




<rss version="2.0">
    <channel>
        <language>th</language>
        <title>ข่าวสำนักงาน กสม.</title>
        <link>https://www.nhrc.or.th/rss/category/90</link>
        <description>ข่าวสำนักงาน กสม.</description>
        <counter>50</counter>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ ร่วมกับคณะศิลปศาสตร์และวิทยาการจัดการ ม.อ. สุราษฎร์ธานี จัดแข่งขันตอบปัญหาทางรัฐประศาสนศาสตร์ ครั้งที่ 3 มุ่งให้ความรู้หลักในการบริหารรัฐกิจและสิทธิมนุษยชนแก่เยาวชน</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17522</link>

                
                <description><![CDATA[
                    . เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30 - 13.00 น. ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี นางสาวอณิชภัทร สิทธิดำรงค์ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและเฝ้าระวังสถานการณ์สิทธิมนุษยชน รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคใต้ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้เข้าร่วมงานและเป็นองค์กรร่วมจัด “กิจกรรมการแข่งขันตอบปัญหาทางรัฐประศาสนศาสตร์ ครั้งที่ 3” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ และคณะศิลปศาสตร์และวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี โดยมีนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนในพื้นที่ภาคใต้เข้าร่วมกิจกรรม แบ่งเป็นผู้เข้าร่วมแข่งขัน จำนวน 67 ทีม รวมจำนวนกว่า 200 คน การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมหกรรมวิชาการของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นการแข่งขันการตอบปัญหาในด้านรัฐประศาสนศาสตร์และสอดแทรกหลักการสิทธิมนุษยชนที่สอดคล้องกัน อาทิ หลักนิติธรรมกับหลักสิทธิมนุษยชน ความเชื่อมโยงระหว่างหลักประสิทธิภาพในการบริหารของภาครัฐกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เป็นต้น โดยสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ร่วมออกแบบประเด็นข้อคำถาม การร่วมเป็นกรรมการตัดสินรอบชิงชนะเลิศ และได้ร่วมให้ความรู้และสอดแทรกเนื้อหาลงไปในกิจกรรมและโจทย์การแข่งขัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับบทบาท หน้าที่ และอำนาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  วัตถุประสงค์ของการบูรณาการความรู้ในครั้งนี้ คือการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชนควบคู่ไปกับความรู้ด้านการบริหารจัดการภาครัฐ เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนที่เข้าร่วมการแข่งขันได้ตระหนักถึงหลักสิทธิมนุษยชน การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาค และหลักการเป็นผู้นำที่สามารถประยุกต์ใช้ความรู้และเครื่องมือทางการบริหารในการพัฒนานโยบายสาธารณะ อันเป็นรากฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การเป็นพลเมืองที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม และเคารพสิทธิของผู้อื่นในอนาคตต่อไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>20 ส.ค. 2569, 14:17</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. ภาคอีสาน ร่วมเป็นวิทยากรบ่มเพาะวัฒนธรรมสิทธิฯ ให้แก่นิสิต ม.มหาสารคาม</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17518</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่อาคารองค์การนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ( สำนักงาน กสม. ภาคอีสาน) ได้รับเชิญให้เข้าร่วมเป็นวิทยากรในโครงการเสวนาวิชาการ “เปิดบ้านชมรมนิสิตเพื่อสิทธิมนุษยชน” จัดโดยชมรมนิสิตเพื่อสิทธิมนุษยชน สังกัดองค์การนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นิสิตมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน สร้างความตระหนักถึงสิทธิ เสรีภาพ หน้าที่ และความรับผิดชอบของตนเองและผู้อื่น โดยมีนิสิตจากหลากหลายคณะของมหาวิทยาลัย เข้าร่วมกิจกรรม  โครงการเสวนาวิชาการดังกล่าว มีวิทยากรจากหลากหลายภาคส่วนร่วมให้ความรู้ได้แก่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ผู้แทนสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมหาสารคาม ผู้แทนกองสวัสดิการสังคม เทศบาลเมืองมหาสารคาม และอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากคณะวิทยาลัยการเมืองการปกครอง ที่ได้ร่วมกันถ่ายทอดความรู้พื้นฐานสิทธิมนุษยชน ความสำคัญ และหลักการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนที่จะส่งเสริมให้เกิดความสงบสุขในสังคมอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการดูแลกลุ่มเปราะบาง เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาสในสังคมเป็นสำคัญ  ในการนี้ เจ้าหน้าที่ สำนักงาน กสม. อีสาน ได้นำเสนอบทบาท คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในการบ่มเพาะวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนในสถาบันการศึกษาและชุมชน อันถือเป็นภารกิจเชิงยุทธศาสตร์ที่ กสม. ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากนิสิต นักศึกษา คือกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่จะเติบโตไปเป็นกำลังหลักของสังคม โดยการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่องจะนำไปสู่การขับเคลื่อนนโยบาย กิจกรรม และเครื่องมือด้านสิทธิมนุษยชนในสถาบันการศึกษา และการสนับสนุนให้เกิดวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนศึกษาในสามมิติคือ การเรียนเกี่ยวกับหลักการ องค์ความรู้ และกลไกสิทธิมนุษยชนทั้งในห้องเรียน สถานศึกษาและชีวิตประจําวัน และการเรียนเพื่อมุ่งไปสู่การเปลี่ยนแปลงและแก้ปัญหาสิทธิมนุษยชนในสังคม
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>20 ส.ค. 2569, 14:03</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. ร่วมกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และวันแม่แห่งชาติ</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17515</link>

                
                <description><![CDATA[
                    วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. นางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยนายศรุติพงศ์ จิราดิษพงศ์ และนางสาววรพร นรเศรษฐวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ด้านสิทธิมนุษยชน และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษชนแห่งชาติ ร่วมทำบุญตักบาตรในกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม ประจำปี 2569 ณ บริเวณชั้น 1 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>20 ส.ค. 2569, 13:41</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>ที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. ร่วมแสดงความยินดี บริษัท  ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ครบรอบ 22 ปี</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17510</link>

