายเฉลิมชัย พันธ์เลิศ ผู้อำนวยการสถาบันสังคมศึกษา สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นายปราศรัย เจตสันติ์ ครูโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว และคณะร่วมเป็นวิทยากร และในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นการบรรยายเกี่ยวกับนโยบายกรุงเทพมหานครกับการขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนในสถานศึกษา โดยได้รับเกียรติจาก ดร.บุษราคัม ศรีจันทร์ หัวหน้าหน่วยศึกษานิเทศก์ สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร จากนั้นเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดการเรียนรู้ด้านสิทธิมนุษยชนในสถานศึกษา รวมทั้งการระดมความคิดเห็น เพื่อขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนศึกษาและการนำคู่มือฯ ไปสู่การปฏิบัติ ทั้งนี้ การจัดอบรมวิทยากรกระบวนการฯ มีผู้เข้าร่วมอบรม ประกอบด้วย บุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้เสริมสร้างและพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน สิทธิเด็ก การจัดการเรียนรู้ด้านสิทธิมนุษยชนในสถานศึกษา และการจัดกิจกรรมตามคู่มือ 5 ช่วงชั้น ให้แก่บุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งเพื่อสร้างบุคลากรทางการศึกษาต้นแบบในการนำองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน และกิจกรรมตามคู่มือ 5 ช่วงชั้น ไปประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักด้านสิทธิมนุษยชนแก่บุคลากรทางการศึกษาและนักเรียนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านสิทธิมนุษยชนศึกษาระหว่างบุคลากรทางการศึกษาในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้สิทธิมนุษยชนศึกษาในระดับพื้นที่
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>16 ก.พ. 2569, 15:33</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. อีสาน ร่วมกับ มรภ.ร้อยเอ็ด จัดกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการค่ายอาสาสังคมเพื่อส่งเสริมสิทธิสิทธิเด็กและเยาวชนในสถานศึกษา</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16590</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 9–10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงเรียนชุมชนบ้านสว่าง อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ร่วมกับสาขาวิชาสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์และการพัฒนามนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ภายใต้แผนงาน “ค่ายสังคมศึกษาอาสา” จัดกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการค่ายอาสาสังคมเพื่อส่งเสริมสิทธิเด็กและเยาวชนในสถานศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างทักษะการจัดการเรียนการสอน การเป็นจิตอาสาในการพัฒนาสังคม และเพื่อส่งเสริมความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของพลเมืองตลอดจนปลูกฝังจิตสำนึกในการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพซึ่งกันและกันในสังคม ให้แก่ นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด รวมถึงนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนชุมชนบ้านสว่าง จำนวนประมาณ 150 คน  ตลอดทั้ง 2 วัน ได้มีการออกแบบฐานกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความรู้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมและสอดคล้องกับกระบวนการจัดการเรียนการสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ซึ่งมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ความเข้าใจการดำรงชีวิต การปรับตัวตามสภาพแวดล้อม และการจัดการทรัพยากร เพื่อเป็นพลเมืองดีที่เข้าใจตนเองและผู้อื่น โดยประกอบด้วย 5 สาระหลัก คือ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หน้าที่พลเมือง เศรษฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และภูมิศาสตร์ และมีการสอดแทรกประเด็นความรู้สิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับผู้เข้าอบรมเข้าไปในทุกสาระ และมุ่งให้เกิดกิจกรรมในรูปแบบ Active Learning และการสร้างสื่อการเรียนรู้ให้เกิดความน่าสนใจและเหมาะสมกับช่วงวัย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังได้จัดกระบวนการเรียนรู้สิทธิมนุษยชนในรูปแบบ เกมมิฟิเคชั่น (Gamification) ทั้ง กิจกรรมต้นไม้สิทธิมนุษยชน บิงโกสิทธิมนุษยชน