Sorry, your browser does not support JavaScript!
-
A A A
+
  • youtube
  • facebook
  • English Thai
ผลการดำเนินงาน View : 78
กสม.แถลงข่าวเด่นประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 2/2566 กสม. ตรวจสอบกรณีที่ดินตาบอดของผู้สูงอายุย่านบางเขน ชี้ละเมิดสิทธิการเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน แนะ กทม. เร่งแก้ไข - เผยผลการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงระบบในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ต่อรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในรอบปี 2565
วันที่ 12 มกราคม 2566 เวลา 10.30 น. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยนายวสันต์  ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนายภาณุวัฒน์  ทองสุข ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย รักษาการ ในตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. แถลงข่าวเด่นประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 2/2566 โดยมีวาระสำคัญดังนี้
            1. กสม. ชี้กรณีที่ดินตาบอดของครอบครัวผู้สูงอายุย่านบางเขน ที่เข้าไม่ถึงน้ำประปา เป็นการละเมิดสิทธิการเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน แนะ กทม. เร่งแก้ไข
ภาพข่าว-2-66-01.jpg
            นายวสันต์  ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนเมื่อเดือนตุลาคม 2564 ระบุว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน และสร้างบ้านพักอาศัยอยู่ในเขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ต่อมาเมื่อประมาณปี 2531 เป็นต้นมา ได้มีบริษัทเอกชนเข้ามาก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรจำนวน 3 แห่ง ติดกับที่ดินของผู้ร้อง โดยปิดล้อมแนวเขตที่ดินทั้ง 4 ด้าน รวมทั้งสร้างกำแพงกั้นแนวเขต ทำให้ที่ดินของผู้ร้องเป็นที่ดินตาบอด ไม่มีทางเข้าออก ต้องปีนกำแพงของหมู่บ้านจัดสรรที่อยู่ข้างเคียงเพื่อออกไปสู่ทางสาธารณะ และยังไม่มีสาธารณูปโภค ขั้นพื้นฐาน ได้แก่ ไฟฟ้า และน้ำประปา เนื่องจากหน่วยงานในพื้นที่ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการติดตั้งระบบไฟฟ้าและวางท่อประปาผ่านหมู่บ้านจัดสรรเพื่อเข้าไปยังบ้านของผู้ร้องได้ อีกทั้งผู้ร้องและครอบครัว เป็นผู้สูงอายุทำให้ได้รับความลำบากในการดำเนินชีวิตอย่างมาก โดยก่อนหน้านี้ กสม. ได้ประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนไปยังกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการแล้ว แต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาตามการร้องเรียนได้ จึงขอให้ตรวจสอบ
            กสม. พิจารณาแล้วเห็นว่า เรื่องดังกล่าวเกี่ยวกับสิทธิของบุคคลในทรัพย์สินและสิทธิในการเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน อันเป็นสิทธิที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (ICESCR) ที่กำหนดหน้าที่ของรัฐในการจัดหรือดำเนินการให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม โดยคำนึงถึงมาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอสำหรับตนเองและครอบครัว อันรวมถึงการมีที่อยู่อาศัยที่เพียงพอ และความพร้อมของบริการสาธารณูปโภคพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ จากการตรวจสอบ ปรากฏข้อเท็จจริงสรุปประเด็นได้ดังนี้
            (1) กรณีที่ดินของผู้ร้องไม่มีทางเข้าออกสู่สาธารณะ เป็นเรื่องระหว่างเอกชนด้วยกัน และมีกฎหมายกำหนดวิธีการแก้ไขปัญหาไว้แล้ว โดยผู้ร้องเคยฟ้องต่อศาลเพื่อขอเปิดทางจำเป็นแล้ว และล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2565 ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดมีนบุรีเพื่อขอเปิดทางจำเป็นอีกครั้ง โดยศาลมีกำหนด นัดพิจารณาในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้ร้องยังต้องใช้บันไดพาดกำแพงของหมู่บ้านเพื่อใช้เป็นทางเข้าออกไปสู่ทางสาธารณะ โดยที่ผู้ร้องและครอบครัวเป็นผู้สูงอายุ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการเข้าถึงสิทธิในการได้รับบริการสาธารณสุขในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน หรือการใช้สิทธิอื่น หรือการใช้บริการของรัฐ อันอาจเกิดจากอุปสรรคในการเข้าออกที่ดิน จึงเห็นควรมีข้อเสนอแนะในการป้องกันหรือแก้ไขปัญหาไปยังสำนักงานเขตบางเขนในฐานะผู้ถูกร้อง