                
                <description><![CDATA[
                    วันที่ 18 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. นายศรุติพงศ์ จิราดิษพงศ์ ที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. ด้านสิทธิมนุษยชน ในฐานะได้รับมอบหมายจากเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันจัดตั้ง บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ครบรอบ 22 ปี ณ อาคารธนพิพัฒน์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>19 ส.ค. 2569, 07:27</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ จัดกิจกรรมการวิพากษ์และทดสอบการปฏิบัติงานตามร่างคู่มือสิทธิมนุษยชนสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17505</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 14 - 15 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมริเวอร์ ปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) โดยสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ จัดกิจกรรม“การวิพากษ์และทดสอบการปฏิบัติงานตามร่างคู่มือสิทธิมนุษยชนสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” ภายใต้โครงการสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานตามหลักสิทธิมนุษยชนให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเสริมสร้างสังคมสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน กลุ่มเป้าหมายแบ่งเป็น 2 วัน โดยในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 กลุ่มเป้าหมายเป็นเจ้าหน้าที่รัฐผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และวันที่ 15 สิงหาคม 2569 กลุ่มเป้าหมายเป็นภาคประชาสังคม วันที่ 14 สิงหาคม 2569 ผศ.สุชาติ เศรษฐมาลินี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด และนายจุมพล ขุนอ่อน รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นผู้กล่าวรายงาน โดยกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักในเรื่องสิทธิมนุษยชนให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ตลอดจนเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาคู่มือสิทธิมนุษยชน เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน การอำนวยความยุติธรรม และการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ เจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายความมั่นคง ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง รวมจำนวน 50 คน กิจกรรมประกอบด้วยการชี้แจงสาระสำคัญของคู่มือโดยคณะทำงานพัฒนาคู่มือ การวิพากษ์คู่มือ และรับฟังความคิดเห็นวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนจาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดประสบการณ์ เพื่อพัฒนาคู่มือสิทธิมนุษยชนสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกัน วิพากษ์คู่มือ ตลอดจนรับชมการสาธิตการปฏิบัติงานตามร่างคู่มือฯ ในสถานการณ์จำลองที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ทราบแนวทางในการปฏิบัติโดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน ได้แก่ การปิดล้อมตรวจค้นบ้านผู้ต้องสงสัย โดยหน่วยเฉพาะกิจตำรวจปัตตานี (ฉก. ตร. ปน. 92) การปฏิบัติ ณ ด่านตรวจ จุดตรวจ และจุดสกัด โดยกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กล.ทพ.จชต.) และการตรวจสารพันธุกรรม (DNA) โดยพันตำรวจโท เสกสันต์ คงคืน รองผู้กำกับรองผู้กำกับการ (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวนกองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ (บก.สส.จชต.) ในวันที่ 15 สิงหาคม 2569 นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด รวมทั้งร่วมเป็นผู้ดำเนินรายการเสวนา ในหัวข้อ “วิพากษ์คู่มือ:มุมมองสะท้อนภาคประชาสังคม” โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ขับเคลื่อนงานด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญในพื้นที่ และร่วมสังเกตการณ์การแบ่งกลุ่มเพื่อวิพากษ์คู่มือ ในมุมมองของภาคประชาสังคมเพื่อให้คู่มือมีความสมบูรณ์ และเป็นไปเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง ซึ่งได้รับความสนใจและร่วมอภิปรายอย่างกว้างขวางจากผู้เข้าร่วมประมาณ 40 คน ประกอบด้วย ผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคม องค์กรทางศาสนา หน่วยงานส่วนท้องถิ่น นักกฎหมาย นักวิชาการ และผู้ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด (กสม.) เห็นความสำคัญของการส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงหลักสิทธิมนุษยชนในการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน อันจะนำไปสู่การอำนวยความยุติธรรม การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชน เสริมสร้างความเชื่อมั่นและสังคมสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากนี้ กสม. ยังให้ความสำคัญกับบทบาทของภาคประชาสังคม และประชาชนจากภาคส่วนที่หลากหลาย ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมและขับเคลื่อนการเคารพสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>19 ส.ค. 2569, 07:08</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. จัดอบรม “หลักสูตรพนักงานเจ้าหน้าที่ รุ่นที่ 5” เสริมศักยภาพบุคลากรด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17502</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 13 – 14 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) จัดการอบรม หลักสูตรพนักงานเจ้าหน้าที่ รุ่นที่ 5 ช่วงที่ 2 เพื่อเสริมสร้างความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ห้องเสวนา ชั้น 6 สำนักงาน กสม. ตลอดระยะเวลา 2 วัน ผู้เข้ารับการอบรมได้รับการพัฒนาความรู้และทักษะผ่านการบรรยาย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการฝึกปฏิบัติจากกรณีศึกษา โดยได้รับเกียรติจากกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ปรึกษาประจำ กสม. และผู้บริหารสำนักงาน กสม. ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ เพื่อเสริมสร้างทักษะในการวิเคราะห์ข้อเท็จจริง การประยุกต์ใช้หลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการจัดทำข้อเสนอแนะด้านสิทธิมนุษยชน วันที่ 13 สิงหาคม 2569 เป็นการอบรมหัวข้อ กระบวนการคุ้มครองและตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน: สิทธิทางสุขภาพและสิทธิทางแรงงาน โดยนางสาวสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนางสาวพิมพ์ดาว จันทรขันตี ผู้อำนวยการสำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 1 ร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ พร้อมกิจกรรมฝึกปฏิบัติในประเด็นสำคัญ อาทิ สิทธิแรงงานในภาคธุรกิจและแรงงานแพลตฟอร์มดิจิทัล การเลือกปฏิบัติด้วยเหตุสถานะสุขภาพ สิทธิแรงงานและหลักประกันทางสังคมของแรงงานนอกระบบ ตลอดจนสิทธิของแรงงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศและการเข้าถึงการเยียวยา และในช่วงบ่าย ผู้เข้าร่วมได้ฝึกปฏิบัติวิเคราะห์กรณีศึกษาและนำเสนอผลการวิเคราะห์ โดยมีนายไพโรจน์ พลเพชร และนายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ ที่ปรึกษาประจำ กสม. ร่วมให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อเสริมสร้างทักษะการวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและประเด็นสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน วันที่ 14 สิงหาคม 2569 เป็นการอบรมหัวข้อ แนวทางการเขียนรายงานข้อเสนอแนะการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย (กสม.3) โดยนางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนางสาวทิพย์ธีรา รัมมณีย์ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย ร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับหลักคิดและแนวทางการจัดทำข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษชนแห่งชาติ (กสม.) ให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน โดยพิจารณาจากข้อเท็จจริง สภาพปัญหา และผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือแนวปฏิบัติ พร้อมยกกรณีศึกษาการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องขัง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสม โดยมีนายบุญเกื้อ สมนึก ที่ปรึกษาประจำ กสม. และนายภาณุวัฒน์ ทองสุข รองเลขาธิการ กสม. ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการเขียนรายงานข้อเสนอแนะการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายดังกล่าวด้วย ส่วนในช่วงบ่าย ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การนำ AI มาสนับสนุนการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีนายคเณศศักดิ์ ชัยอินทร์ หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาระบบสารสนเทศและฐานข้อมูล สำนักดิจิทัลสิทธิมนุษยชน เพื่อให้สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในการเพิ่ม ทั้งนี้ การอบรม หลักสูตรพนักงานเจ้าหน้าที่ รุ่นที่ 5 จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ต่อเนื่องถึงเดือนกันยายน 2569 โดยเน้นการเรียนรู้ควบคู่กับการฝึกปฏิบัติจริง เพื่อพัฒนาพนักงานเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็น สามารถปฏิบัติหน้าที่ด้านการคุ้มครองและตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>15 ส.ค. 2569, 10:46</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. ภาคอีสาน เข้าร่วมสังเกตการณ์ กรณีราษฎรได้รับความเดือดร้อนจากกระบวนการขยายแนวเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่านและการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ของรัฐ</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17500</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เข้าร่วมสังเกตการณ์ กรณีประชาชนในตำบลห้วยม่วง อำเภอภูผาม่าน ตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอชุมแพ และตำบลดงลาน อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น ยื่นเรื่องร้องเรียนเพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินอันเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน โดยมีนายประจวบ รักแพทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) และผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น เข้าร่วม ณ ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น โดยเรื่องร้องเรียนประกอบด้วย (1) กรณีอุทยานฯ ปักหลักหมุดแนวเขตบริหารเพื่อการอนุรักษ์ตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และปลูกต้นไม้ล่วงล้ำเข้าไปในที่ดินทำกินในพื้นที่ตำบลห้วยม่วง อำเภอภูผาม่าน และตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอชุมแพ (2) กรณีอุทยานฯ จัดประชาคมขยายเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่านไม่โปร่งใสและขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงกรณีการชดเชยเยียวยากรณีเสียชีวิตหรือได้รับความเสียหายจากช้างป่าทำร้ายล่าช้าและการเคลื่อนย้ายช้างป่าออกจากพื้นที่และ (3) กรณีการปฏิบัติหน้าที่ของหัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูผาม่านมีพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อนและเสียหายแก่ประชาชนและชุมชนโดยรอบอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ทั้งนี้ การเข้าร่วมสังเกตการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องมาจากตัวแทนชาวบ้านตำบลดงลาน อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น ร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพื่อขอให้ตรวจสอบกระบวนการขยายแนวเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชุมชน โดยสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะรวบรวมและเสนอข้อมูลต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>15 ส.ค. 2569, 10:43</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคใต้ จัดการอบรม “หลักกฎหมายความมั่นคงที่ใช้บังคับในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กับหลักสิทธิมนุษยชน”</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17483</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 3 และ 10 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคใต้ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้) จัดการอบรม “หลักกฎหมายความมั่นคงที่ใช้บังคับในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กับหลักสิทธิมนุษยชน” เพื่อพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานเพื่อการคุ้มครองสิทธิของประชาชน ให้กับเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ โดยเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 นายจุมพล ขุนอ่อน รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้าร่วมการฝึกอบรม ณ สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ด้วย  การอบรมดังกล่าว ได้รับเกียรติจากวิทยากร ได้แก่ พ.ต.อ.รังษี มั่นจิตร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทะเลน้อย และ พ.ต.ท.เสกสันต์ คงคืน รองผู้กำกับการ (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ (บก.สส.จชต.) มาเป็นวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิบรรยายให้ความรู้  การอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามกฎหมายความมั่นคง 3 ฉบับ และ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 โดยเน้นกระบวนการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในมิติของการปฏิบัติ ครอบคลุมตั้งแต่หลักการ เจตนารมณ์ ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ เทคนิคและขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน ไปจนถึงเส้นแบ่งระหว่างการรักษาความมั่นคงของรัฐกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ช่วยเพิ่มพูนทักษะ ความรู้ และศักยภาพของเจ้าหน้าที่ในการวิเคราะห์และตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ที่มีการประกาศใช้กฎหมายพิเศษ รวมทั้งเพิ่มความถูกต้องและรวดเร็วในการปฏิบัติงาน ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชน และเน้นย้ำให้บุคลากรตระหนักถึงข้อควรระวังในการปฏิบัติหน้าที่ให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>13 ส.ค. 2569, 07:12</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคอีสาน ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย จัดเวที กสม. อีสาน สัญจรเปิดเวทีรับฟังสถานการณ์และระดมแนวทางแก้ไขปัญหาจากทุกภาคส่วนกรณีการปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำโขง</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17481</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ร่วมกับสำนักเครือข่ายและการมีส่วนร่วมสาธารณะ Thai PBS และสมาคมเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง7จังหวัดภาคอีสาน (คสข.) จัดกิจกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการ กสม.อีสานสัญจร เพื่อขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและการแก้ไขปัญหา กรณีการปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำโขง เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล สะท้อนสถานการณ์และผลกระทบ ตลอดจนร่วมกันหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำโขง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการพัฒนาระบบเฝ้าระวังและการจัดการปัญหาที่เชื่อมโยงกับการคุ้มครองสิทธิของประชาชน โดยมีผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน ภาควิชาการ เครือข่ายชุมชน และเยาวชน ในพื้นที่จังหวัดหนองคายและใหล้เคียง รวมประมาณ 70 คน ณ โรงแรมพาร์คแอนด์พลู รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย กิจกรรมดังกล่าวเริ่มต้นด้วยการกล่าวต้อนรับโดย นายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ก่อนเข้าสู่เวทีนำเข้าข้อมูลด้านสถานการณ์ ข้อมูลวิชาการ และแนวทางการปฏิบัติ และภาพรวมและช่องว่างของการแก้ปัญหาในปัจจุบัน โดยเริ่มจากการเสวนาหัวข้อ “สถานการณ์การปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำโขงและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และวิถีชีวิตของประชาชน” โดยมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ ผู้อำนวยการหน่วยภารกิจฐานข้อมูลและระบบดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) นายภพธรรม สุนันธรรม ผู้อำนวยการ สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายไชยวุฒิ ชัยชมภู นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ผู้แทนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย นายสดึง คำมุงคุณ ประมงจังหวัดหนองคาย นางอ้อมบุญ ทิพย์สุนา ประธานสมาคมเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดภาคอีสาน (คสข.) และ นางสาวธิติยาพร สุขะ ประธานสมาคมเยาวชนฮักแม่น้ำโขง โดยทั้งหมดได้ร่วมสะท้อนข้อมูลและประสบการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์สารพิษในแม่น้ำโขง ผลกระทบต่อระบบนิเวศ สุขภาพ ความปลอดภัยของทรัพยากรสัตว์น้ำ การประกอบอาชีพ และวิถีชีวิตของประชาชนที่พึ่งพาทรัพยากรจากแม่น้ำโขง การแลกเปลี่ยนดังกล่าวยังชวนให้เห็นว่า ปัญหาการปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำโขงไม่ได้เป็นเพียงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม แต่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของประชาชน ทั้งเรื่องสุขภาพ การใช้น้ำ การบริโภคสัตว์น้ำ การประกอบอาชีพ และความมั่นคงของวิถีชีวิตชุมชน ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสิทธิมนุษยชนในหลายมิติ ทั้งสิทธิในสุขภาพ สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่สะอาด และสิทธิในการรับรู้และเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับความปลอดภัยต่อวิถีชีวิต  ต่อมาเป็นการเสวนาหัวข้อ “การบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐเพื่อยกระดับการเฝ้าระวัง ติดตาม การตรวจวัดคุณภาพน้ำ และจัดการปัญหาสารพิษในแม่น้ำโขง” โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคซึ่งดูแลในระดับนโยบายและการปฏิบัติในพื้นที่ ร่วมเสวนาได้แก่ นางสาววรางคณา ลาภกิจ ผู้อำนวยการกลุ่มจัดการสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมแม่น้ำโขง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) นางกุลญดา ทอนมณี ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 9 (อุดรธานี) นายสุชาติ ทอนมณี ปลัดจังหวัดหนองคาย นายบุษปกร ขันติธีระกวี ผู้อำนวยการกลุ่มวิชาการและบริหารจัดการน้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 3 นายอิทธิพล โพมิผล หัวหน้างาน 8 งานผลิตการประปาส่วนภูมิภาคสาขาหนองคาย และ ดร.พูนศักดิ์ จันทร์จำปี รองประธานคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล มุมมอง และข้อเสนอที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งเน้นประเด็นสำคัญคือการบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ ให้สามารถเชื่อมโยงถึงกัน ตั้งแต่ข้อมูลการตรวจวัดคุณภาพน้ำ การแจ้งเตือนเมื่อพบการปนเปื้อน ข้อเสนอด้านการปรับปรุงงบประมาณและทรัพยากรเพื่อมุ่งเน้นในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในภาพรวมอย่างรวดเร็ว รวมถึงการควบคุมมลพิษจากแหล่งกำเนิดต้นทางอีกด้วย ในช่วงบ่าย กิจกรรมได้เปลี่ยนจากการรับฟังข้อมูลบนเวทีสู่กระบวนการ “ฟังเสียงประเทศไทย (Mini Foresight for Locals)” ซึ่งสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ร่วมกับสำนักเครือข่ายและการมีส่วนร่วมสาธารณะ Thai PBS ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมให้ผู้เข้าร่วมแบ่งกลุ่มระดมความคิดเห็นผ่านกระบวนการ S-T-E-E-P เพื่อร่วมกันมองอนาคตของแม่น้ำโขงและจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับระบบเฝ้าระวัง การตรวจวัดคุณภาพน้ำ มาตรการป้องกัน และการจัดการปัญหาสารพิษ ผ่านปัจจัยที่จะส่งผลต่ออนาคตของแม่น้ำโขงในหลายมิติ ทั้งด้านสังคม เทคโนโลยี เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม นโยบายด้านกฎหมายและการเมือง โดยโจทย์สำคัญคืออนาคตของแม่น้ำโขงที่พึงประสงค์ ซึ่งประชาชนสามารถดำรงชีวิต ประกอบอาชีพ และใช้ประโยชน์จากแม่น้ำได้อย่างปลอดภัยกับอนาคตที่ไม่พึงประสงค์ หากปัญหาสารพิษและการจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพยังคงดำเนินต่อไป และชวนผู้เข้าร่วมย้อนกลับมาสู่ปัจจุบันว่าเราต้องเริ่มทำอะไรบ้างเพื่อมุ่งให้เกิดภาพอนาคตที่ทุกฝ่ายอยากจะเห็น ผลจากการจัดกิจกรรมทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลและทำให้ทุกฝ่ายเห็นตรงกันที่จะต้องยกระดับปัญหาแม่น้ำโขงปนเปื้อนสารพิษนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อตั้งกรอบให้ทุกองคาพยพได้ใช้ทรัพยากรและพื้นที่ทำงานร่วมกัน ทั้งด้านการเก็บข้อมูล การสื่อสาร ที่เชื่อมตรงถึงภาคประชาชนให้เกิดการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง อย่างต่อเนื่อง และยกระดับการทำงานในเชิงพื้นที่ระหว่างประเทศเพื่อให้สามารถเข้าถึงการแก้ปัญหาที่แหล่งต้นตอ นอกจากนี้ ภายในกิจกรรมยังมีการจัดนิทรรศการ “ชีวิต เปื้อนพิษ สายน้ำโขง” โดยสำนักงาน กสม. ภาคอีสาน ได้นำผลงานผู้ชนะจากการประกวดภาพถ่ายและสารคดีสั้นเกี่ยวกับปัญหาสารพิษในแม่น้ำโขงทั้งในประเภททั่วไปและประเภทนักเรียนนักศึกษา มาจัดแสดงเพื่อสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างแม่น้ำโขงกับวิถีชีวิตของผู้คนริมสายน้ำ ตลอดจนผลกระทบจากปัญหาสารพิษที่เกิดขึ้นกับทรัพยากรธรรมชาติ การประกอบอาชีพ การดำรงชีวิต ซึ่งถูกเชื่อมโยงเข้ากับมิติปัญหาสิทธิมนุษยชน สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะได้ร่วมกันกับทุกภาคส่วนในการส่งเสริมและเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ และจะนำข้อมูลจากการจัดกิจกรรมไปประกอบการดำเนินงานตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยเฉพาะการมีข้อเสนอแนะ แนวทางหรือมาตรการในเชิงนโยบายเพื่อเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>13 ส.ค. 2569, 07:10</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคเหนือ ร่วมกับมูลนิธิเครือข่ายพัฒนาบ้านเด็ก จัดกิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพแกนนำอาสาสมัครชุมชนในค่ายที่พักคนงานก่อสร้างจังหวัดเชียงใหม่</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17479</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคเหนือ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคเหนือ) ร่วมกับมูลนิธิเครือข่ายพัฒนาบ้านเด็ก (Baan Dek Foundation) จัดกิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพแกนนำอาสาสมัครชุมชนในค่ายที่พักคนงานก่อสร้างจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน สิทธิแรงงาน และสิทธิสวัสดิการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคเหนือ โดยมีผู้แทนจาก สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคเหนือ มูลนิธิเครือข่ายพัฒนาบ้านเด็ก และมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (HRDF) ร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิพื้นฐานของแรงงานข้ามชาติ อาทิ สิทธิในการทำงาน สิทธิด้านสุขภาพ สิทธิการลาป่วย สิทธิความปลอดภัยในการทำงาน การเข้าถึงบริการสาธารณสุข สิทธิประโยชน์จากบัตรประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าว กองทุนเงินทดแทน ตลอดจนช่องทางการขอรับความช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหาการละเมิดสิทธิกลุ่มแรงงาน  สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคเหนือ ให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชนและการส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลด้านสิทธิ การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและภาคประชาสังคมในการเสริมสร้างความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงานแก่กลุ่มอาสาสมัครชุมชนแคมป์ก่อสร้างในจังหวัดเชียงใหม่ และส่งเสริมการทำงานด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในระดับพื้นที่
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>13 ส.ค. 2569, 06:51</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. ร่วมจัดเวทีเสริมสร้างความเข้มแข็ง ส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ สร้างความเข้าใจในกระบวนการขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์และการเลือกสมาชิกสภาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ.2568</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17476</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) ร่วมกับศูนย์มานุษยวิทยาสิริธร (องค์การมหาชน) จัดเวทีเสริมสร้างความเข้มแข็ง ส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์สร้างความเข้าใจในกระบวนการขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์และการเลือกสมาชิกสภาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 โดยมีนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานกล่าวมอบนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรม ว่าทางรัฐบาลจะสนับสนุนให้การขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และรัฐบาลจะผลักดันให้ความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นพลังของชาติ ตามนโยบาย “Culture for Opportunity” (วัฒนธรรมสร้างโอกาส) ทั้งโอกาสในการสร้างรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิต บูรณาการร่วมมือกับเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ในการนี้ นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ร่วมกล่าวเปิดงานและบรรยายพิเศษเกี่ยวกับสถานการณ์และพัฒนาการในการคุ้มครองสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ตั้งแต่อดีตโดยมีการกล่าวถึงการยกระดับการคุ้มครองสิทธิเชิงกลุ่ม (Collective Rights) ให้สอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศ เช่น การรับรองสิทธิในการกำหนดเจตจำนงตนเอง (Self-Determination) ของชนเผ่าพื้นเมือง ตามปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิของชนพื้นเมือง กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม รวมถึงอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการขจัดทุกรูปแบบของการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ (ICERD) จนถึงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และนำมาสู่การออก พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 เป็นจุดตั้งต้น ในการสร้างตัวตนทางกฎหมายให้แก่กลุ่มชาติพันธุ์ การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องระหว่างรัฐและชุมชนจะนำไปสู่ความมั่นคงของทรัพยากรธรรมชาติและการสืบทอดความภาคภูมิใจสู่เยาวชนรุ่นหลัง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับวิกฤตภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว  โดยในช่วงท้าย กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้กล่าวเน้นย้ำต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมว่า สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมควรเป็นแกนกลางในการประสานนโยบายระหว่างกระทรวงกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยการขับเคลื่อนเชิงรุกสร้างเครือข่ายตรวจสอบการละเมิดสิทธิ และยกระดับทัศนคติข้าราชการให้ยอมรับความเป็นมนุษย์มากกว่าการมองเป็นแหล่งท่องเที่ยว การสนับสนุนด้านข้อมูลวิชาการและฐานข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์ รวมถึงมุ่งสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อลดการขัดแย้งสู่การร่วมมือกันดูแลทรัพยากรร่วมกัน
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>11 ส.ค. 2569, 09:18</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จัดงานสมัชชาสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2569   ขับเคลื่อนประเด็นสิทธิมนุษยชนเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17471</link>

                
                <description><![CDATA[
                    กสม. จัดงานสมัชชาสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Human Rights in Action : Equality for All หยุดเลือกปฏิบัติ หยุดทุจริต เพื่อสิทธิที่เท่าเทียม” ในวันที่ 27 - 28 สิงหาคมนี้ ณ โรงแรมเซนทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ • นำเสนอความคืบหน้าในการขับเคลื่อนข้อมติสมัชชาสิทธิมนุษยชนของปีที่ผ่านมาในประเด็น  (1) สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี (2) สิทธิผู้สูงอายุ (3) สิทธิในกระบวนการยุติธรรม (4) สิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวโยงกับปัญญาประดิษฐ์ (5) สิทธิแรงงาน • เวทีสมัชชากลุ่มย่อยประเด็นสิทธิมนุษยชน การขจัดการเลือกปฏิบัติ และทุจริตกับสิทธิมนุษยชน • เวทีคู่ขนาน การเสวนาปัญหาทะเบียนประวัติอาชญากรกับผู้พ้นโทษ “Restart ชีวิต คืนสิทธิในสังคม” และกิจกรรม “Human Rights Journey” • ประกาศเจตนารมณ์รวมพลังขับเคลื่อนงานด้านสิทธิมนุษยชนร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ติดตามการถ่ายทอดสดและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานสมัชชาสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2569 ในวันที่ 27 - 28 สิงหาคมนี้ ผ่านทางเฟซบุ๊กสำนักงาน กสม.
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>11 ส.ค. 2569, 08:46</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>ผู้ตรวจราชการ กสม. วางพวงมาลาถวายสักการะเนื่องใน “วันรพี”</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17469</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. นายโกเมศ สุบงกช ผู้ตรวจราชการ ในฐานะผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. วางพวงมาลาเพื่อระลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ เนื่องใน “วันรพี” พุทธศักราช 2569 ณ บริเวณด้านหน้าอาคารศาลยุติธรรม ศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>10 ส.ค. 2569, 10:55</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>เลขาธิการ กสม. แลกเปลี่ยนแนวทางเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรและองค์กรร่วมกับเครือข่ายผู้บริหารระดับสูงของ APF</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17463</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 นางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เข้าร่วมการประชุมเครือข่ายผู้บริหารระดับสูงของกรอบความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ผ่านระบบการประชุมออนไลน์ (Virtual APF’s SEO Network Meeting) ในหัวข้อ “Strengthening Institutional Capacity Through Staff Development” เพื่อแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กร โดยที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของฝ่ายเลขานุการ APF อาทิ การพัฒนาชุดเครื่องมือด้านยุทธศาสตร์ความเสมอภาคระหว่างเพศ (NHRI Gender Strategy Toolkit) และการจัดโครงการพัฒนาศักยภาพด้านการรับและตรวจสอบเรื่องร้องเรียน รวมทั้งรับฟังการนำเสนอประสบการณ์จากสมาชิก ได้แก่ ฟิจิ ออสเตรเลีย จอร์แดน โอมาน และศรีลังกา เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาศักยภาพบุคลากรขององค์กร ในการนี้ เลขาธิการ กสม. ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของสำนักงาน กสม. และเห็นว่าประเด็นสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (ESCR) สิ่งแวดล้อม และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นประเด็นที่มีความท้าทายที่ต้องการได้รับการสนับสนุนด้านการพัฒนาศักยภาพจากผู้เชี่ยวชาญและ APF ต่อไป ตลอดจนอาจพิจารณาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้ระบบ Learning Management System (LMS) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรของสำนักงาน กสม. ในอนาคต การประชุมเครือข่ายผู้บริหารระดับสูงของ APF กำหนดจัดขึ้นเป็นประจำทุกไตรมาส เพื่อเป็นเวทีสำหรับผู้บริหารระดับสูงของ NHRI ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีด้านการพัฒนาองค์กรและการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>10 ส.ค. 2569, 10:04</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. จัดอบรม “หลักสูตรพนักงานเจ้าหน้าที่ รุ่นที่ 5” เสริมศักยภาพบุคลากรด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17443</link>