และการออกแบบชุมชนในฝัน เพื่อมุ่งส่งเสริมหลักการสิทธิมนุษยชนตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิเด็ก ความรับผิดชอบและหน้าที่ในวิถีสิทธิมนุษยชนตามระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมรอบกองไฟเพื่อสันทนากรและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสถานศึกษาและชุมชนในพื้นที่อีกด้วย ทั้งนี้ กิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการค่ายอาสาสังคมเพื่อส่งเสริมสิทธิเด็กและเยาวชนในสถานศึกษา ถือเป็นส่วนหนึ่งในแผนการดำเนินงานกิจกรรมพัฒนาเครือข่ายเพื่อส่งเสริมและเฝ้าระวังสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในพื้นที่ภูมิภาคของสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในการมุ่งประสานการดำเนินงานและสนับสนุนความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ โดยเฉพาะสถาบันการศึกษา ครู อาจารย์ นักเรียน นิสิต และนักศึกษาในพื้นที่ โดยการเสริมสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ ตลอดจนทักษะที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านวิชาการ และการบูรณาการหลักการสิทธิมนุษยชนเข้ากับกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาชุมชนในบริบทท้องถิ่น เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนงานด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ภูมิภาคให้มีความเข้มแข็ง ยั่งยืน และตอบสนองต่อความท้าทายในสังคมปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>13 ก.พ. 2569, 15:45</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>เลขาธิการ กสม. ประชุมหารือเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางเพศและเพศภาวะในบริบทประเทศไทย</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16581</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (เลขาธิการ กสม.) พร้อมด้วยนางสาวพีรดา ภูมิสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) ประชุมหารือร่วมกับ ผศ. เสาวณีย์ แก้วจุลกาญจน์ รองที่ปรึกษาด้านกฎหมายโครงการเอเชีย-แปซิฟิก คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (International Commission of Jurists: ICJ) เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางเพศและเพศภาวะในบริบทประเทศไทย ณ ห้องประชุม 701 ชั้น 7 สำนักงาน กสม. ผู้แทน ICJ ได้นำเสนอข้อค้นพบจากรายงานการเข้าถึงความยุติธรรม กรณีความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศและเพศภาวะ(Sexual and Gender-Based Violence: SGBV) ในประเทศไทย ซึ่งได้วิเคราะห์กรอบกฎหมายและนโยบายของ ประเทศไทยและความสอดคล้องกับกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะความผิดที่เข้าข่ายเป็น SGBV อุปสรรคในการเข้าถึงการความยุติธรรมและการเยียวยาของผู้รอดชีวิตจากความรุนแรง รวมถึงข้อเสนอแนะในการเข้าถึงความยุติธรรมและการเยียวยาได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การปฏิรูปกฎหมายเกี่ยวกับเพศ ความรุนแรงในครอบครัว การสร้างการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและการเยียวยาที่่มีประสิทธิภาพ และเก็บรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลคดี SGBV อย่างเป็นระบบ เลขาธิการ กสม. แลกเปลี่ยนการดำเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในประเด็นความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ โดยเน้นย้ำถึงการคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงให้เกิดผลในทางปฏิบัติ การสนับสนุนที่พักชั่วคราวแก่ผู้ถูกกระทำความรุนแรงการเสริมศักยภาพและพัฒนากลไกการทำงานรวมทั้งความมั่นคงและความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นความรุนแรงในครอบครัว ซึ่ง กสม. ได้กำหนดเป็นหนึ่งในประเด็นขับเคลื่อน ตั้งแต่ปี 2566 และได้ติดตามการขับเคลื่อนประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง  ทั้งนี้ เลขาธิการ กสม. เห็นว่าข้อค้นพบและข้อเสนอแนะในรายงานการเข้าถึงความยุติธรรม กรณีความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศและเพศภาวะฯ สอดคล้องกับการแนวทางในการขับเคลื่อนของ กสม. โดยสำนักงาน กสม. มีความยินดีที่จะร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกระทำความรุนแรง ร่วมกับ ICJ และภาคีเครือข่าย เพื่อส่งเสริม คุ้มครอง และเฝ้าระวังสิทธิมนุษยชนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>12 ก.