               (2) ปัญหาการเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานไฟฟ้าและประปา ปรากฏว่า การไฟฟ้านครหลวงเขตบางเขน ได้เข้าติดตั้งเสาและสายไฟฟ้าให้แก่ผู้ร้อง โดยพาดผ่านหมู่บ้านจัดสรร เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 แล้ว ปัจจุบันผู้ร้องจึงสามารถเข้าถึงและใช้ไฟฟ้าได้ ส่วนการเข้าถึงน้ำประปานั้น พบว่า การประปานครหลวงเขตบางเขน ไม่สามารถติดตั้งระบบน้ำประปาให้แก่ผู้ร้องได้ เนื่องจากต้องดำเนินการผ่านพื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้านจัดสรร และต้องได้รับความยินยอมจากเอกชนเป็นรายกรณี อย่างไรก็ดีเมื่อพิจารณาพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ที่บัญญัติให้ กทม. มีอำนาจหน้าที่ ในการดำเนินการเกี่ยวกับการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งกรณีนี้ สำนักงานเขตบางเขนเป็นหน่วยงานในสังกัดของ กทม. จึงต้องมีหน้าที่และอำนาจดำเนินการดังกล่าวด้วย แม้ว่าผู้ถูกร้องจะได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอให้แก้ไขปัญหาแล้ว แต่ก็ยังไม่อาจเข้าถึงระบบประปาเพื่ออุปโภคบริโภคอย่างเพียงพออันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในการดำรงชีพได้ กรณีนี้จึงเป็นการกระทำหรือละเลย การกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
            ด้วยเหตุผลข้างต้น กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2566 จึงเห็นควรมีข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนไปยังสำนักงานเขตบางเขน กทม.โดยให้ประสานกับการประปานครหลวงเขตบางเขนหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ร้องเข้าถึงระบบประปา หรือน้ำสะอาดสำหรับการอุปโภคบริโภคได้อย่างเพียงพอ และให้จัดหามาตรการเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ร้องเข้าถึงสิทธิในการได้รับบริการสาธารณสุขได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งการเข้าถึงสิทธิอื่น หรือบริการของรัฐ อันอาจเกิดจากข้อจำกัดในการเข้าออกที่ดินของผู้ร้อง ทั้งนี้ ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งรายงานผลการตรวจสอบนี้
            นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอแนะให้ กระทรวงมหาดไทยโดยกรมที่ดิน แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 เพื่อแก้ไขปัญหากรณีมีที่ดินซึ่งถูกที่ดินจัดสรรที่ได้รับอนุญาตตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2515 และพระราชบัญญัตินี้ปิดล้อมอยู่ จนไม่มีทางออกไปสู่ทางสาธารณะได้ และเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงสิทธิในสาธารณูปโภคซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในการดำรงชีพ รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 หรือกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนหรือชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบได้มีส่วนร่วมในกระบวนการขออนุญาตจัดสรรที่ดิน และให้ผู้จัดสรรที่ดินคำนึงถึงมิติการคุ้มครองและเคารพสิทธิมนุษยชนภายใต้หลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNGPs) โดยหลีกเลี่ยงการกระทำหรือการมีส่วนที่จะทำให้เกิดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
            2. กสม. เผยผลการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงระบบในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในรอบปี 2565
ภาพข่าว-2-66-02.jpg
            นายภาณุวัฒน์  ทองสุข ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. เปิดเผยว่า ในปี 2565 ที่ผ่านมา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้จัดทำข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเชิงระบบเพื่อเสนอต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 8 เรื่อง ได้แก่ (1) ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกฎหมายลำดับรองประกอบพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติป่าสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 (2) ข้อเสนอแนะกรณีการจัดให้มีห้องน้ำสาธารณะสำหรับบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (3) ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเรื่องสิทธิ ในกระบวนการยุติธรรมกรณีการดำเนินคดีล่าช้าอันเกี่ยวเนื่องกับการอายัดตัว (4) ข้อเสนอแนะกรณีสิทธิในกระบวนการยุติธรรมอันเกี่ยวเนื่องกับกระบวนการชันสูตรพลิกศพ (5) ข้อเสนอแนะกรณี สิทธิในกระบวนการยุติธรรมในชั้นสอบสวนของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (6) ข้อเสนอแนะกรณีสิทธิด้านสุขภาพและสิทธิเด็กต่อสถานการณ์การใช้กัญชาในประเทศไทย (7) ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายกรณี ร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย และ (8) ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายกรณี ร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยองค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน
            ในการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงระบบในปีที่ผ่านมาข้างต้น สำนักงาน กสม. ได้ส่งรายงานข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาแล้ว ส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง การดำเนินการหรือการสั่งการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปยังหน่วยงานภายใต้สังกัดตามข้อเสนอแนะของ กสม. สำหรับข้อเสนอแนะที่ได้รับแจ้งว่ามีการแก้ไขปัญหาแล้วอย่างเป็นรูปธรรม คือ ข้อเสนอแนะกรณี การจัดให้มีห้องน้ำสาธารณะสำหรับบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งเป็นกรณีที่ กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมากถึง 36 คำร้อง ตั้งแต่ปี 2564 – 2565 จากผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ และได้รับความไม่สะดวกจากการเข้าใช้บริการห้องน้ำในร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา หน่วยงานราชการ เช่น สถานีตำรวจ และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง ซึ่งไม่มีห้องน้ำที่เหมาะสมสำหรับบุคคลกลุ่มดังกล่าว โดย กสม. มีข้อเสนอแนะให้หน่วยงานที่ถูกร้องพิจารณาปรับปรุงห้องน้ำที่มีอยู่หรือปรับเปลี่ยนห้องน้ำบางส่วนให้เป็นห้องน้ำสำหรับบุคคลทุกเพศ (All Gender Restroom) และกำหนดแนวทางในการใช้ห้องน้ำในสถานที่ราชการโดยส่งเสริมให้บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศสามารถใช้ห้องน้ำได้ตามเพศสภาพหรืออัตลักษณ์ทางเพศตามเจตจำนงของตนได้ ซึ่งกรณีนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชนหลายแห่งได้จัดให้มีห้องน้ำสาธารณะสำหรับบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ และหรือห้องน้ำสำหรับบุคคลทุกเพศ (All Gender Restroom) แล้ว ขณะที่บางแห่งตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องดังกล่าวและอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงห้องน้ำตามนโยบายและการสั่งการของหน่วยงานที่กำกับดูแลต่อไป ส่วนหน่วยงานเอกชนบางแห่ง เช่น ห้างสรรพสินค้า แม้จะแจ้งว่าไม่อาจจัดหาสถานที่ที่เพียงพอสำหรับการสร้างห้องน้ำสำหรับบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศได้ แต่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาและยืนยันในหลักการให้ความเคารพในสิทธิความหลากหลายทางเพศ โดยระบุว่าบุคคลที่มี ความหลากหลายทางเพศสามารถเลือกใช้บริการห้องน้ำได้ตามเจตจำนงของตนเองอย่างอิสระ
            นายภาณุวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า ในปี 2565 กสม. ยังได้มีความเห็นต่อร่างกฎหมาย จำนวน 39 เรื่อง เช่น ความเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. ขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล พ.ศ. .... การแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมและคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ร่างระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน และร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนร่วม พ.ศ. .... 
            นอกจากนี้ในปีที่ผ่านมา กสม. โดยประธาน กสม. ยังได้มีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี จำนวน 12 ฉบับ เพื่อเสนอความเห็นในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเป็นรายกรณีให้แก่ประชาชน เช่น กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับบุคคลที่ออกมาใช้เสรีภาพในการเข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง มาตรการคุ้มครองสิทธิคนพิการกรณีกำหนดให้โรคจิตหรือโรคอารมณ์ผิดปกติเป็นลักษณะต้องห้ามของการเข้ารับราชการพลเรือน ขอให้สั่งการส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาการใช้พื้นที่บริเวณเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล และขอความอนุเคราะห์ชะลอการพิจารณาโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองปกาไสย จังหวัดกระบี่ เป็นต้น
            “การให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และการเสนอความเห็นต่อรัฐบาล รัฐสภา และเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอื่นนั้น เป็นหน้าที่และอำนาจของ กสม. ในฐานะสถาบันสิทธิมนุษยชนระดับชาติตามหลักการปารีส (Paris Principles) เพื่อผลักดันให้รัฐบาลให้ความสำคัญและแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในประเทศ ซึ่งหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ดำเนินการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร กฎหมายบัญญัติให้ กสม. จัดทำรายงานแจ้งไปยังคณะรัฐมนตรี และในกรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้หรือต้องใช้เวลา ในการดำเนินการให้แจ้งเหตุผลให้ กสม. ทราบโดยไม่ชักช้า ในท้ายที่สุด หากเห็นสมควร กสม. อาจเผยแพร่รายงานผลการดำเนินการของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ประชาชนทราบเป็น การทั่วไปได้ ซึ่งมาตรการดังกล่าวเป็นเครื่องมือในการติดตามและตรวจสอบผลการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ตามข้อเสนอแนะหรือความเห็นของ กสม.” นายภาณุวัฒน์ กล่าว           
สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
12 มกราคม 2566
12-01-66-แถลงข่าวเด่น-2-2566_.pdf

12/01/2566

© 2015 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเเห่งชาติ. All Right Reserved.
นโยบายเว็ปไซต์ | นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต์.

  ipv6 ready 
จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด
4724392
คน
จำนวนผู้เข้าชมวันนี้
39
คน