                
                <description><![CDATA[
                    ระหว่างวันที่ 22–24 กรกฎาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) จัดกิจกรรมอบรม “หลักสูตรพนักงานเจ้าหน้าที่ รุ่นที่ 5” ในช่วงที่ 2 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ (Up-skill/Re-skill) ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพและขีดสมรรถนะบุคลากรสำนักงาน กสม. ณ ห้องเสวนา ชั้น 6 สำนักงาน กสม.  ตลอดระยะเวลา 3 วัน ผู้เข้ารับการอบรมได้พัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ผ่านการบรรยาย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการฝึกปฏิบัติจากกรณีศึกษา โดยได้รับเกียรติจากกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ปรึกษาประจำ กสม. ผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนและกฎหมาย ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะในการตรวจสอบข้อเท็จจริง การวิเคราะห์ข้อกฎหมาย และการจัดทำข้อเสนอแนะด้านสิทธิมนุษยชน  วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 กระบวนการคุ้มครองและตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน: สิทธิในที่ดิน โดยนางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และ นายไกรศรี สว่างศรี ผู้อำนวยการส่วนแผนที่และเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ ต่อเนื่องด้วยกิจกรรมฝึกปฏิบัติ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และให้ข้อเสนอแนะในช่วงบ่าย โดยมีนางสาวมณีรัตน์ มิตรปราสาท และนายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษาประจำ กสม. ร่วมเป็นวิทยากรเพิ่มเติม วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 กระบวนการคุ้มครองและตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน : สิทธิในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา โดยนายวัฒนากร สั้นนุ้ย หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 2 สำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 2 และนายปรเมศร์ แสงวงษ์งาม รองอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ ต่อเนื่องด้วยกิจกรรมฝึกปฏิบัติ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และให้ข้อเสนอแนะในช่วงบ่าย โดยมีนางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายพิทยา จินาวัฒน์ ที่ปรึกษาประจำ กสม. และ ผศ.ดร.พัชร์ นิยมศิลป อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเป็นวิทยากรเพิ่มเติม วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 กระบวนการคุ้มครองและตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน : สิทธิของกลุ่มประชากรเฉพาะ โดยนางสาวพีรดา ภูมิสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน และนางสาวพรนภา มีชนะ หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 4 สำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 1 เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ ต่อเนื่องด้วยกิจกรรมฝึกปฏิบัติ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และให้ข้อเสนอแนะในช่วงบ่าย โดยมี ผศ.ดร.สุชาติ เศรษฐมาลินี นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ และ นางสาวสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนางสรวงมณฑ์ สิทธิสมาน ที่ปรึกษาประจำ กสม. ร่วมเป็นวิทยากรเพิ่มเติม การอบรมดังกล่าวกำหนดจัดกิจกรรมต่อเนื่องถึงเดือนกันยายน 2569 โดยกิจกรรมในช่วงที่ 2 เน้นการฝึกปฏิบัติจริงเกี่ยวกับกระบวนการคุ้มครองและตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเด็นสิทธิต่าง ๆ ทั้งการวิเคราะห์ข้อเท็จจริง การประยุกต์ใช้หลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มาตรการในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมถึงข้อเสนอแนะในการแก้ไขหรือปรับปรุงกฎหมาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>5 ส.ค. 2569, 08:54</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. ร่วมกับทีมบูรณาการ “ออกหน่วยคลินิกสิทธิมนุษยชนเคลื่อนที่ ” เร่งแก้ไขปัญหาสิทธิและสถานะบุคคลในพื้นที่จังหวัดระนอง ภายใต้โครงการคลินิกสิทธิมนุษยชน</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17436</link>

                
                <description><![CDATA[
                    ระหว่างวันที่ 20 – 24 กรกฎาคม 2569 ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง จังหวัดระนอง สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) ร่วมกับทีมบูรณาการจากหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่าย ภาคประชาสังคม ประกอบด้วย จังหวัดระนอง อำเภอเมืองระนอง กรมการปกครอง สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลระนอง กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดระนอง สำนักงานยุติธรรมจังหวัดระนอง และเครือข่ายการแก้ปัญหาคืนสัญชาติคนไทย จังหวัดพังงา จังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดกิจกรรมออกหน่วยคลินิกสิทธิมนุษยชนเคลื่อนที่ ภายใต้โครงการคลินิกสิทธิมนุษยชน เพื่อแก้ไขปัญหาสิทธิและสถานะบุคคล สำหรับกลุ่มมอแกน กลุ่มคนไทยพลัดถิ่น และกลุ่มเด็กนักเรียนที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยตัวอักษร G ในพื้นที่จังหวัดระนอง กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายวิธรัช รามัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็นประธานกล่าวเปิดและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยมีนายสมควร ปล้องอ่อน นายอำเภอเมืองระนอง กล่าวรายงาน ทั้งนี้ จังหวัดระนองเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีผู้ประสบปัญหาด้านสถานะบุคคลจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์มอแกนในพื้นที่เกาะพยาม เกาะเหลา เกาะช้าง และหมู่เกาะสุรินทร์ รวมถึงกลุ่มคนไทยพลัดถิ่น และกลุ่มเด็กนักเรียนที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยตัวอักษร G ซึ่งยังประสบข้อจำกัดในการเข้าถึงกระบวนการรับรองสถานะบุคคลและสิทธิตามกฎหมาย  รูปแบบการดำเนินงานเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมในการแก้ไขปัญหาสิทธิและสถานะบุคคล โดยจัดให้มีการตรวจสารพันธุกรรมในกลุ่มมอแกนและกลุ่มคนไทยพลัดถิ่นเพื่อนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบการพิจารณาตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พร้อมเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลของเด็กนักเรียนที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยอักษร G ให้ได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและความคุ้มครองตามกฎหมาย การออกหน่วยคลินิกสิทธิมนุษยชนเคลื่อนที่ดังกล่าว ทีมบูรณาการได้ร่วมให้คำปรึกษาด้านสิทธิและสถานะบุคคล รับคำร้องเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคล ตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน จัดเก็บสารพันธุกรรมบุคคล รวมทั้งการอำนวยความสะดวกในการออกบัตรประจำตัวแก่ผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนโดยสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง เพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ทั้งนี้ มีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 924 คน ประกอบด้วย กลุ่มมอแกนและกลุ่มเพิ่มชื่อคนไทยพลัดถิ่นได้รับการจัดเก็บสารพันธุกรรม 146 ครอบครัว จำนวน 444 คน และกลุ่มเด็กนักเรียนที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยตัวอักษร G จำนวน 480 คนในจำนวนนี้ ได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บุตรแรงงานต่างด้าวในสถานศึกษา) บุคคลประเภท 00 จำนวน 258 คน บันทึกข้อมูลรายงานผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาในระบบทะเบียนราษฎร กรณีขาดคุณสมบัติ จำนวน 180 คน และให้คำปรึกษาและตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นแก่ผู้ที่ยังมีข้อมูลไม่ครบถ้วน ซึ่งต้องรวบรวมพยานเอกสารและสอบสวนพยานบุคคลเพิ่มเติม จำนวน 42 คน ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวมุ่งผลักดันให้ผู้มีสิทธิตามกฎหมายที่ยังตกหล่นจากระบบทะเบียนราษฎรและการรับรองสัญชาติ ได้เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์และรับรองสถานะบุคคลอย่างถูกต้อง อันจะนำไปสู่การเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน การได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และการดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมทั้งช่วยลดความเหลื่อมล้ำและส่งเสริมการพัฒนาสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>31 ก.ค. 2569, 15:24</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>ผู้แทนสำนักงาน กสม. นำเสนอความก้าวหน้าด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในการประชุมกรอบความร่วมมือ SEANF ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17434</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 21 - 23 กรกฎาคม 2569 นางสาวศศิพิมพ์ อร่ามพิบูลกิจ ผู้อำนวยการสำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ในฐานะได้รับมอบหมายจากเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมการประชุมระดับเจ้าหน้าที่ ครั้งที่ 2/2569 (2nd Technical Working Group Meeting: TWG) ในกรอบความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia National Human Rights Institutions Forum: SEANF) และกิจกรรมคู่ขนาน ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย  ในการประชุมดังกล่าว ผู้แทนสำนักงาน กสม. ได้นำเสนอผลการดำเนินงานที่สำคัญของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) พร้อมรายงานความก้าวหน้าการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ SEANF ด้านการป้องกันการทรมาน ซึ่ง กสม. มีบทบาทนำ โดยที่แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในปี 2569 กสม. จะรวบรวมผลการดำเนินงาน พัฒนาการที่เกิดขึ้น ตลอดจนแนวทางรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการทรมานของสมาชิก SEANF รายงานต่อที่ประชุมประจำปี SEANF ในเดือนพฤศจิกายน 2569 ต่อไป ในโอกาสนี้ คณะผู้แทน กสม. ได้เข้าร่วมกิจกรรมคู่ขนานเรื่อง Forum on Refugees and Trafficking in Persons Crisis in the Region – Challenges and Opportunities for Regional Cooperation โดยผู้อำนวยการสำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศร่วมอภิปรายในหัวข้อ Strengthening Accountability: The Role of NHRIs in Investigations and Oversight Mechanisms ด้วย เครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้ ประกอบด้วย สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ ไทย และติมอร์ เลสเต โดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งมาเลเซีย (SUHAKAM) ในฐานะประธาน SEANF ประจำปี 2569 กำหนดจัดการประชุมประจำปี ครั้งที่ 23 (23rd Annual Conference of SEANF) ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2569 โดยนอกจากการประชุมในวาระหลักแล้ว จะจัดกิจกรรมคู่ขนานในหัวข้อ “การทุจริตกับสิทธิมนุษยชน” และอาจมีการหารือประเด็นสิทธิสตรี เนื่องในโอกาสที่ปี 2569 เป็นวาระครบรอบ 45 ปี ของอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (CEDAW) ด้วย
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>31 ก.ค. 2569, 15:14</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. สานพลังเครือข่ายจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาองค์ความรู้สิทธิเชิงกระบวนการด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่ภาคีเครือข่ายภาครัฐ</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17426</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 23 - 24 กรกฎาคม 2569 ที่โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร กรุงเทพฯ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาองค์ความรู้สิทธิเชิงกระบวนการด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่ภาคีเครือข่ายภาครัฐ โดยมีนายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการฯ และร่วมเป็นวิทยากร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. เข้าร่วม กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจด้านสิทธิทางสิ่งแวดล้อม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกันระหว่างภาคีเครือข่ายภาครัฐ ให้สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการให้คำแนะนำหรือความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบหรือเข้าไม่ถึงความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม รวมถึงเพื่อร่วมกันยกระดับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนตามมาตรฐานสากลต่อไป โดยมีเจ้าหน้าที่ภาครัฐให้ความสนใจเข้าร่วมจำนวนกว่า 60 คน วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 จัดกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ “หลักการด้านสิทธิมนุษยชนสากลสู่การปฏิบัติ: ที่ดิน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม” โดยมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในประเด็นสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การมีส่วนร่วม และการเข้าถึงความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเคารพสิทธิมนุษยชนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการป้องกันผลกระทบและส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงกลไกของอาเซียนในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน โดยมีวิทยากรประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภาณุภัทร จิตเที่ยง ผู้แทนไทยในคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (AICHR) นางสาวร่มฉัตร วชิรรัตนากรกุล เจ้าหน้าที่สิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (OHCHR) นางสาวจีรภรณ์ ศิริพลังทุมมาศ หัวหน้ากลุ่มงานวิเทศสัมพันธ์และส่งเสริมการปฏิบัติตามพันธกรณีสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และผู้ช่วยศาสตราจารย์เสาวณีย์ แก้วจุลกาญจน์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ)  จากนั้น เป็นการบรรยายในหัวข้อ “กระบวนการเรียนรู้สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี” โดยนายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก่อนเข้าสู่กิจกรรมระดมความคิดเห็นผ่านกรณีศึกษาการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับสิทธิด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ กรณีหน่วยงานของรัฐละเลยการกำกับดูแลการขนย้ายกากตะกอนแคดเมียม กรณีการคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดนาบอน 1 และนาบอน 2 ในพื้นที่ตำบลทุ่งสง อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันวิเคราะห์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน กฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับสากลและภายในประเทศ ตลอดจนกลไกต่าง ๆ ที่สามารถนำมาใช้ในการให้ความช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหา โดยมีนายภาคภูมิ โลหวริตานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์กฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนางสาว ส.รัตนมณี พลกล้า ผู้ประสานงานบริหาร มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน ร่วมแลกเปลี่ยนและให้คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎหมาย มาตรการ และแนวทางการแก้ไขเยียวยาที่เกี่ยวข้อง สำหรับวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 จัดกิจกรรมเสวนากรณีศึกษาในหัวข้อ “หลักการเรื่องสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน และสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี” โดยมีนายประพจน์ คล้ายสุบรรณ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด และนายสุทธิกรณ์ ลิบน้อย ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จากนั้น เป็นการบรรยายในหัวข้อ “บทบาท หน้าที่และอำนาจของ กสม.” โดยนางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการบูรณาการการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานภาครัฐ ทั้งนี้ สำนักงาน กสม. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์ความรู้และเสริมสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาครัฐ เพื่อส่งเสริมการนำหลักสิทธิมนุษยชนไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และสนับสนุนการเข้าถึงความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การยกระดับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างยั่งยืน
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>29 ก.ค. 2569, 21:33</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. ภาคอีสาน เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ นายูง-น้ำโสม (เตรียมการ) ในพื้นที่ จ.อุดรธานี และ จ.เลย</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17416</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 16 – 18 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ได้รับเชิญให้เดินทางเข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมรับฟังความคิดเห็นฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชน จัดโดย อุทยานแห่งชาตินายูง-น้ำโสม (เตรียมการ) โดยเป็นกระบวนการรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาดำเนินการเตรียมประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2568 ซึ่งมีเจ้าหน้าที่อุทยาน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ผู้นำชุมชนและชาวบ้านผู้มีส่วนได้เสียในแต่ละพื้นที่เข้าร่วม การประชุมรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวจัดขึ้นใน 3 พื้นที่ ได้แก่ วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ณ ศาลาประชาคมบ้านนาหลวง ตำบลคำด้วง อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ณ ศาลาประชาคมบ้านนาเมืองไทย หมู่ที่ 7 ตำบลน้ำโสม อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี และวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ณ ศาลาประชาคมบ้านคอนสา ตำบลเชียงกลม อำเภอปากชมจังหวัดเลย  โดยกระบวนการดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากการดำเนินการภายใต้โครงการคลินิกสิทธิมนุษยชน ของสำนักงาน กสม. ในประเด็นการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในการกำหนดเขตพื้นที่เตรียมการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า โดยที่ผ่านมาสำนักงาน กสม. พื้นที่พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับผู้นำชุมชน ชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่อุทยานในพื้นที่อุทยานแห่งชาตินายูง - น้ำโสม (เตรียมการ ) เพื่อสร้างกระบวนการในการเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการประกาศเขตป่าอุทยานแห่งชาติที่เพียงพอผ่านการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และเกิดการมีส่วนร่วมที่เป็นธรรมและเปิดเผย โดยการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายอุทยานและป่าไม้ สิทธิในที่ดิน สิทธิในทรัพย์สิน สิทธิชุมชน และสิทธิทางวัฒนธรรม และสร้างพื้นที่รับฟังปัญหาความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการกำหนดแนวเขตพื้นที่อุทยานผ่านการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐและชุมชนในการร่วมกันกำหนดแนวเขตพื้นที่อุทยานเพื่อป้องกันและลดข้อขัดแย้งระหว่างรัฐและประชาชนเกี่ยวกับการจัดการพื้นที่ อันจะนำไปสู่โอกาสในการหาข้อสรุปการแก้ปัญหาและการทำงานร่วมกันในพื้นที่ต่อไป โดยมุ่งหวังให้กระบวนการดังกล่าวหนุนเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างมีความหมายและเป็นไปตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชน หลักธรรมาภิบาล และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างมนุษย์กับทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ หลังจากการกระบวนการดังกล่าว สำนักงาน กสม. จะได้นำข้อมูลที่ได้รับไปใช้ในการประกอบการจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนการมีส่วนร่วมของประชาชน และชุมชนในการกำหนดเขตพื้นที่เตรียมการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ตามหน้าที่และอำนาจ ต่อไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>27 ก.ค. 2569, 11:48</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. ร่วมบริจาคสิ่งของให้แก่สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งนนทบุรี ในกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม ประจำปี 2569</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17405</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.30 น. สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) โดยนางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยนายศรุติพงศ์ จิราดิษพงศ์ ที่ปรึกษาประจำสำนักงาน กสม. ด้านสิทธิมนุษยชน และผู้แทนเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ และบำเพ็ญสาธารณกุศลเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม ประจำปี 2569 โดยร่วมบริจาคสิ่งของให้แก่สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งนนทบุรี ณ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งนนทบุรี ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>24 ก.ค. 2569, 06:53</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคอีสาน เข้าร่วมสังเกตการณ์และรับเรื่องร้องเรียนกรณีคัดค้านการขยายแนวเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17399</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นายภพธรรม สุนันธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เข้าร่วมสังเกตการณ์กรณีประชาชนจากตำบลดงลาน อำเภอสีชมพู ตำบลห้วยม่วง อำเภอภูผาม่าน และตำบลนาหนองทุ่ม จังหวัดขอนแก่น รวมกลุ่มเพื่อแสดงจุดยืนในการคัดค้านการขยายแนวเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่านต่อผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ สวนสาธารณะรัชดานุสรณ์ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ก่อนเดินรณรงค์ไปยังศาลากลางจังหวัดขอนแก่น เพื่อเข้าร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นได้มอบนายยุทธนา โพธิวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ร่วมกับผู้แทนสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และผู้แทนสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น ร่วมให้ข้อเท็จจริง ซึ่งภายหลังการประชุม ตัวแทนประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้ยื่นหนังสือต่อรองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อขอให้ติดตาม ตรวจสอบ และดำเนินการในประเด็นการขยายแนวเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่านและกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานต่อไป ทั้งนี้ สำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะรวบรวมข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องเสนอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) พิจารณาประกอบการจัดทำข้อเสนอแนะหรือมาตรการในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนไปยังผู้เกี่ยวข้องต่อไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>23 ก.ค. 2569, 10:05</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>เลขาธิการ กสม. ร่วมทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระกุศลแด่ &quot;เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ&quot; ในวาระครบ 50 วัน แห่งการสิ้นพระชนม์</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17396</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 นางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยนายศรุติพงศ์ จิราดิษพงศ์ และนางสาววรพร นรเศรษฐวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษชนแห่งชาติ ร่วมทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในวาระครบ 50 วัน แห่งการสิ้นพระชนม์ ณ บริเวณชั้น 1 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ กรุงเทพฯ
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>23 ก.ค. 2569, 09:53</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนด้านสิทธิมนุษยชน สำหรับบุคลากรทางการศึกษา ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17389</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 15-17 กรกฎาคม 2569 ที่โรงแรมเซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนด้านสิทธิมนุษยชน สำหรับบุคลากรทางการศึกษา โดยมี ผศ.สุชาติ เศรษฐมาลินี และนางสาวสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ โดยกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชน และสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการจัดการเรียนการสอนด้านสิทธิมนุษยชน ตลอดจนประสานความร่วมมือเครือข่ายสิทธิมนุษยชนในพื้นที่  กิจกรรมในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ผศ. สุชาติ ได้กล่าวถึงบทบาทของบุคลากรทางการศึกษาต่อการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และความสำคัญของนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน หลังจากนั้น นางสาวสุภัทรา ได้จัดกิจกรรมเชิงกระบวนการเพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจหลักการพื้นฐานด้านสิทธิมนุษยชนปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และตราสารระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน สำหรับวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ช่วงเช้า อาจารย์ ดร. เบญจรัตน์ แซ่ฉั่ว สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล และ ผศ. ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้กล่าวถึงความสำคัญและแนวทางการจัดการเรียนการสอนด้านสิทธิมนุษยชนศึกษา โดยมีกิจกรรมกลุ่มย่อยเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และมุมมองเกี่ยวกับประเด็นสิทธิมนุษยชน ในช่วงบ่าย ผศ. อุดม งามเมืองสกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ได้นำเสนอและร่วมแลกเปลี่ยนในหัวข้อ การขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนศึกษาจากองค์ความรู้สู่การปฏิบัติ : คนรุ่นใหม่เข้าใจและเข้าถึงหลักสิทธิมนุษยชน  และในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ช่วงเช้า เป็นการแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนด้านสิทธิมนุษยชนศึกษาให้เกิดผลในทางปฏิบัติ และการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับคู่มือการจัดการเรียนรู้สิทธิมนุษยชนศึกษาในระดับอุดมศึกษา ต่อจากนั้น ได้เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมประชุมสะท้อนความคิดเห็นจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้สู่การจัดการสอนด้านสิทธิมนุษยชนศึกษา และในช่วงบ่าย ผศ. สุชาติ และนางสาวสุภัทราได้กล่าวสรุปและขอบคุณผู้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ก่อนปิดการประชุมดังกล่าว ในระหว่างการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ทั้ง 3 วัน ผู้เข้าร่วมได้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการจัดการเรียนการสอนด้านสิทธิมนุษยชนที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละสถาบัน โดยส่วนใหญ่เห็นถึงความสำคัญและสนใจนำไปปรับใช้ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการบูรณาการในรายวิชา การเปิดเป็นวิชาเลือกเสรี และการขับเคลื่อนผ่านกิจกรรม ซึ่งผลการประเมินพบว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ครั้งนี้สามารถช่วยเปิดมุมมองด้านสิทธิมนุษยชนและเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ ๆ ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังแสดงความประสงค์ในการขอรับการสนับสนุนข้อมูลความรู้ สื่อประชาสัมพันธ์ ตลอดจนแสดงความพร้อมในการประสานความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประเด็นสำคัญประจำพื้นที่ เช่น ปัญหาสถานะบุคคล รวมทั้งเสนอให้มีการจัดอบรมสิทธิมนุษยชนศึกษาให้แก่บุคลากรทางการศึกษาในทุกระดับ ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นความสำคัญของสถาบันการศึกษาซึ่งมีบทบาทหลักในการวางรากฐานและพัฒนาเด็กและเยาวชน ผ่านการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ลดช่องว่างทางสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม โดยส่งเสริมบทบาทของบุคลากรทางการศึกษาในการจัดการเรียนการสอนและร่วมเป็นภาคีเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชนศึกษาในพื้นที่เพื่อร่วมสร้างสรรค์สังคมแห่งการเคารพสิทธิมนุษยชน
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>22 ก.ค. 2569, 10:24</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม.อีสาน ร่วมจัดนิทรรศการประชาสัมพันธ์ภารกิจของหน่วยงานในโครงการของศาลรัฐธรรมนูญ</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17385</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่โรงแรมเซ็นทารา โคราช อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา นายภพธรรม สุนันธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ร่วมจัดนิทรรศการในโครงการศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่ความรู้ด้านกฎหมายและสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญแก่ประชาชน ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยในกิจกรรมดังกล่าว ศาสตราจารย์ ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมด้วยคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้บริหารสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และนายอนุพงศ์ สุขสมนิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้เข้าร่วมชมบูธประชาสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนการทำงานกับผู้แทนของหน่วยงานที่เข้าร่วม อาทิ สำนักงาน กสม. โดยสำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และสำนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา เป็นต้น  ทั้งนี้ นายภพธรรม สุนันธรรม ผู้อำนวยการสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แนะนำผู้เยี่ยมชมให้ทราบถึงบทบาท ภารกิจ หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) พร้อมให้ความรู้ ให้คำปรึกษาและแนะนำประชาชนผู้เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การรับเรื่องร้องเรียน และการเข้าถึงสิทธิทางกฎหมาย เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และสร้างความตระหนักถึงการเคารพสิทธิมนุษยชนในสังคม รวมถึงให้ข้อมูลเรื่องการตั้งสำนักงาน กสม. ในพื้นที่ภูมิภาค ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ พื้นที่ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนและหน่วยงานได้เข้าถึง กสม. มากขึ้น  โครงการดังกล่าวจัดโดยสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ กฎหมายรัฐธรรมนูญ สิทธิและเสรีภาพของประชาชน รวมถึงการใช้สิทธิในการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ และการยื่นคำร้องผ่านระบบงานคดีรัฐธรรมนูญอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing and e-Service) ตลอดจนบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมในการเผยแพร่ความรู้ด้านกฎหมายและการให้คำปรึกษาแก่ประชาชน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างทั่วถึง รวดเร็ว และเป็นธรรม
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>22 ก.ค. 2569, 09:58</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. จัดอบรม “หลักสูตรพนักงานเจ้าหน้าที่ รุ่นที่ 5” เสริมศักยภาพบุคลากรด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17383</link>