พ. 2569, 11:23</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>ที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. เป็นวิทยากรบรรยายในเวทีเสวนาสาธารณะ เรื่อง สัญชาติ สิทธิที่ไม่เท่ากัน</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16580</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ที่มหาวิทยาลัยพะเยา นายภาณุพันธ์ สมสกุล ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด้านสิทธิมนุษยชน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) เข้าร่วมกิจกรรมเวทีเสวนาสาธารณะ เรื่อง “สัญชาติ สิทธิที่ไม่เท่ากัน” ซึ่งเป็นกิจกรรมร่วมจัดระหว่างสำนักงาน กสม. กับ มหาวิทยาลัยพะเยา เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาและผลกระทบจากกฎหมายด้านสัญชาติ เปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้ได้รับผลกระทบกับนโยบายทางกฎหมาย เพื่อหาข้อสรุปและข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ อันจะนำไปสู่การปรับปรุงกระบวนการและนโยบายด้านสัญชาติ การเสวนาดังกล่าว ผศ.อุดม งามเมืองสกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ได้กล่าวเปิดเวทีเสวนาฯ และกล่าวถึงความสำคัญของประเด็นสิทธิมนุษยชนด้านสถานะบุคคลที่เป็นต้นเหตุของความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยมหาวิทยาลัยพะเยาได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้วยการจัดตั้งชมรมสิทธิมนุษยชน คลินิกสิทธิมนุษยชน รวมไปถึงการบูรณาการความร่วมมือกับองค์กรภาคีเครือข่ายเพื่อให้ความช่วยเหลือนิสิตมาอย่างต่อเนื่อง จากนั้น ที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. เป็นวิทยากรบรรยายผ่านระบบออนไลน์ ในหัวข้อ “สัญชาติกับสิทธิที่หายไป” โดยได้กล่าวถึงความสำคัญของการได้รับสัญชาติไทย ซึ่งเป็นเครื่องมือทางกฎหมายในการรับรองสถานะบุคคล เพื่อให้สามารถเข้าถึงสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายบัญญัติไว้ได้อย่างครบถ้วน และเน้นย้ำว่า การขับเคลื่อนการดำเนินงานควรใช้หลักความมั่นคงของมนุษย์ควบคู่กับความมั่นคงของรัฐ  หลังจากนั้น เป็นเวทีการเสวนา เรื่อง “กฎหมายกับความเป็นจริง ทำไมกระบวนการจึงยุ่งยาก” โดยมีนายอาทิตย์ ร่มพนาธรรม นักวิชาการสิทธิมนุษยชนชำนาญการพิเศษ นายอาริยะ เพ็ชร์สาคร นักวิชาการด้านกฎหมายสัญชาติ และนางสาวรัตนาภรณ์ มีวันชัย เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตรอำเภอเมืองพะเยา ร่วมเป็นวิทยากรในการแลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดเห็น สะท้อนสภาพปัญหาและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น  ในช่วงท้ายได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้เข้าร่วมเวทีเสวนา โดยส่วนใหญ่มีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าการประสานความร่วมมือกันของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>12 ก.พ. 2569, 11:20</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>ที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. กล่าวต้อนรับคณะอาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ในการศึกษาดูงาน สำนักงาน กสม.</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16576</link>

                
                <description><![CDATA[
                    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 น. นางสาววรพร นรเศรษฐวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวต้อนรับคณะศึกษาดูงาน ประกอบด้วย อาจารย์และนักศึกษาจากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา หลักสูตรรัฐศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาการปกครองและกฎหมายมหาชน และบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยการศึกษาดูงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในด้านกฎหมายมหาชนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการและการบริการสาธารณะ และสามารถบูรณาการความรู้ทางวิชาการกับประสบการณ์ตรง โดยมีคณาจารย์และนักศึกษา ชั้นปีที่ 2 – 3 เข้าร่วมศึกษาดูงาน จำนวน 53 คน ณ ห้องประชุม 709 สำนักรับเรื่องร้องเรียนและประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และศูนย์สารสนเทศสิทธิมนุษยชน สำนักงาน กสม.