                
                <description><![CDATA[
                    ระหว่างวันที่ 15–17 กรกฎาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) จัดกิจกรรมอบรม “หลักสูตรพนักงานเจ้าหน้าที่ รุ่นที่ 5” ในช่วงที่ 2 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ (Up-skill/Re-skill) ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพและขีดสมรรถนะบุคลากรสำนักงาน กสม. ณ ห้องเสวนา ชั้น 6 สำนักงาน กสม. . ตลอดระยะเวลา 3 วัน ผู้เข้ารับการอบรมได้พัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ผ่านการบรรยาย การฝึกปฏิบัติ และการวิเคราะห์กรณีศึกษา โดยมีกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ปรึกษาประจำ กสม. ผู้บริหาร และผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนร่วมถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผ่านการบรรยาย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับกรณีศึกษาทั้งการรับเรื่องร้องเรียน การตรวจสอบ และการจัดทำข้อเสนอแนะด้านสิทธิมนุษยชน ดังนี้วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 การเสริมสร้างทักษะการสื่อสาร การประสานงาน การทำงานเป็นทีม โดย นายสมหวัง ชัยเจริญการ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก การเสริมสร้างความรู้ ทักษะการรับเรื่องร้องเรียนและการประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และการฝึกวิเคราะห์ข้อเท็จจริงจากกรณีศึกษา โดยนายจิรคุณ วังเลา และนายศุขโข สืบสุข จากสำนักรับเรื่องร้องเรียนและประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน  วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 กระบวนการคุ้มครองและตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน : สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง โดยนายนฤนาท คุ้มไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 2 เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับกระบวนการตรวจสอบข้อร้องเรียน การแสวงหาข้อเท็จจริง การรวบรวมพยานหลักฐาน การวิเคราะห์ข้อกฎหมาย และการจัดทำความเห็นและข้อเสนอแนะผ่านกรณีศึกษาในประเด็นสิทธิดังกล่าว ช่วงบ่ายเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และข้อเสนอแนะจากการฝึกปฏิบัติ โดยมีนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนายบุญเกื้อ สมนึก ที่ปรึกษาประจำ กสม. เป็นวิทยากรร่วมแลกเปลี่ยนเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในการประยุกต์ใช้หลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายกับการปฏิบัติงานจริง วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 กระบวนการคุ้มครองและตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน : สิทธิชุมชนและสิทธิในสิ่งแวดล้อม โดยนายจุมพล ขุนอ่อน รองเลขาธิการ กสม. และนางสาวศิริลดา ผิวหอม จากสำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 1 ร่วมถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับกระบวนการตรวจสอบข้อร้องเรียน การแสวงหาข้อเท็จจริง การรวบรวมพยานหลักฐาน การวิเคราะห์ข้อกฎหมาย การจัดทำความเห็นและข้อเสนอแนะในประเด็นสิทธิดังกล่าว และต่อยอดสู่การฝึกปฏิบัติการวิเคราะห์กรณีศึกษาและการจัดทำรายงานด้านสิทธิมนุษยชนในช่วงบ่าย โดยมีนางรัตติกุล จันทร์สุริยา นางสาวมณีรัตน์ มิตรปราสาท และนายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษาประจำ กสม. ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อเสนอแนะ การอบรมดังกล่าวกำหนดจัดอย่างต่อเนื่องถึงเดือนกันยายน 2569 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของสำนักงาน กสม. ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และสมรรถนะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและมีจริยธรรม ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสนับสนุนภารกิจด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>20 ก.ค. 2569, 13:53</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>ที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. ให้การต้อนรับประธานคณะทำงานสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิของเกษตรกรและบุคคลอื่นที่ทำงานในเขตชนบท</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17382</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 นายภาณุพันธ์ สมสกุล ที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. ในฐานะได้รับมอบหมายจากเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยนางสุกัญญา ต้นสายเพชร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. ให้การต้อนรับ Shalmali GUTTAL ประธานคณะทำงานสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิของเกษตรกรและบุคคลอื่นที่ทำงานในเขตชนบท (UN Working Group on UNDROP) และคณะ ประกอบด้วยผู้แทนจากองค์กรโฟกัส ออน เดอะ โกลบอลเซาธ์ มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน สมัชชาคนจน และสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ เข้าร่วมการหารือเกี่ยวกับบทบาทของคณะทำงานฯ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเกษตรกรไทยผ่านกลไกสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ  ในการหารือ ที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. ได้นำเสนอถึงหน้าที่และอำนาจของ กสม. ที่สำคัญ อาทิ การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนผ่านกลไกการรับเรื่องร้องเรียนและตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน การส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงสิทธิมนุษยชน การเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน ตลอดจนการจัดทำข้อเสนอแนะนโยบายและกฎหมาย รวมถึงให้ข้อมูลถึงการดำเนินงานของ กสม. ซึ่งได้นำหลักการเกี่ยวกับปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิของเกษตรกรและบุคคลอื่นที่ทำงานในเขตชนบท (United Nations Declaration on the Rights of Peasants and Other People Working in Rural Areas: UNDROP) มาใช้ในการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับสิทธิของเกษตรกร การจัดเวทีให้ความรู้เกี่ยวกับปฏิญญา UNDROP และการรับฟังปัญหาของเกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในปี 2568 ประธานคณะทำงาน UNDROP และคณะ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนถึงความสำคัญของปฏิญญา UNDROP ในการคุ้มครองสิทธิของเกษตรกรและบุคคลในชนบท เครื่องมือและกลไกภายใต้ UNDROP รวมถึงแลกเปลี่ยนปัญหาที่เกษตรกรต้องเผชิญ เช่น ปัญหาการเข้าถึงที่ดินทำกิน ผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ความไม่ชอบธรรมของเกษตรพันธสัญญา การเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ความมั่นคงทางด้านอาหาร และสิทธิในเมล็ดพันธุ์พืช  นอกจากนี้ คณะทำงาน UNDROP เสนอความเห็นแนวทางความร่วมมือกับ กสม. เพื่อขับเคลื่อนให้ภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะภาครัฐมีความเข้าใจและนำปฏิญญา UNDROP ปรับใช้ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเกษตรกร อาทิ การจัดทำและเผยแพร่เอกสารปฏิญญา UNDROP แนวปฏิบัติและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องเป็นภาษาที่เข้าใจได้ง่าย เพื่อให้เกษตรกรและบุคคลที่ทำงานในชนบทเข้าใจถึงสิทธิของตน  การหารือดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการนำหลักการของปฏิญญา UNDROP มาใช้ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของเกษตรกรและบุคคลที่ทำงานในชนบท รวมทั้งเป็นประโยชน์ต่อการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างทั้งสองฝ่าย
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>20 ก.ค. 2569, 13:44</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. สานพลังเครือข่ายจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมการประกอบธุรกิจที่ยั่งยืนและเคารพสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17367</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 9 - 10 กรกฎาคม 2568 ที่โรงแรมโนโวเทล ภูเก็ต ซิตี้ โภคีธรา จังหวัดภูเก็ต สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) ร่วมกับวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล และหอการค้าจังหวัดภูเก็ต จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมการประกอบธุรกิจที่ยั่งยืนและเคารพสิทธิมนุษยชน โดยมีนางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วย นางสาววรพร นรเศรษฐวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. เข้าร่วม โดยกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจที่ยั่งยืนและเคารพสิทธิมนุษยชน รวมถึงการจัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนตลอดจนส่งเสริมให้มีการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านที่เหมาะสมกับบริบทขององค์กร โดยได้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ภาคธุรกิจในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และภาคธุรกิจที่ประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีภาคธุรกิจให้ความสนใจเข้าร่วมจำนวนกว่า 50 คน วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ในช่วงแรกของการประชุมฯ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้กล่าวต้อนรับ และนำเสนอภาพรวมการขับเคลื่อนงานด้านการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในกลุ่มเป้าหมายภาคธุรกิจพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนเชิงพื้นที่และบทบาทของภาคธุรกิจในการสร้างวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนทั้งในระดับองค์กรและสังคม จากนั้นได้รับเกียรติจาก นายจรัล ส่างสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงบทบาทของหอการค้าจังหวัดภูเก็ตในการสนับสนุนและส่งเสริมให้ภาคธุรกิจนำหลักการสิทธิมนุษยชนมาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจและการบริหารจัดการเพื่อสร้างความยั่งยืนและวัฒนธรรมการเคารพสิทธิมนุษยชนในองค์กร ต่อมานางสาวทิพวรรณ ระพือพล นางสาวพิชามญชุ์ ทองตัน และนายจินยง แซ่ตัน กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่หอการค้าภูเก็ต ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการขับเคลื่อนจังหวัดภูเก็ตในหลายมิติทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงแนวทางการดำเนินงานร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ภาคประชาชนเพื่อให้จังหวัดภูเก็ตพัฒนาอย่างยั่งยืน จากนั้น รศ.ดร. ณัฐวุฒิ พิมพา ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายความยั่งยืน วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้นำเสนอถึงหลักการสิทธิมนุษยชน และความสำคัญรวมถึงประโยชน์ที่องค์กรภาคธุรกิจจะได้รับจากการประกอบธุรกิจอย่างเคารพสิทธิมนุษยชน รวมถึงได้ยกตัวอย่างการดำเนินงานของภาคธุรกิจในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับนางสาววรพร นรเศรษฐวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. ในการนำเสนอให้เห็นถึงก้าวต่อไปของภาคธุรกิจที่ประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การนำเสนอผลการขับเคลื่อนของภาคธุรกิจในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตในเวทีต่างๆ การเตรียมเข้าร่วมโครงการองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน การอบรมหลักสูตรธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนในระดับต่อไป เป็นต้น นอกจากนี้ ดร. ชมเกตุ งามไกวัล อาจารย์ประจำสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ได้นำเสนอเกี่ยวกับมาตรฐานสากลซึ่งเป็นความท้าทายในการยกระดับความรับผิดชอบของภาคธุรกิจ และแนวทางการเตรียมความพร้อมและการปรับตัวของภาคธุรกิจ รวมถึงบทบาทที่แตกต่างกันของธุรกิจขนาดใหญ่กับธุรกิจ SMEs โดยชี้ให้เห็นว่าธุรกิจขนาดใหญ่มีบทบาทในการกำหนดนโยบาย บริหารความเสี่ยง และผลักดันมาตรฐานตลอดห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่ SMEs ควรเตรียมความพร้อมในการยกระดับการดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของคู่ค้าและตลาดโลกตามศักยภาพของกิจการ ด้วยมุ่งหวังให้ภาคธุรกิจมองการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลเป็นโอกาสในการสร้างความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืน  สำหรับในวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เป็นกิจกรรมการเรียนรู้การจัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนสำหรับกลุ่มเป้าหมายภาคธุรกิจในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตที่มีความสนใจนำหลักการสิทธิมนุษยชนมาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจและการบริหารจัดการองค์กร โดยรศ.ดร. ณัฐวุฒิ และนางสาววรพร ได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ที่ภาคธุรกิจจะได้รับทั้งในด้านการบริหารจัดการความเสี่ยง การสร้างความน่าเชื่อถือ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีส่วนได้เสีย เป็นต้น นอกจากนี้กิจกรรมคู่ขนานของกลุ่มเป้าหมายภาคธุรกิจที่ได้ประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน เป็นกิจกรรมเรียนรู้กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน โดยนางสาวเพ็ญพิชชา จรรย์โกมล และนางสาวอรวรีว์ วัฒนเวชรัตน์ วิทยากรจากสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย ได้ให้ผู้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ได้ทดลองทำการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจ และแนวทางการจัดการข้อค้นพบจากการประเมินความเสี่ยง การสร้างกลไกร้องเรียนและเยียวยาที่มีประสิทธิภาพ และการติดตาม ทบทวน สื่อสารไปยังผู้มีส่วนได้เสีย เป็นต้น ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2566 – 2570 ในยุทธศาสตร์ที่ 1 การสร้างพลังความร่วมมือส่งเสริมวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชน โดยมุ่งเน้นการประสานความร่วมมือกับเครือข่ายทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคธุรกิจประกอบธุรกิจด้วยความเคารพสิทธิมนุษยชนควบคู่ไปกับการสร้างผลกำไร เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>16 ก.ค. 2569, 09:30</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. สานพลังเครือข่ายจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมการประกอบธุรกิจที่ยั่งยืนและเคารพสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17368</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 9 - 10 กรกฎาคม 2568 ที่โรงแรมโนโวเทล ภูเก็ต ซิตี้ โภคีธรา จังหวัดภูเก็ต สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) ร่วมกับวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล และหอการค้าจังหวัดภูเก็ต จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมการประกอบธุรกิจที่ยั่งยืนและเคารพสิทธิมนุษยชน โดยมีนางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วย นางสาววรพร นรเศรษฐวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. เข้าร่วม โดยกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจที่ยั่งยืนและเคารพสิทธิมนุษยชน รวมถึงการจัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนตลอดจนส่งเสริมให้มีการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านที่เหมาะสมกับบริบทขององค์กร โดยได้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ภาคธุรกิจในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และภาคธุรกิจที่ประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีภาคธุรกิจให้ความสนใจเข้าร่วมจำนวนกว่า 50 คน วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ในช่วงแรกของการประชุมฯ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้กล่าวต้อนรับ และนำเสนอภาพรวมการขับเคลื่อนงานด้านการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในกลุ่มเป้าหมายภาคธุรกิจพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการขับเคลื่อนเชิงพื้นที่และบทบาทของภาคธุรกิจในการสร้างวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนทั้งในระดับองค์กรและสังคม จากนั้นได้รับเกียรติจาก นายจรัล ส่างสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงบทบาทของหอการค้าจังหวัดภูเก็ตในการสนับสนุนและส่งเสริมให้ภาคธุรกิจนำหลักการสิทธิมนุษยชนมาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจและการบริหารจัดการเพื่อสร้างความยั่งยืนและวัฒนธรรมการเคารพสิทธิมนุษยชนในองค์กร ต่อมานางสาวทิพวรรณ ระพือพล นางสาวพิชามญชุ์ ทองตัน และนายจินยง แซ่ตัน กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่หอการค้าภูเก็ต ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการขับเคลื่อนจังหวัดภูเก็ตในหลายมิติทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงแนวทางการดำเนินงานร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ภาคประชาชนเพื่อให้จังหวัดภูเก็ตพัฒนาอย่างยั่งยืน จากนั้น รศ.ดร. ณัฐวุฒิ พิมพา ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายความยั่งยืน วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้นำเสนอถึงหลักการสิทธิมนุษยชน และความสำคัญรวมถึงประโยชน์ที่องค์กรภาคธุรกิจจะได้รับจากการประกอบธุรกิจอย่างเคารพสิทธิมนุษยชน รวมถึงได้ยกตัวอย่างการดำเนินงานของภาคธุรกิจในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับนางสาววรพร นรเศรษฐวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. ในการนำเสนอให้เห็นถึงก้าวต่อไปของภาคธุรกิจที่ประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การนำเสนอผลการขับเคลื่อนของภาคธุรกิจในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตในเวทีต่างๆ การเตรียมเข้าร่วมโครงการองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน การอบรมหลักสูตรธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนในระดับต่อไป เป็นต้น นอกจากนี้ ดร. ชมเกตุ งามไกวัล อาจารย์ประจำสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ได้นำเสนอเกี่ยวกับมาตรฐานสากลซึ่งเป็นความท้าทายในการยกระดับความรับผิดชอบของภาคธุรกิจ และแนวทางการเตรียมความพร้อมและการปรับตัวของภาคธุรกิจ รวมถึงบทบาทที่แตกต่างกันของธุรกิจขนาดใหญ่กับธุรกิจ SMEs โดยชี้ให้เห็นว่าธุรกิจขนาดใหญ่มีบทบาทในการกำหนดนโยบาย บริหารความเสี่ยง และผลักดันมาตรฐานตลอดห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่ SMEs ควรเตรียมความพร้อมในการยกระดับการดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของคู่ค้าและตลาดโลกตามศักยภาพของกิจการ ด้วยมุ่งหวังให้ภาคธุรกิจมองการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลเป็นโอกาสในการสร้างความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืน  สำหรับในวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เป็นกิจกรรมการเรียนรู้การจัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนสำหรับกลุ่มเป้าหมายภาคธุรกิจในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตที่มีความสนใจนำหลักการสิทธิมนุษยชนมาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจและการบริหารจัดการองค์กร โดยรศ.ดร. ณัฐวุฒิ และนางสาววรพร ได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ที่ภาคธุรกิจจะได้รับทั้งในด้านการบริหารจัดการความเสี่ยง การสร้างความน่าเชื่อถือ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีส่วนได้เสีย เป็นต้น นอกจากนี้กิจกรรมคู่ขนานของกลุ่มเป้าหมายภาคธุรกิจที่ได้ประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน เป็นกิจกรรมเรียนรู้กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน โดยนางสาวเพ็ญพิชชา จรรย์โกมล และนางสาวอรวรีว์ วัฒนเวชรัตน์ วิทยากรจากสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย ได้ให้ผู้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ได้ทดลองทำการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจ และแนวทางการจัดการข้อค้นพบจากการประเมินความเสี่ยง การสร้างกลไกร้องเรียนและเยียวยาที่มีประสิทธิภาพ และการติดตาม ทบทวน สื่อสารไปยังผู้มีส่วนได้เสีย เป็นต้น ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2566 – 2570 ในยุทธศาสตร์ที่ 1 การสร้างพลังความร่วมมือส่งเสริมวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชน โดยมุ่งเน้นการประสานความร่วมมือกับเครือข่ายทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคธุรกิจประกอบธุรกิจด้วยความเคารพสิทธิมนุษยชนควบคู่ไปกับการสร้างผลกำไร เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>16 ก.ค. 2569, 09:30</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>ขยายระยะเวลาการรับสมัครบุคคลและองค์กรที่มีผลงานดีเด่น ด้านการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2569</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17363</link>

                
                <description><![CDATA[
                    ตามที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้มีประกาศรับสมัครบุคคลและองค์กรที่มีผลงานดีเด่น ด้านการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 โดยกำหนดระยะเวลาการสมัครบุคคลและองค์กรที่มีผลงานดีเด่นฯ ระหว่างวันที่ 16 เมษายน 2569 จนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 นั้น สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เห็นสมควรขยายระยะเวลาการรับสมัครบุคคลและองค์กรที่มีผลงานดีเด่น ด้านการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2569 จนถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2569         สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มงานส่งเสริมสิทธิมนุษยชน สำนักส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชนสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2141 3930 หรือ 0 2141 3925 โทรศัพท์มือถือ 08 1250 6489 หรือ 08 1134 5713 โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและดาวน์โหลดใบสมัครจากสามารถสแกน QR Code ตามที่ปรากฏดูรายละเอียดเพิ่มเติมและดาวน์โหลดเอกสารตามลิงก์ที่ปรากฏhttps://drive.google.com/drive/folders/1aGR-sCyWSKeH-tXhJJ2WFuKk0amLaG9H?fbclid=IwY2xjawTFIClleHRuA2FlbQIxMABicmlkETI3eklkUk80alVVRUMzaXl5c3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHhlRQnlKpmdrWCB60Ex5oXbnQI8QV6gA69WlqvxNAexXVSdqJKSkZyDdibGa_aem_9Z46LX1AjT-3AFYjAIzbqQ
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>15 ก.ค. 2569, 15:43</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. จัดอบรมหลักสูตรพนักงานเจ้าหน้าที่ รุ่นที่ 5 เสริมสร้างศักยภาพบุคลากรด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17351</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 9-10 กรกฎาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) จัดอบรมหลักสูตรพนักงานเจ้าหน้าที่ รุ่นที่ 5 แก่บุคลากรสำนักงาน กสม. เพื่อเตรียมความพร้อม และพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายได้อย่างถูกต้องและมีจริยธรรม ณ ห้องเสวนา ชั้น 6 สำนักงาน กสม. โดยมีกิจกรรมดังนี้ วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวเปิดการอบรม จากนั้นนายโกเมศ สุบงกช ผู้ตรวจราชการ สำนักงาน กสม. บรรยายหัวข้อ บทบาท หน้าที่ และอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ ต่อด้วยการบรรยายร่วมกับนางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ ในหัวข้อ บทบาท หน้าที่ และอำนาจขององค์กรอิสระอื่นกับ กสม. ในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เพื่อเป็นการปูพื้นฐานให้กับเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. ในช่วงบ่าย นางสาวศศิพิมพ์ อร่ามพิบูลกิจ ผู้อำนวยการสำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ บรรยายหัวข้อ หลักการและสาระสำคัญของอนุสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี และนางรัตติกุล จันทร์สุริยา ที่ปรึกษาประจำ กสม. บรรยายหัวข้อ ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน พร้อมนำเสนอสาระสำคัญของแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (National Action Plan on Business and Human Rights: NAP) วันที่10 กรกฎาคม 2569 ช่วงเช้า นายนฤนาท คุ้มไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน 2 บรรยายหัวข้อ หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ส่วนช่วงบ่าย เป็นการอภิปรายหัวข้อ บทบาทหน้าที่ในการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนของภาคประชาสังคม ดำเนินรายการโดยนางสาวสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมด้วยนางอรนุช ผลภิญโญ กรรมการบริหารเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน นางสาวสุภาภรณ์ มาลัยลอย ผู้จัดการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) และนางสาวพูนสุข พูนสุขเจริญ จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานและแนวทางความร่วมมือกับ กสม. ในการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ทราบถึงบทบาทของภาคประชาสังคม แนวทางการสร้างความร่วมมือร่วมกัน และความคาดหวังที่มีต่อการทำงานของสำนักงาน กสม. ทั้งนี้ หลักสูตรพนักงานเจ้าหน้าที่ รุ่นที่ 5 แบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 การเตรียมความพร้อมระดับพื้นฐาน จำนวน 2 วัน ระหว่างวันที่ 9 – 10 กรกฎาคม 2569 ช่วงที่ 2 การเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ (Up-skill/Re-skill) จำนวน 8 วัน ระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม – 14 สิงหาคม 2569 และช่วงที่ 3 การนำเสนอผลงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จำนวน 2 วัน ระหว่างวันที่ 3 – 4 กันยายน 2569 การอบรมครั้งนี้มุ่งเสริมสร้างความรู้และทักษะปฏิบัติงานของบุคลากรสำนักงาน กสม. ให้ครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การรับเรื่องร้องเรียน การแสวงหาข้อเท็จจริง การตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน การจัดทำรายงานและข้อเสนอแนะ ไปจนถึงการติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนของสำนักงาน กสม. ให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>14 ก.ค. 2569, 08:00</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. ภาคอีสาน เข้าร่วมสังเกตการณ์การรับฟังความคิดเห็นต่อการขอตั้งโรงงานผสมยางมะตอย</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17352</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลขามป้อม อำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อการขออนุญาตประกอบกิจการผลิตแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (โรงงานผสมยางมะตอย) ในพื้นที่บ้านบ่อแก หมู่ที่ 4 ตำบลขามป้อม อำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น โดยมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลขามป้อม ประชาชนในพื้นที่และหมู่บ้านใกล้เคียงจำนวนมากเข้าร่วมการประชุม ซึ่งมีการชี้แจงข้อมูลจากผู้ขออนุญาตประกอบกิจการ และเปิดให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ เช่น ความเหมาะสมของสถานที่ตั้ง มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม การชดเชยเยียวยาในกรณีที่เกิดผลกระทบต่อชุมชน เป็นต้น โดยประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการขออนุญาตดังกล่าว ทั้งนี้ การเข้าร่วมสังเกตการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องมาจากมีผู้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพื่อขอให้เข้าร่วมสังเกตการณ์ และตรวจสอบในประเด็นการมีส่วนร่วมของประชาชน ผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม และการแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มที่คัดค้าน โดยสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะรวบรวมและเสนอข้อมูลต่อ กสม. เพื่อพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>14 ก.ค. 2569, 08:00</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>ที่ปรึกษา สำนักงาน กสม. ร่วมงานสถาปนาสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ครบปีที่ 38</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17348</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. นายศรุติพงศ์ จิราดิษพงศ์ ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในฐานะได้รับมอบหมายจากเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ครบปีที่ 38 ณ อาคารศูนย์ปฏิบัติการแพร่ภาพออกอากาศ การกระจายเสียงวิทยุและการให้บริการข้อมูลข่าวสารภาครัฐ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>13 ก.ค. 2569, 09:23</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. “แบ่งปันยา/ยาเหลือใช้ เพื่อผู้ป่วยยากไร้” ประจำปี 2569</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17354</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินางสาวสุกัญญา ต้นสายเพชร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ นางสาวสุทิสา น้อมรักษา ผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล พร้อมด้วยบุคลากรของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) เป็นผู้แทนส่งมอบยาและยาเหลือใช้ที่มีอายุมากกว่า 6 เดือน และบรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่สมบูรณ์ไม่ผ่านการเปิดใช้ ซึ่ง กสม. และบุคลากรสำนักงาน กสม. ร่วมบริจาค นำไปจัดส่งให้กับโรงพยาบาลอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก เพื่อใช้ประโยชน์ในการรักษาผู้ป่วยไร้สัญชาติและผู้ด้อยโอกาส เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการนำยาที่ไม่หมดอายุมาใช้ประโยชน์ ไม่นำไปทิ้งหรือปล่อยให้หมดอายุโดยสูญเปล่า ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมและค่านิยมบุคลากรให้เห็นคุณค่าของเพื่อนมนุษย์ มีจิตสำนึกสาธารณะ และร่วมกันทำประโยชน์ให้กับสังคม เป็นอีกหนึ่งพลังจากสำนักงาน กสม. ในการส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้กับสังคม
                ]]></description>