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>11 ก.พ. 2569, 09:35</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>ผู้บริหารสำนักงาน กสม. ร่วมเป็นวิทยากรในหลักสูตร ปสม.5</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16544</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. นายภาณุวัฒน์ ทองสุข นายจุมพล ขุนอ่อน รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วย นางสาววรพร นรเศรษฐวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด้านสิทธิมนุษยชน ร่วมการเสวนาในหัวข้อ “บทบาท หน้าที่ และอำนาจของสถาบันสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย” ในหลักสูตรประกาศนียบัตรสิทธิมนุษยชนสำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 5 (ปสม.5) ณ ห้องสัตมรามาธิราช ชั้น 5 สถาบันพระปกเกล้า  โดยการเสวนาได้นำเสนอบทบาท หน้าที่ และอำนาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และสำนักงาน กสม. ทั้งบทบาทในการส่งเสริม และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตลอดจนการเฝ้าระวังสถานการณ์สิทธิมนุษยชน พร้อมนำเสนอข้อมูลสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนซึ่ง เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการวิเคราะห์แนวโน้มและลักษณะปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม นอกจากนี้ ได้ยกกรณีศึกษาที่น่าสนใจ อาทิ การตรวจสอบกรณีการก่อสร้างคลังก๊าซและท่าเทียบเรือที่มีผลกระทบต่อชุมชน เพื่ออภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จากนั้นเวลา 13.00 น. นางสาววรพร นรเศรษฐวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. ด้านสิทธิมนุษยชน และนางสาวธาริณี สุรวรนนท์ ผู้จัดการโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ประเทศไทย ร่วมเสวนาในหัวข้อ “สิทธิมนุษยชนกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน” นำเสนอเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) และความเชื่อมโยงกับหลักสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ การพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายรวมถึงแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ถือเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนและผลักดันการบรรลุเป้าหมาย SDGs ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การพัฒนาองค์กรและสังคมบนพื้นฐานของความเป็นธรรม ความยั่งยืน และการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง  ทั้งนี้ นักศึกษา ปสม.5 ได้ให้ความสนใจและร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นที่เกี่ยวข้องอย่างหลากหลาย
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>30 ม.ค. 2569, 14:33</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. เข้าร่วมเป็นวิทยากรในหัวข้อการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนในองค์กร ให้แก่องค์การ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16535</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 นางสาวพีรดา ภูมิสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ในฐานะได้รับมอบหมายจากเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้าร่วมเป็นวิทยากรให้แก่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ในโครงการอบรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามแนวทาง ESG ( สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) เพื่อความยั่งยืนขององค์กร และการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน ซึ่งผู้แทนสำนักงาน กสม. ได้ให้ความรู้ในหัวข้อการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนในองค์กร โดยได้อธิบายให้เห็นถึงหลักสิทธิมนุษยชน กรอบกฎหมายในประเทศและระหว่างประเทศ แนวทางในการบริหารจัดการองค์กรตามหลักสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการเชื่อมโยงหลักการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นความยั่งยืน โดยคำนึงถึง ESG และสิทธิมนุษยชนในการบริหารจัดการองค์กร และจัดการบริการให้แก่ประชาชน การส่งเสริมความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนไปสู่การปฏิบัติเป็นภารกิจหนึ่งที่สำนักงาน กสม. ดำเนินการเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนสู่สังคมเสมอภาคและไม่เลือกปฏิบัติ