                <author>สุฑารัตน์ ไชยเลิศ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>9 ก.ค. 2569, 15:00</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>(Recap) สำนักงาน กสม. ร่วม 11 หน่วยงาน ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทรมานในประเทศไทย</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17331</link>

                
                <description><![CDATA[
                    การทรมานถือเป็นอาชญากรรมที่ร้ายแรง และไม่สามารถยอมรับให้เกิดได้ สหประชาชาติได้ร่วมกันรับรองอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี (CAT) ในปี 2527 และกำหนดให้วันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปีเป็น “วันต่อต้านการทรมานสากล” เพื่อให้ทุกคนทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญของการยุติการทรมาน และร่วมกันช่วยเหลือผู้เสียหายจากการทรมานและการกระทำที่โหดร้าย  ในส่วนของประเทศไทย ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันผลักดันให้เกิดพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ซึ่งมีผลใช้บังคับมาตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 3 ปีนับจากการใช้บังคับกฎหมายดังกล่าว กระทั่งถึงวันต่อต้านการทรมานสากล 26 มิถุนายน ประจำปี 2569 ที่ผ่านมานี้  สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) ได้ร่วมกับ 11 หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม หน่วยงานความมั่นคง และหน่วยงานซึ่งกำกับดูแลสถานที่ควบคุมตัว “ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทรมานในประเทศไทย”เพื่อให้คำมั่นว่าจะร่วมกันขับเคลื่อนสังคมที่ไร้การทรมานและเคารพสิทธิมนุษยชน#กสม. #NHRCT #StopTorture #ยุติการทรมาน #วันต่อต้านการทรมานสากล
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>9 ก.ค. 2569, 10:44</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>กสม. พื้นที่ภาคเหนือ จับมือเครือข่ายจังหวัดพะเยา เสริมศักยภาพการคุ้มครองเด็กและสตรีกลุ่มชาติพันธุ์จากความรุนแรง</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17329</link>

                
                <description><![CDATA[
                    สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคเหนือ) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และเสริมสร้างศักยภาพเครือข่ายในการแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรีกลุ่มชาติพันธุ์ ระหว่างวันที่ 2–3 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมพะเยาเกทเวย์ อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน พัฒนาศักยภาพเครือข่าย และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม และชุมชน ในการป้องกัน คุ้มครอง และช่วยเหลือเด็กและสตรีกลุ่มชาติพันธุ์ที่ประสบความรุนแรงให้สามารถเข้าถึงสิทธิตามกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 การประชุมประกอบด้วยการบรรยายและแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากหน่วยงานและองค์กรเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพะเยา สำนักงานยุติธรรมจังหวัดพะเยา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยา มูลนิธิ IMPECT สมาคม YMCA และเครือข่ายแม่หญิงจังหวัดพะเยา โดยร่วมถ่ายทอดบทบาท กลไกการคุ้มครอง และแนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบความรุนแรง ตั้งแต่การป้องกัน การคุ้มครอง การเยียวยา และการส่งต่อความช่วยเหลือแบบสหวิชาชีพ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายในระดับพื้นที่ นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานและเรียนรู้กระบวนการเฝ้าระวัง การให้คำปรึกษาเบื้องต้น และการประสานความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง โดยมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและชุมชน เพื่อให้การคุ้มครองเด็กและสตรีกลุ่มชาติพันธุ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ผู้เข้าร่วมได้แบ่งกลุ่มตามพื้นที่เพื่อร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ความรุนแรงต่อเด็กและสตรีกลุ่มชาติพันธุ์ในชุมชน พร้อมระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำข้อเสนอและแนวทางการแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ก่อนนำเสนอผลการวิเคราะห์ต่อที่ประชุม โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อเสนอแนะและแลกเปลี่ยนมุมมอง เพื่อพัฒนาแนวทางการดำเนินงานของเครือข่ายให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม ในการนี้ นายภาณุพันธ์ สมสกุล ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมให้ข้อเสนอแนะผ่านระบบ Zoom Meeting ด้วย การประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรีกลุ่มชาติพันธุ์ โดยสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พื้นที่ภาคเหนือ พร้อมทำหน้าที่ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ควบคู่กับการทำงานร่วมกับชุมชนและภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา สร้างความเข้มแข็งให้กับกลไกการคุ้มครองในระดับพื้นที่ และส่งเสริมให้เด็กและสตรีกลุ่มชาติพันธุ์สามารถเข้าถึงสิทธิและดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>8 ก.ค. 2569, 18:55</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคเหนือ จัดคลินิกสิทธิมนุษยชนเคลื่อนที่ ระยะที่ 2 เดินหน้าแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลนักศึกษาไร้รัฐไร้สัญชาติ</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17320</link>

                
                <description><![CDATA[
                    สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พื้นที่ภาคเหนือ (สำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคเหนือ) จัดกิจกรรม คลินิกสิทธิมนุษยชนเคลื่อนที่ ระยะที่ 2 ระหว่างวันที่ 24–26 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุมกาญสลองคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เพื่อให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลของนักศึกษาไร้รัฐไร้สัญชาติเป็นรายกรณี ให้สามารถเข้าสู่กระบวนการกำหนดหรือพิสูจน์สถานะบุคคลและสัญชาติได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุชาติ เศรษฐมาลินี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนายภาณุพันธ์ สมสกุล ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้าร่วมกิจกรรมผ่านระบบ Zoom Meeting ด้วย กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการกล่าวต้อนรับและเปิดงานโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุชาติ เศรษฐมาลินี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จากนั้นคณะทำงานและภาคีเครือข่ายได้ร่วมตรวจคัดกรองเอกสาร ตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้คำปรึกษาแก่กลุ่มนักศึกษา เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลเป็นรายกรณี พร้อมดำเนินการตรวจสอบเอกสารและให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่องตลอดการจัดกิจกรรม โดยมีนักศึกษาไร้รัฐไร้สัญชาติเข้าร่วมกว่า 200 คน ครอบคลุมผู้มีสถานะบุคคลหลากหลาย อาทิ ผู้ถือเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยเลข 0 เลข 8 รหัส G และผู้ที่อยู่ระหว่างกระบวนการกำหนดหรือพิสูจน์สถานะบุคคล เพื่อวางแนวทางการดำเนินการให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและกฎหมาย นอกจากนี้ คณะทำงานยังได้ร่วมสรุปผลการดำเนินกิจกรรม แลกเปลี่ยนข้อค้นพบและอุปสรรคในการดำเนินงาน ตลอดจนหารือแนวทางพัฒนากลไกการช่วยเหลือนักศึกษาไร้รัฐไร้สัญชาติของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายในระยะยาว โดยมีข้อเสนอให้ศึกษารูปแบบการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยพะเยา เพื่อนำมาพัฒนาระบบการช่วยเหลือด้านสถานะบุคคลให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้น กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และภาคีเครือข่ายจากภาครัฐและภาคประชาสังคม ได้แก่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรมการปกครอง สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย มูลนิธิแอ๊ดดร้า (ADRA) มูลนิธิพันธกิจลอว์ (LAW Foundation) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมผลักดันการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลของนักศึกษาไร้รัฐไร้สัญชาติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างเท่าเทียม
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>7 ก.ค. 2569, 14:49</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ ให้การต้อนรับคณะอาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในการศึกษาดูงาน สำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคใต้</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17311</link>

                
                <description><![CDATA[
                    วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคใต้ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ ให้การต้อนรับคณะอาจารย์และนิสิตนักศึกษาจากสำนักวิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ โดยบรรยายให้ความรู้เรื่องบทบาท หน้าที่ และอำนาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะสถาบันสิทธิมนุษยชนระดับชาติ และแนวทางการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ภาคใต้
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>3 ก.ค. 2569, 17:45</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. ร่วมกับ เครือข่าย CSCD จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพสำหรับนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ขับเคลื่อนงานในพื้นที่ภาคใต้</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17310</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 1 - 2 กรกฎาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายสภาประชาสังคมชายแดนใต้ (CSCD) จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพสำหรับนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ขับเคลื่อนงานในพื้นที่ภาคใต้ ณ โรงแรมบุรีศรีภู ถนนศรีภูวนารถ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมีนางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนางสาวลม้าย มานะการ ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ (CSCD) กล่าวเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการฯ และร่วมเป็นวิทยากร พร้อมด้วยนายสุชาติ เศรษฐมาลินี กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษาประจำ กสม. เจ้าหน้าที่สำนักส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชน และสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้เข้าร่วม กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจในหลักการสิทธิมนุษยชน บทบาทของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน รวมถึงกฎหมายและความรู้อื่นที่เกี่ยวข้อง และเพื่อพัฒนาทักษะการนำองค์ความรู้ไปใช้ โดยมุ่งหวังให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำหลักการและกลไกต่างๆ ที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนไปพัฒนาทักษะการปกป้องคุ้มครองตนเอง และบูรณาการงานในชุมชนหรือองค์กรของตนได้ รวมถึงเพื่อสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ภาคใต้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมเพื่อเฝ้าระวังการละเมิดสิทธิมนุษยชนและเป็นภาคีในการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านสิทธิมนุษยชนในระดับพื้นที่ร่วมกันต่อไป โดยการอบรมนี้เกิดจากการร่วมหารือของหลายส่วน เช่น เครือข่ายรักษ์ถิ่น สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และเครือข่ายภาคประชาสังคมต่างๆ.รวม 13 กลุ่มเครือข่าย ครอบคลุมประเด็นสิทธิเด็ก เยาวชน สตรี ทรัพยากร และเครือข่ายชาวพุทธ ที่ให้ความสนใจเข้าร่วมรวมทั้งสิ้นจำนวน 39 คน วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวเปิดการอบรมโดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของกลไกการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐในภาคใต้โดยเฉพาะพื้นที่ 5 จังหวัดายแดนมีสถานการณ์เฉพาะ เช่น เรื่องการซ้อมทรมาน การตรวจ DNA และการตั้งด่านตรวจ ซึ่งต้องการการประเมินความเสี่ยงที่แตกต่างจากพื้นที่อื่น หน้าที่อำนาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ตามมาตรา 38 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 ซึ่งให้อำนาจ กสม. ในการเข้าตรวจสอบหากพบเหตุละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยตรง โดยไม่ต้องรอการร้องเรียนในกรณีเร่งด่วน และการสร้างกลไกส่งต่อการคุ้มครองที่ กสม. พยายามผลักดันความร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ยุติธรรมจังหวัดทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในพื้นที่แทนหน่วยงานส่วนกลางที่มีข้อจำกัดด้านบุคลากรในการรับเรื่องและคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการสร้างเครื่องมือสำหรับนักปกป้องสิทธิมนุษยชน โดย กสม. อยู่ระหว่างจัดทำคู่มือแนวปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ และคู่มือสำหรับนักปกป้องสิทธิมนุษยชนเพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมีเครื่องมือในการดูแลตัวเองและสื่อสารกับภาครัฐ นางสาวลม้าย มานะการ ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ CSCD ได้กล่าวเสริมถึงความคาดหวังและการประสานงานในระดับพื้นที่ และการบูรณาการเครือข่าย 13 กลุ่มเครือข่ายที่เข้ารับการอบรมในวันนี้ รวมถึงการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนรุ่นใหม่โดยมุ่งเน้นการให้โอกาสคนทำงานหน้างานที่เผชิญกับภัยคุกคามอยู่ตลอดเวลา โดยมุ่งหวังว่านักปกป้องสิทธิมนุษยชนหน้างานที่เผชิญภัยคุกคามโดยตรงจะได้รับความรู้และเข้าสู่กลไกการคุ้มครองเป็นกรณีพิเศษจากการเป็นเครือข่ายที่ผ่านการอบรม กิจกรรมในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ช่วงเช้าเป็นกิจกรรมเชิงกระบวนการในหัวข้อ “ความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและบทบาทของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้มีความรู้ ความเข้าใจในแนวคิดพื้นฐานของสิทธิมนุษยชน ความหมายและบทบาทของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยมีนายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษาประจำ กสม. และนายวรพล ครุตเนตร นักวิชาการสิทธิมนุษยชนชำนาญการ เป็นวิทยากรกระบวนการ ต่อด้วยเวทีเสวนา หัวข้อ“ประสบการณ์ของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน” โดยมีนายกิตติภพ สุทธิสว่าง เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น นางสาวนูรฮายาตี สาเมาะ ที่ปรึกษาองค์กรเครือข่ายสิทธิมนุษยชน ปาตานี (HAP) และนายอับดุลเลาะ เงาะ เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพิเศษ (JASAD) เป็นวิทยากรร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ภาคใต้ ดำเนินรายการโดยนางสาวลม้าย มานะการ ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ จากนั้นในช่วงบ่ายเป็นการเสวนา หัวข้อ “กลไกการปกป้องและคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม” โดยมีนายจิรกิตต์ คงสม อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยะลา นายอรุณ สุขน่วม ยุติธรรมจังหวัดสงขลา นายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ ทนายความ ศูนย์ทนายความมุสลิม และนางสาวอณิชภัทร สิทธิดำรงค์ หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมและเฝ้าระวังสถานการณ์สิทธิมนุษยชน สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ เป็นวิทยากรร่วมแลกเปลี่ยนบทบาทขององค์กรในการปกป้องและคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และให้คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กลไกการร้องเรียน การดำเนินคดี และการให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ ดำเนินรายการโดยนางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ต่อด้วยกิจกรรมเชิงกระบวนการในหัวข้อ “ความปลอดภัยและการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการอบรมสามารถการวิเคราะห์สถานการณ์และการประเมินความเสี่ยงและภัยคุกคาม สามารถลดผลกระทบและการวางแผนการคุ้มครอง โดยมีนายบัณฑิต หอมเกษ นักวิชาการสิทธิมนุษยชนชำนาญการ และนายวรพล ครุตเนตร นักวิชาการสิทธิมนุษยชนชำนาญการ สำนักงาน กสม. เป็นวิทยากรกระบวนการ กิจกรรมในวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ช่วงเช้าเป็นเวทีเสวนาและกิจกรรมฝึกปฏิบัติใน หัวข้อ “การตระหนักรู้และป้องกันการคุกคามความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยทางดิจิทัล” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการคุกคามความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยทางดิจิทัล และหลักการพื้นฐานและแนวทางเกี่ยวกับการได้รับการเยียวยาทางจิตใจของผู้ได้รับผลกระทบจากการละเมิด โดยมีนางสาวนิชาภา ชาญวิสิฐกุล และนางสาวนัคมีน แวมิ่ง เจ้าหน้าที่สิทธิมนุษยชนท้องถิ่น สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นวิทยากร จากนั้นในช่วงบ่ายเป็นการอภิปรายและกิจกรรมฝึกปฏิบัติ หัวข้อ “การสัมภาษณ์การบันทึกข้อมูลสถานการณ์ และการยื่นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการรับเรื่องร้องเรียนและกระบวนการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนของ กสม. การประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน พร้อมฝึกปฏิบัติวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและการเขียนหนังสือร้องเรียน โดยมีนายกฤตภาส รัตนาเลิศ หัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองสิทธิมนุษยชนสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้ และนายบัณฑิต หอมเกษ นักวิชาการสิทธิมนุษยชนชำนาญการ สำนักงาน กสม. เป็นวิทยากร กสม. เห็นความสำคัญในการส่งเสริมและคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์การคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพนักปกป้องสิทธิมนุษยชน สร้างกลไกความคุ้มครองที่เป็นรูปธรรม ผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในระดับพื้นที่ เพื่อพัฒนากลไกการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะในประเด็นทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม การฟ้องคดีในลักษณะการปิดปาก (SLAPP) การปฏิบัติการ IO และการบังคับใช้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคงที่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน รวมทั้งการพัฒนาระบบการรับเรื่องร้องเรียนและฐานข้อมูลร่วมกัน เพื่อให้การคุ้มครองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และสามารถพัฒนากลไกเชิงนโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>3 ก.ค. 2569, 17:39</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>รองเลขาธิการ กสม. เป็นประธานการประชุมคณะทำงานพัฒนาคู่มือสิทธิมนุษยชนสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17308</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องปาหนัน โรงแรมบุรีศรีภู ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายจุมพล ขุนอ่อน รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานพัฒนาคู่มือสิทธิมนุษยชนสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันพัฒนาคู่มือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นแนวทางการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ในการนี้ นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมด้วย ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ที่ปรึกษาคณะทำงานฯ ได้แก่ นายดนัย มู่สา นายบุญพาศ รักนุ้ย ผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้านสิทธิมนุษยชนและสิทธิมนุษยชนศึกษา และนางสาวรตญา กอบศิริกาญจน์ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมูลนิธิสถาบันการจัดการวิถีพุทธเพื่อสุขและสันติ และคณะทำงานฯ ได้แก่ พันตำรวจเอก รังษี มั่นจิตร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทะเลน้อย และพันเอกชยพล โชคจิรบวรเดช รองผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า  ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาให้ความเห็น ข้อเสนอแนะ เพื่อพัฒนาร่างคู่มือการปฏิบัติงานด้านสิทธิมนุษยชนสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเพื่อเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงานบังคับใช้กฎหมายให้สอดคล้องตามหลักสิทธิมนุษยชนและการอำนวยความยุติธรรมและช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>3 ก.ค. 2569, 17:34</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม.อีสาน จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศร่วมกับภาคีเครือข่าย เนื่องในเดือนแห่งความภาคภูมิใจ (Pride Month)</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17298</link>

                
                <description><![CDATA[
                    สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ประสานการทำงานและจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศร่วมกับภาคีเครือข่ายผู้มีความหลากหลายทางเพศ เนื่องในเดือนแห่งความภาคภูมิใจ (Pride Month) ในพื้นที่ 3 จังหวัด ดังนี้ 1. จังหวัดมุกดาหาร เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 กิจกรรม Mukdahan Pride 2026 การเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศ ที่ลานเอนกประสงค์ ศูนย์การค้าโรบินสัน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร โดยมีนายภพธรรม สุนันธรรม ผู้อำนวยการสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าร่วมกิจกรรม และนางปณิดา พันธุ์โชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เปิดงานแถลงข่าว Mukdahan Pride 2026 ภายใต้แนวคิด MUK ME PRIDE ส่องประกายสายรุ้ง พุ่งทะยานสู่ความเท่าเทียม โดยร่วมกับมูลนิธิหอแก้วสีรุ้ง เทศบาลเมืองมุกดาหาร และหน่วยงานภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในพื้นที่ การจัดกิจกรรม Mukdahan Pride 2026 เป็นการสร้างการรับรู้และความเข้าใจความเสมอภาคระหว่างเพศ และร่วมเฉลิมฉลองในเดือน Pride Month และมีการโต้วาทีในหัวข้อ คุณเห็นด้วยหรือไม่ที่คนข้ามเพศ หรือ Transgender จะใช้คำนำหน้านางสาว โดยฝ่ายเสนอเป็นผู้แทนจากสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดมุกดาหาร และฝ่ายค้านจากสภานักเรียนโรงเรียนมุกดาหารวิทยานุกูล และผู้อำนวยการสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และผู้แทนภาคีเครือข่าย ร่วมเป็นกรรมการตัดสินการโต้วาทีดังกล่าว  2. จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 “Khemarat Pride: ไพรด์ชุมชน” ที่ลานวัฒนธรรม และพื้นที่ถนนคนเดิน อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อสร้างความความตระหนักถึงกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ในการขับเคลื่อนวัฒนธรรมชุมชน และการสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกเพศ โดยมีกำหนดจัดงานรณรงค์เพื่อการสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติรับรองอัตลักษณ์ทางเพศ (Gender Recognition Act) และสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยมีเจ้าหน้าที่กลุ่มงานส่งเสริมและเฝ้าระวังสถานการณ์สิทธิมนุษยชน สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าร่วมกิจกรรม กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วยการเดินรณรงค์ของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ กลุ่มเยาวชน หน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ การแสดงวัฒนธรรม การจัดนิทรรศการ และการมอบรางวัล “เญินญอ” เพื่อยกย่องภาคีเครือข่ายซึ่งสนับสนุนการดำเนินงานเรื่องความเสมอภาคทางเพศและการขับเคลื่อนงานของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศในพื้นที่  3. จังหวัดชัยภูมิ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 “Chaiyaphum Pride 2026: Be Proud, Be Healthy, Be You” ที่ศูนย์เยาวชนเทศบาลเมืองชัยภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ จัดเวทีเสวนาในหัวข้อความเท่าเทียมในการบริการการเข้าถึงของหน่วยงานที่ต้องดูแลเรื่องสุขภาพ โดยมีนายภพธรรม สุนันธรรม ผู้อำนวยการสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายบรรยงค์ เกียรติก้องชูชัย นายกเทศมนตรีเมืองชัยภูมิ และผู้เข้าร่วมงาน จากหลากหลายเครือข่าย ทั้งจากภาครัฐ ภาคประชาสังคม และสถาบันการการศึกษา มีการจัดเวทีเสวนาเรื่อง “ความเท่าเทียมในการบริการการเข้าถึงของหน่วยงานที่ต้องดูแลเรื่องสุขภาพ” ร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคีเครือข่าย ได้แก่ ผู้แทน เครือข่ายทอม ผู้ชายข้ามเพศ นอนไบนารี่ เพื่อความเท่าเทียม (TransEqual) สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยภูมิ และโรงพยาบาลภูเขียวเฉลิมพระเกียรติ เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิด้านสุขภาพของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ  ทั้งนี้ ผู้อำนวยการสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เน้นย้ำถึงหลักการสำคัญในการจัดบริการสาธารณสุขของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ควรตั้งอยู่บนหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขที่มีมาตรฐานอย่างเท่าเทียม การให้บริการที่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้รับบริการ และการให้บริการโดยปราศจากอคติและการตีตรา พร้อมเน้นย้ำว่า การให้บริการด้านสุขภาพต้องเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความหลากหลายของทุกคน นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงหลักสิทธิมนุษยชนที่ควรใช้เป็นกรอบในการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุข ซึ่งประกอบด้วย ความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การเคารพสิทธิในการตัดสินใจของบุคคลภายใต้หลักความปลอดภัย ตลอดจนการพัฒนาความรู้และความเชี่ยวชาญของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อให้สามารถให้บริการและให้คำแนะนำแก่บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศได้อย่างเหมาะสม อันจะนำไปสู่การเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างเท่าเทียม การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้ง 3 พื้นที่ เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานภายใต้โครงการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนเพื่อสร้างวัฒนธรรมการเคารพสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ภูมิภาค “กิจกรรมย่อยเสริมสร้างพลังเครือข่ายสิทธิมนุษยชน ครั้งที่ 4 : การเสริมสร้างพลังเครือข่ายเพื่อความเสมอภาคทางเพศ” ดำเนินการในช่วงเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่ภาคีเครือข่ายด้านความเสมอภาคทางเพศจัดกิจกรรม Pride Month ทั่วประเทศ และการร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการดำเนินงานตามภารกิจของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชน เผยแพร่ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน สร้างความตระหนักด้านสิทธิมนุษยชน และการประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่เลือกปฏิบัติ และส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิด้านสุขภาพของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศอย่างเสมอภาค
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>3 ก.ค. 2569, 10:06</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>รองเลขาธิการ กสม. ร่วมกิจกรรมสภากาแฟยามเช้า เสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญในพื้นที่ภาคใต้</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17293</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.00 น. ที่ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคใต้ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคใต้) ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายจุมพล ขุนอ่อน รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (รองเลขาธิการ กสม.) เป็นประธานในกิจกรรมสภากาแฟยามเช้าองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญในพื้นที่ภาคใต้ จัดโดย สำนักงาน กสม. โดยกิจกรรมดังกล่าว เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี รวมถึงประโยชน์ในการประสานความร่วมมือในการปฏิบัติงาน ระหว่างหน่วยงานองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ภาค 9 (สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 9) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 15 จังหวัดสงขลา (สตภ.15 จ.สงขลา) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสงขลา (กกต. สงขลา) นอกจากนี้ ยังมีส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขต 9 (สำนักงาน ป.ป.ท. เขตพื้นที่ 9) ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 9 (DSI ภาค 9) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เข้าร่วมกิจกรรมรวมท้้งสิ้น จำนวน 50 คน  ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันแลกเปลี่ยน ประเด็น ข้อท้าทาย การทำงานในพื้นที่ภาคใต้ และแนวทางในการบูรณาการความร่วมมือร่วมกันในอนาคต  อนึ่ง กิจกรรมสภากาแฟยามเช้าองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญในพื้นที่ภาคใต้ จัดขึ้นทุกๆ 2 เดือน เพื่อเป็นเวทีบูรณาการงาน และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างองค์กรอิสระด้วยกัน เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละองค์กรบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพและไม่ซ้ำซ้อนกัน
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>3 ก.ค. 2569, 09:41</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. สานพลังเครือข่ายจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านสิทธิชุมชน ที่ดินและสิ่งแวดล้อมให้แก่ภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17292</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 25-27 มิถุนายน 2569 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านสิทธิชุมชน ที่ดินและสิ่งแวดล้อมให้แก่ภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม โดยมีนางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการฯ และร่วมเป็นวิทยากร พร้อมด้วย นางสาววรพร นรเศรษฐวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. ด้านสิทธิมนุษยชน และเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. เข้าร่วม กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจด้านสิทธิทางสิ่งแวดล้อม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกันระหว่างภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม ให้สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการให้คำแนะนำหรือความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบหรือเข้าไม่ถึงความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม รวมถึงเพื่อร่วมกันยกระดับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนตามมาตรฐานสากลต่อไป โดยมีภาคประชาสังคมจากทั่วประเทศให้ความสนใจเข้าร่วมจำนวนกว่า 70 คน วันที่ 25 มิถุนายน 2569 เป็นกิจกรรมเชิงกระบวนการให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ทำความเข้าใจถึงความเชื่อมโยงระหว่างตัวเรากับธรรมชาติ นิยามที่แตกต่างกันของคำว่าสิ่งแวดล้อม ทรัพยากร และธรรมชาติ รวมถึงเรียนรู้สถานการณ์ Triple Planetary Justice Crisis ของโลก โดยมีนายกฤษฎา บุญชัย มูลนิธิชุมชนท้องถิ่นพัฒนา และเครือข่าย Thai Climate Justice for All (TCJA) เป็นวิทยากร จากนั้นในช่วงบ่ายเป็นการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับหลักการสากล มาตรฐานระหว่างประเทศด้านสิทธิทางสิ่งแวดล้อม และธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน โดย ผศ. เสาวนีย์ แก้วจุลกาญจน์ ที่ปรึกษากฎหมาย คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ) และความรู้เกี่ยวกับหลักสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี รัฐธรรมนูญ และประสบการณ์สังคมไทย โดยนายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษาประจำ กสม.  สำหรับในวันที่ 26 -27 มิถุนายน 2569 เป็นกิจกรรมระดมความคิดเห็นกรณีศึกษาการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสิทธิในสิ่งแวดล้อม เช่น กรณีน้ำมันดิบรั่วไหลในทะเลจังหวัดระยอง กรณีโครงการเขื่อนปากแบง กรณีกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงบ้านบางกลอย เป็นต้น ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันวิเคราะห์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นสภาพปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน กฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับสากลและกฎหมายภายในประเทศ รวมถึงกลไกต่างๆ ที่สามารถให้ความช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาได้ จากนั้นผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้และฝึกทักษะการเขียนหนังสือร้องเรียนและการใช้กลไกการร้องเรียนที่มีความเหมาะสมกับสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นางสาว ส.รัตนมณี พลกล้า มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน นายสุรชัย ตรงงาม มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม นายสงกรานต์ ป้องบุญจันทร์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษาประจำ กสม. และนายภาคภูมิ โลหวริตานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์กฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมแลกเปลี่ยนและให้คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กลไกการร้องเรียน และการดำเนินคดีสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ สำนักงาน กสม. ให้ความสำคัญกับการประสานพลังความร่วมมือกับภาคประชาสังคมเพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยมุ่งเน้นการผลักดันประเด็นสิทธิในสิ่งแวดล้อม ผ่านการสร้างเครือข่ายในระดับพื้นที่เพื่อวางรากฐานในการแก้ไขปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>1 ก.ค. 2569, 14:54</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. อีสาน ร่วมกับ คณะนิติศาสตร์ ม.อุบลราชธานี ชวนนักศึกษาล้อมวงแก้ปัญหาสิทธิฯ ผ่าน Mini Hackathon ในรายวิชาสิทธิมนุษยชนศึกษา</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17290</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 ที่อาคารเรียนคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคตะวันออกฉียงเหนือ เป็นวิทยากรกระบวนการในการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ “สภาพปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในปัจจุบัน” อันเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาสิทธิมนุษยชนศึกษา จัดโดย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักศึกษาทราบถึงสภาพปัญหา พฤติกรรมที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชนและผลกระทบจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงสร้างความตระหนักรู้ให้นักศึกษาเห็นความสำคัญของการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตลอดจนการเคารพสิทธิผู้อื่น  กิจกรรมดังกล่าวมีนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 เข้าร่วมทั้งสิ้นจำนวน 400 คน โดยมีกระบวนการประกอบด้วยการนำเสนอความรู้สิทธิมนุษยชนในประเด็นต่าง ๆ เช่น ความหมายของสิทธิมนุษยชน ที่มาของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน สนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และความเชื่อมโยงกับบทบาทหน้าที่ของรัฐและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยมุ่งเน้นการนำเสนอประเด็นสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนทั้งในระดับประเทศและพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สำคัญ เพื่อชวนให้นักศึกษาเกิดความสนใจในประเด็นปัญหาใกล้ตัว และนำไปสู่การระดมความคิดเพื่อแก้ปัญหาแบบเร่งด่วน (mini hackathon workshop) โดยตัดสินใจใช้ทางเลือกที่เป็นมุมมองใหม่และมีความเป็นไปได้ซึ่งเกิดจากวิเคราะห์ภาพรวมสถานการณ์ ปัจจัยหนุนเสริมและข้อท้าทาย โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หลักการและกฎหมายสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนศึกษาโดยร่วมกับสถาบันการศึกษาในภูมิภาค ของสำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกฉียงเหนือ ถือเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญด้านการส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชนที่มุ่งเน้นการเรียนรู้ในกลุ่มเป้าหมายในเด็กและเยาวชนเพื่อปลูกฝังให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ เกิดความตระหนักในด้านสิทธิมนุษยชนอันจะนำไปสู่สังคมที่ตระหนักและเคารพสิทธิมนุษยชนต่อไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>1 ก.ค. 2569, 14:51</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสิทธิและสถานะบุคคลในพื้นที่ อ.อุ้มผาง ภายใต้โครงการคลินิกสิทธิมนุษยชน</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17286</link>