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>30 ม.ค. 2569, 09:02</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>การศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านบริการช่วยเหลือผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงบนฐานของเพศสภาพ (GBV) แบบบูรณาการที่คำนึงถึงมิติทางเพศ</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16513</link>

                
                <description><![CDATA[
                    วันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 11.00 น. คณะผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมของปากีสถานและ UN Women เข้าศึกษาดูงานด้านบริการช่วยเหลือผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงบนฐานของเพศสภาพ (GBV) แบบบูรณาการที่คำนึงถึงมิติทางเพศ ณ ห้องประชุม 709 ชั้น 7 สำนักงาน กสม. เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ดำเนินงานของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในประเด็นความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ (GBV) และสิทธิสตรี โดยเลขาธิการ กสม. ได้มอบหมายให้นางสาวศศิพิมพ์ อร่ามพิบูลกิจ ผู้อำนวยการสำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ พร้อมด้วยผู้แทนสำนักเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน และสำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 1 ให้การต้อนรับ ในการศึกษาดูงาน ผู้อำนวยการสำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศได้นำเสนอภาพรวมการดำเนินงานของ กสม. ซึ่งมีการดำเนินงานตามหลักการปารีส (Paris Principles) ซึ่ง กสม. ได้รับการจัดระดับสถานะ A สะท้อนความเป็นอิสระและประสิทธิภาพในการทำงาน อนุสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคี สถานการณ์สิทธิมนุษยชน การจัดสมัชชาสิทธิมนุษยชนประจำปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 – 2568 กรอบความร่วมมือสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้แก่ เครือข่ายพันธมิตรระดับโลกว่าด้วยสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (Global Alliance of National Human Rights Institutions: GANHRI) กรอบความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia Pacific Forum of National Human Rights Institutions : APF) กรอบความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia National Human Rights Institutions Forum : SEANF) นอกจากนี้ กสม. ยังมีบทบาทในการติดตามพันธกรณีระหว่างประเทศของไทย โดยได้ส่งรายงานคู่ขนานการปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (CEDAW) ต่อคณะกรรมการสหประชาชาติ และอยู่ระหว่างจัดทำรายงานคู่ขนานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ตามกระบวนการ Universal Periodic Review รอบที่ 4 ต่อมาผู้แทนจากสำนักเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ได้บรรยายการเฝ้าระวังสถานการณ์ ความรุนแรงในครอบครัวและการดำเนินการของ กสม. ซึ่ง กสม. พบว่ามีสถิติผู้ถูกกระทำความรุนแรงในปี 2567 พุ่งสูงถึง 16,890 ราย หรือเฉลี่ยวันละ 46 ราย โดยมุ่งผลักดันให้การขจัดความรุนแรงในครอบครัวเป็น วาระแห่งชาติ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำฉบับใหม่ที่เน้นหลักการ ยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง (survivor-centred approach) เพื่อปรับปรุงบทลงโทษและนิยามกฎหมายให้ชัดเจน นอกจากนี้ กสม. ยังเร่งผนึกกำลังกับภาคีเครือข่ายในการรณรงค์ปรับเปลี่ยนบรรทัดฐานทางสังคมและทัศนคติ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ว่าความรุนแรงในบ้าน ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรงที่สังคมต้องร่วมมือกันแก้ไขและคุ้มครองผู้เสียหาย โดยเฉพาะกลุ่มสตรีที่ตกเป็นเหยื่อกว่าร้อยละ 90 ให้ได้รับความปลอดภัยและความเป็นธรรมอย่างแท้จริง ในมิติของการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนด้านปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ผู้แทนจากสำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 1 