                
                <description><![CDATA[
                    ระหว่างวันที่ 22 – 26 มิถุนายน 2569 ที่ว่าการอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) ร่วมกับทีมบูรณาการจากภาคีเครือข่าย ได้แก่ กรมการปกครอง กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดตาก คลินิกกฎหมายอุ้มผาง โรงพยาบาลอุ้มผาง มูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย เครือข่ายคณะทำงานเด็ก G ที่ทำการปกครองอำเภออุ้มผาง และศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษพื้นที่ 7 จัดกิจกรรมออกหน่วยคลินิกสิทธิมนุษยชนเคลื่อนที่ ภายใต้โครงการคลินิกสิทธิมนุษยชนเพื่อแก้ไขปัญหาสิทธิและสถานะบุคคล สำหรับกลุ่มคนไทยตกหล่นทางทะเบียนราษฎรและกลุ่มเด็กนักเรียนที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยอักษร G ในพื้นที่อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก การดำเนินงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมในการแก้ไขปัญหาสิทธิและสถานะบุคคลให้แก่ประชาชนที่มีสิทธิตามกฎหมายแต่ยังไม่มีชื่อและรายการบุคคลในทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) หรือขาดพยานหลักฐานสำคัญในการพิสูจน์สถานะบุคคลและสัญชาติ เพื่อให้สามารถเข้าสู่กระบวนการแจ้งเกิดเกินกำหนดหรือขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งสนับสนุนการตรวจสารพันธุกรรม (DNA) เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบการพิจารณาตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตลอดจนเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลของเด็กนักเรียนที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยอักษร G ให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 เรื่อง หลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลให้แก่บุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานานและกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักร เพื่อให้บุคคลที่มีสิทธิตามกฎหมายได้รับการรับรองสถานะบุคคลและสัญชาติ อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและการได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย กิจกรรมประกอบด้วยการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเตรียมความพร้อมของทีมบูรณาการจากหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคม และการเสวนาแลกเปลี่ยนสถานการณ์ปัญหา ผลการดำเนินงานด้านการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคล รวมถึงการเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่าง ๆ โดยมีนางสาววันรุ่ง แสนแก้ว ผู้อำนวยการสำนักรับเรื่องร้องเรียนและประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยนายมาโนช โพธิ์เนียม นายอำเภออุ้มผาง นายนพรุจ โสภารักษ์ ผู้แทนส่วนสัญชาติและการทะเบียนและบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสัญชาติไทย นายยุทธพล พวกสนิท ผู้แทนส่วนการทะเบียนราษฎร สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง นางสาววิกานดา พัติบูรณ์ ผู้จัดการคลินิกกฎหมายอุ้มผาง โรงพยาบาลอุ้มผาง นายสันติพงษ์ มูลฟอง ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล และนายสุมิตร วอพะพอ ผู้เชี่ยวชาญด้านสถานะบุคคล มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ดำเนินรายการโดย นางสาวกิติพร บุญอ่ำ นักวิชาการสิทธิมนุษยชนเชี่ยวชาญ ตลอดระยะเวลา 5 วันของการดำเนินกิจกรรม ทีมบูรณาการจากทุกภาคส่วนได้ร่วมกันให้คำปรึกษาด้านสิทธิและสถานะบุคคล รับคำร้องเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคล ตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งออกบัตรประจำตัวให้แก่ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนโดยกรมการปกครอง ทั้งนี้ การดำเนินงานยึดหลัก โปร่งใส ไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและป้องกันการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 668 คน ในจำนวนนี้มีผู้ยื่นคำร้องเพื่อแก้ไขปัญหาสถานะบุคคล กรณีกลุ่มเด็กนักเรียนที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยอักษร G ซึ่งมีเอกสารและพยานหลักฐานครบถ้วน จำนวน 172 ราย และประชาชนที่มีสิทธิตามกฎหมายแต่ยังไม่มีชื่อและรายการบุคคลในทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) หรือขาดพยานหลักฐานสำคัญในการพิสูจน์สถานะบุคคลและสัญชาติ เพื่อให้สามารถเข้าสู่กระบวนการแจ้งเกิดเกินกำหนดหรือขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งสนับสนุนการตรวจสารพันธุกรรม (DNA) เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบการพิจารณาตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 จำนวน 66 ราย การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับภารกิจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยมุ่งให้ผู้ที่มีสิทธิตามกฎหมายแต่ยังตกหล่นจากระบบทะเบียนราษฎรและการรับรองสัญชาติ ได้เข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลตามกฎหมาย อันจะนำไปสู่การได้รับการรับรองสถานะบุคคล การเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน และการดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อันจะส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยอย่างยั่งยืน#คลินิกสิทธิมนุษยชนกสม
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>1 ก.ค. 2569, 14:00</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>ผู้ตรวจราชการสำนักงาน กสม. ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในวันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครบรอบ 92 ปี</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17277</link>

                
                <description><![CDATA[
                    วันที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลา 07.30 น. นายโกเมศ สุบงกช ผู้ตรวจราชการสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ เนื่องในโอกาสวันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครบรอบ 92 ปี ณ บริเวณสนามฟุตบอล ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>29 มิ.ย. 2569, 10:03</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม.อีสาน ให้การต้อนรับเและแลกเปลี่ยนการทำงานร่วมกับเอกอัคราชทูต EU ประจำประเทศไทย</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17270</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ให้การต้อนรับ Mrs. LUISA RAGHER เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย และคณะ ในโอกาสที่ได้เข้าหารือและแลกเปลี่ยนการทำงานร่วมกัน โดยมีนายภพธรรม สุนันธรรม ผู้อำนวยการสำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนางสาวศศิพิมพ์ อร่ามพิบูลกิจ ผู้อำนวยการสำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ในนามสำนักงาน กสม. ให้การต้อนรับและแลกเปลี่ยนการทำงานด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ ณ สำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น  ทั้งนี้ การหารือดังกล่าวมีสาระสำคัญ ดังนี้  1) การนำเสนอข้อมูลภาพรวมสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สำคัญ เช่น ด้านสิ่งแวดล้อม แรงงาน สถานะบุคคล สิทธิชุมชน ฐานทรัพยากร ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา นักปกป้องสิทธิมนุษยชน การฟ้องปิดปาก และการละเมิดสิทธิข้ามพรมแดน โดยยกตัวอย่างกรณีโครงการในพื้นที่เช่น การผันน้ำโขงเลยชีมูล โครงการรถไฟความเร็วสูง การทำเหมืองแร่ โรงงานไฟฟ้าขยะ โรงงานน้ำตาล โรงงานอุตสาหกรรม ภาวะการปนเปื้อนมลพิษในน้ำโขง เรื่องสถานะบุคคลในพื้นที่ชายแดนที่อุบลราชธานี และชาวบ้านที่ต้องอพยพย้ายถิ่นในช่วงสถานการณ์การสู้รบ 2) การนำเสนอตัวอย่างกรณีร้องเรียนในพื้นที่ ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเรื่องเรียนและมีส่วนร่วมในกระบวนการตรวจสอบแล้วเกิดผลสัมฤทธิ์ เช่น 1) ผลกระทบจากโรงงานหลอมยางรถยนต์ ที่ขอนแก่น ที่ กสม.ไปร่วมตรวจสอบจนมีการตรวจสอบจากผู้เกี่ยวข้องและผู้มีอำนาจ จึงทำให้มีคำสั่งปิดเพื่อปรับปรุงโรงงานและให้มีกระบวนการชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้าน 2) กรณีเหมืองหินและโรงโม่หินในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ที่ กสม.ตรวจสอบพบว่า มีพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งน้ำซับซึมและมีโบราณสถานที่อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียน จึงไม่เหมาะสมที่จะทำเหมือง โดยมีการเสนอข้อมูลและข้อเสนอแนะไปประกอบการพิจารณาของหน่วยงานที่มีอำนาจพิจารณา และ 3) กรณีโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลที่บุรีรัมย์ ซึ่ง กสม.ตรวจสอบพบว่า กระบวนการจัดทำ EIA ขาดความรอบด้านในการมีส่วนร่วมของประชาชน กสม.จึงมีข้อเสนอแนะให้มีการทบทวนและจัดเวที EIA ใหม่ เป็นต้น 3) ภารกิจด้านการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและเฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่ ได้มีการแลกเปลี่ยนการทำงานด้านความหลากหลายทางเพศ สิทธิแรงงาน และการฟ้องปิดปาก ดังนี้  3.1) ด้านการขับเคลื่อนงานด้านความเสมอภาคและความหลากหลายทางเพศ โดยสำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับภาคีในจังหวัดขอนแก่นตั้งแต่ปี 2567 และในปี 2569 ได้เป็นองค์กรร่วมจัดและเสวนาในหัวข้อด้านความหลากหลายทางเพศใน 3 จังหวัด คือ มุกดาหาร อุบลราชธานี และชัยภูมิ  3.2) ด้านสิทธิแรงงาน มีการอบรมเชิงปฏิบัติการร่วมกับองค์กรภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความรู้อาสาสมัครแรงงาน (อสร.) ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีแรงงานไปทำงานต่างประเทศสูงสุด คือ โคราช อุดรธานี และขอนแก่น จังหวัดละ 50 คน รวม 150 คน เพื่อมาช่วยป้องกันการถูกหลอกลวงจากนายหน้า รวมถึงการเข้าถึงเยียวยาให้กับแรงงานที่ได้รับผลกระทบ  3.3) การฟ้องปิดปาก เช่น กรณีนักข่าว Isaan Record ถูกฟ้อง สำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้จัดเวทีเสวนาร่วมกับสมาคมสื่อมวลชนขอนแก่นเพื่อเสวนาเรื่องเสรีภาพสืื่อ โดยเชิญผู้ถูกฟ้องคดีร่วมวงเสวนาด้วย นอกจากนี้ สำนักงาน กสม. ยังมีหนังสือไปยังกองทุนยุติธรรมเพื่อให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ให้กับนักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านแรงงานซึ่งถูกดำเนินคดีสืบเนื่องจากการในการช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการไปทำงานต่างประเทศด้วย  ช่วงท้ายการหารือ เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ได้กล่าวชื่นชมและขอบคุณในการทำงานด้านสิทธิมนุษยชนที่มีความหลากหลายในพื้นที่
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>29 มิ.ย. 2569, 09:28</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>ขอเชิญรับชมวีดิทัศน์ “ทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนไทย พ.ศ. 2568 : ภาพสะท้อนและทิศทาง”</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17269</link>

                
                <description><![CDATA[
                    ขอเชิญรับชมวีดิทัศน์ “ทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนไทย พ.ศ. 2568 : ภาพสะท้อนและทิศทาง”ซึ่งสรุปประมวลเนื้อหามาจากรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน ปี 2568 โดยรายงานผลการประเมินฯ เป็นภารกิจหนึ่งของ กสม. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 ในการเฝ้าระวังและติดตามเหตุการณ์หรือสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศอย่างต่อเนื่อง และจัดทำรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยประจำปีเพื่อเสนอต่อรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี รวมทั้งเผยแพร่ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>29 มิ.ย. 2569, 08:45</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. ร่วมบริจาคโลหิต เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17262</link>

                
                <description><![CDATA[
                    วันที่ 25 มิถุนายน 2569 เวลา 10.30 น. นางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมบริจาคโลหิต ซึ่งเป็นกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศลเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>26 มิ.ย. 2569, 15:29</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>ผู้ตรวจราชการ สำนักงาน กสม. เข้าร่วมโครงการผู้ตรวจการแผ่นดินสัญจรพบประชาชน ครั้งที่ 59</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17261</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายโกเมศ สุบงกช ผู้ตรวจราชการ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) เข้าร่วมโครงการผู้ตรวจการแผ่นดินสัญจรพบประชาชน ครั้งที่ 59 และร่วมเป็นวิทยากรการเสวนาในหัวข้อ “หน้าที่และอำนาจขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560” ร่วมกับผู้แทนจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และผู้แทนจากสำนักงานศาลปกครอง ดำเนินรายการโดย นางสาวคมขวัญ กาญจนกุญชร รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยมีเครือข่ายภาคประชาชน องค์กรเอกชน ผู้นำท้องถิ่น สื่อมวลชนและหน่วยงานภาครัฐ เข้าร่วมโครงการจำนวนกว่า 300 คน ณ อาคารปฏิบัติการโรงแรมและท่องเที่ยว ชั้น 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี  ทั้งนี้ ผู้ตรวจราชการ กล่าวถึงหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ได้แก่ (1) ตรวจสอบและรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกกรณีโดยไม่ล่าช้า และเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางที่เหมาะสมในการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่เกี่ยวข้อง (2) จัดทำรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศเสนอต่อรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี และเผยแพร่ต่อประชาชน (3) เสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคำสั่งใด ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน (4) ชี้แจงและรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้องโดยไม่ชักช้าในกรณีที่มีการรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยโดยไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม และ (5) สร้างเสริมทุกภาคส่วนของสังคมให้ตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของ กสม. ในการดำเนินงานที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และหน่วยงานทุกภาคส่วนภายในประเทศ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน เพื่อสนับสนุน ร่วมมือและขับเคลื่อนประเด็นสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ ให้เกิดความเป็นธรรมและก้าวหน้า โดยยึดถือหลักการและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากลและคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ  ในโครงการดังกล่าว สำนักงาน กสม. ได้ร่วมจัดนิทรรศการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชน หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และภารกิจของสำนักงาน กสม.
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>26 มิ.ย. 2569, 15:23</pubDate>
            </item>
                    <item>
                <title>สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคเหนือ ให้การต้อนรับคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย หารือสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในภูมิภาค</title>
                <link>https://www.nhrc.or.th/th/Information-News/17258</link>

                
                <description><![CDATA[
                    เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพื้นที่ภาคเหนือ (สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคเหนือ) ให้การต้อนรับ Mrs. Luisa Ragher เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย พร้อมคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าพบเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในพื้นที่ภาคเหนือ รวมถึงบทบาทและภารกิจในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในระดับภูมิภาค ในการหารือครั้งนี้ สำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคเหนือ ได้นำเสนอผลการดำเนินงานด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค โดยเฉพาะประเด็นการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม การแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลและสัญชาติ สิทธิในที่ดินทำกินและทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนการดำเนินงานผ่านโครงการคลินิกสิทธิมนุษยชน และความร่วมมือกับภาคประชาสังคมและหน่วยงานภาครัฐในการช่วยเหลือประชาชน นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นสิทธิมนุษยชนที่สำคัญในพื้นที่ภาคเหนือ อาทิ การเข้าถึงสิทธิในที่ดินทำกินและทรัพยากรธรรมชาติ สถานการณ์หมอกควันข้ามพรมแดนและมลพิษทางอากาศ ตลอดจนสถานการณ์ผู้ลี้ภัยและผู้หนีภัยจากการสู้รบในพื้นที่ชายแดน ในการนี้ คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยได้แสดงความชื่นชมต่อบทบาทของสำนักงาน กสม.พื้นที่ภาคเหนือ ในการประสานความร่วมมือกับภาคประชาสังคม ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งยืนยันความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนร่วมกันต่อไป
                ]]></description>

                <author>วรวรรณ เชื้อบุญ</author>
                <category>ข่าวสำนักงาน กสม.</category>

                
                <pubDate>26 มิ.ย. 2569, 15:14</pubDate>
            </item>
            </channel>
</rss> 