ได้ยกตัวอย่างกรณีตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านสิทธิสตรีและสิทธิความเป็นส่วนตัว กรณีอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งมีพฤติกรรมส่งข้อความคุกคามทางเพศนักศึกษา จึงมีข้อเสนอแนะให้มหาวิทยาลัยต้นสังกัดตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย เพื่อพิจารณาบทลงโทษและเยียวยาผู้เสียหาย พร้อมทั้งผลักดันให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กำกับดูแลให้สถาบันการศึกษาประกาศใช้นโยบาย ไม่ยอมรับการคุกคามทางเพศทุกรูปแบบ (Zero Tolerance) และบังคับใช้ประมวลจริยธรรมอย่างเคร่งครัดเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยในสถานศึกษา ช่วงท้ายของการดูงาน ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับกลไกการจัดการปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ฝ่ายผู้แทนจากปากีสถานได้สอบถามถึงการทำงานด้านสตรีและประเด็นความหลากหลายทางเพศของ กสม. นิยามของ “การคุกคามทางเพศ” ของกฎหมายไทย ผลกระทบเชิงบวกของการดำเนินงาน กสม. ต่อประเด็นปัญหานี้ โดยฝ่ายสำนักงาน กสม. ได้แลกเปลี่ยนว่า กสม. มีบทบาทในการเป็นองค์กรสนับสนุนให้ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเพื่อให้การดำเนินการของภาครัฐไปตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยได้ทำงานร่วมกับองค์กรทั้งในและระหว่างประเทศ รวมถึง กลไกสหประชาชาติ
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>26 ม.ค. 2569, 14:09</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. เสริมศักยภาพบุคลากร จัดอบรม “Knowledge Management in Practice การจัดการความรู้ มุ่งสู่การปฏิบัติ”</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16522</link>

                
                <description><![CDATA[
                    สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน. กสม.) โดยสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ จัดการฝึกอบรมหลักสูตร “Knowledge Management in Practice การจัดการความรู้ มุ่งสู่การปฏิบัติ”เมื่อวันพุธที่ 21 มกราคม 2569 เวลา 09.00 – 16.30 น. ณ ห้องเสวนา ชั้น 6 สำนักงาน กสม. เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านการจัดการความรู้ (Knowledge Management: KM) ให้แก่บุคลากร สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดผลในทางปฏิบัติจริงการฝึกอบรมได้รับเกียรติจากนางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการ กสม. และนายจุมพล ขุนอ่อน รองเลขาธิการ กสม. เข้าร่วมการฝึกอบรมพร้อมกับเจ้าหน้าที่ โดยมีนางสาวสุธาสินี โพธิจันทร์ และนางสาวฉันทลักษณ์ มงคล วิทยากรที่ปรึกษาอาวุโสจากสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ เป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ตลอดหลักสูตรเนื้อหาการฝึกอบรมครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ ความสำคัญของการจัดการความรู้ต่อการเพิ่มผลิตภาพองค์กร แนวคิดพื้นฐานการจัดการความรู้ ประเภทของความรู้ ทั้งความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge) และความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) แนวคิด SECI Model การจัดการความรู้ภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน รวมถึงเครื่องมือและเทคนิคด้านการจัดการความรู้ที่สำคัญ เช่น แผนที่ความรู้ (Knowledge Mapping) ชุมชนนักปฏิบัติ (Communities of Practice: CoPs) เทคนิคการเล่าเรื่อง (Story Telling) สัมภาษณ์ผู้รู้ (Interview) และการทบทวนหลังปฏิบัติ (After Action Review: AAR) นอกจากนี้ ในช่วงบ่ายยังมีกิจกรรมฝึกปฏิบัติ (Workshop) เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง ซึ่งช่วยเสริมสร้างการมีส่วนร่วมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการพัฒนาระบบงานอย่างต่อเนื่องภายในองค์กร     การจัดฝึกอบรมครั้งนี้นับเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการยกระดับคุณภาพการทำงานของสำนักงาน กสม. ให้มีความเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาองค์กรไปสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง
                ]]></description>

                <author>สุฑารัตน์ ไชยเลิศ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>21 ม.ค. 2569, 15:51</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>กิจกรรม &quot;ปฏิทินเก่า สร้างสื่อการเรียนรู้ใหม่ ปี 4&quot;</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16491</link>

                
                <description><![CDATA[
                    กิจกรรม ปฏิทินเก่า สร้างสื่อการเรียนรู้ใหม่ ปี 4ขอเชิญชวนบุคลากรสำนักงาน กสม. และบุคคลทั่วไป ร่วมเป็นพลังสร้างสรรค์ให้กับสังคม โดยการบริจาคปฏิทินตั้งโต๊ะของปีเก่า เพื่อนำไปมอบให้แก่ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ สำหรับใช้ผลิตเป็นสื่อการเรียนอักษรเบรลล์ให้แก่ผู้พิการทางสายตา สามารถบริจาคได้ที่ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กลุ่มงานพัฒนาระบบงานและติดตามประเมินผล ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : 021411974 , 021413855
                ]]></description>

                <author>สุฑารัตน์ ไชยเลิศ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>20 ม.ค. 2569, 09:30</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. อีสาน เป็นวิทยากรให้ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนในโครงการ “พินิจสกลร่วมใจ ปลูกฝัง สร้างการรับรู้ด้านสิทธิมนุษยชน  ณ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จ.สกลนคร</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/16485</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสกลนคร เจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำโดยนายภพธรรม สุนันธรรม ผู้อำนวยการสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ ได้รับเชิญจากสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสกลนคร ให้เป็นวิทยากรให้ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนภายใต้โครงการ “พินิจสกลร่วมใจ ปลูกฝัง สร้างการรับรู้ด้านสิทธิมนุษยชน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน ให้แก่บุคลากร เจ้าหน้าที่ ตลอดจนเด็กและเยาวชนในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีผู้เข้าร่วมการอบรมประมาณ 60 คน ตลอดระยะเวลาการดำเนินกิจกรรมแบ่งเป็นกระบวนการดังนี้ ในช่วงเช้าเป็นการบรรยาย ให้ความรู้ แก่บุคลากรและเจ้าหน้าที่ของสถานพินิจ โดยให้ความรู้เกี่ยวกับบทบาท หน้าที่ และอำนาจ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ตลอดจนความหมายและความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ที่ปรากฏในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน พันธกรณีและตราสารระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน และที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กฎหมายและหลักการสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ต่างได้ให้ความสนใจแลกเปลี่ยนเพื่อมุ่งพัฒนาแนวทางการขับเคลื่อนและการปฏิบัติขององค์กรให้สอดคล้องกับแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 5 และสอดคล้องหลักเกณฑ์การเป็นองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ส่วนช่วงบ่ายเป็นกิจกรรมกระบวนการสิทธิมนุษยชนสำหรับเด็กและเยาวชน ประกอบด้วย กิจกรรมสัมพันธ์เพื่อพัฒนาทักษะผู้นำและการทำงานเป็นทีม กิจกรรมเกมบิงโกสิทธิมนุษยชน เกมบิงโกหน้าที่ของฉันและเธอ ตลอดจนกิจกรรม “ออกแบบชุมชนในฝัน” ที่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้สะท้อนมุมมองเรื่องสิทธิ หน้าที่พลเมือง และการอยู่ร่วมกันในสังคมระบอบประชาธิปไตย โดยมีการสอดแทรกความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเหมาะสมตลอดกิจกรรม ทั้งนี้ การเข้าร่วมเป็นวิทยากรในโครงการดังกล่าวของสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถือเป็นการดำเนินงานตามภารกิจด้านการเสริมสร้างความตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชนให้กับภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้เกิดการนำหลักสิทธิมนุษยชนไปประยุกต์ใช้ในองค์กรและการปฏิบัติงาน อันจะเป็นการสร้างวัฒนธรรมแห่งการเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างยั่งยืนต่อไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>19 ม.ค. 2569, 09:18</pubDate>
            </item>
            </channel>
</rss> 

