วันที่
ไทย English
 
  
กสม.ลงมติตัด 2 มาตรา อ้างร่างลิดรอนการทำงาน
"กสม."ลงมติตัด"2มาตรา" อ้างร่างลิดรอนการทำงาน
Source - เว็บไซต์มติชน (Th)

Tuesday, December 01, 2009 09:16

มติที่ประชุมร่วม"กสม."ตัด"ม.43 และ ม.51"ในร่าง"พ.ร.บ. กรรมการสิทธิฯ"ฉบับใหม่ออก เตรียมชงความเห็นเข้า"ครม." อ้างหากคงสองมาตราลิดรอนการทำงาน พร้อมเสนอตัดตัวแทน"ศาลปกครอง-ฎีกา"

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ประชุมร่วมกับ กสม.ชุดเก่า นักกฎหมาย และนักวิชาการ เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 30 พฤศจิกายน ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อหารือกับคณะกรรมการร่างพระราชบัญญัติกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (พ.ร.บ.กสม.) พ.ศ. ... รวมทั้งหารือและหาทางออกกรณีที่คณะกรรมการร่าง พ.ร.บ.กสม.พ.ศ...ส่งร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อนจะนำเข้าพิจารณาในคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ปรากฏว่ากฤษฎีกาได้แก้กฎหมายที่ขัดแย้งกับร่างเดิมหลายข้อ ที่ กสม.รับไม่ได้คือ มาตรา 43 ห้ามมิให้กรรมการ อนุกรรมการ และพนักงานเจ้าหน้าที่ เปิดเผยข้อเท็จจริง ที่รู้ หรือได้มา เนื่องจากการปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.นี้ เว้นแต่เป็นการเปิดเผยผลการตรวจสอบตามมติของกรรมการ หรือเปิดเผยในการดำเนินคดีของศาล และมาตรา 51 ที่ระบุว่า ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 43 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งมติที่ประชุมที่ นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ประธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นประธานได้เสนอตัดมาตรา 43 และมาตรา 51 ออก

หลังประชุม นพ.นิรันดร์ให้สัมภาษณ์ว่า มีนักกฎหมายและอดีต กสม.ที่เป็นผู้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวแสดงความคิดเห็นและให้คำแนะนำที่จะดำเนินการในมาตรา 43 และมาตรา 51 สรุปได้ว่า 1.การที่กฤษฎีกาแก้ไขให้ออกมาอย่างนี้ ถือเป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในบทบาทของ กสม.ที่ต้องเปิดเผยข้อมูลเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ ไม่สามารถปิดบังได้อยู่แล้ว 2.ภารกิจของ กสม.ไม่ใช่แค่เรื่องการตรวจสอบเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องการป้องกันการละเมิดสิทธิอีกด้วย ทั้งนี้ การถูกห้ามไม่ให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารจะไม่สามารถทำให้ กสม.ทำงานได้อย่างเต็มที่ และตัวบุคคลหรือองค์กรที่ถูกละเมิดสิทธิจะไม่ได้รับการปกป้อง หาก กสม.ต้องปกปิดข้อมูลข่าวสาร และ 3.หากการเปิดเผยข้อมูลเป็นการละเมิดสิทธิ หรือหมิ่นประมาท เรื่องนี้มีกฎหมายควบคุม สามารถฟ้องร้องกันได้ในขั้นตอนปกติ

"ทุกคนจึงเห็นพ้องกันว่าจะต้องตัดมาตรา 43 และมาตรา 51 ทิ้ง ทั้งนี้ จะให้ กสม.จะทำหนังสือถึง ครม.และจะชี้แจงถึงเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมาแล้ว เพราะหากยังมีมาตราดังกล่าวอยู่ กสม.ก็ทำงานไม่ได้เป็นการลิดรอนการทำงานของ กสม.อย่างเห็นได้ชัด" นพ.นิรันดร์กล่าว และว่า อีก 2 เรื่องที่จะเสนอ ครม.ควบคู่ คือ เสนอให้เปลี่ยนที่มาของคณะกรรมการสรรหาทั้ง 7 คน ให้ตัดตัวแทนจากที่ประชุมใหญ่ของศาลปกครอง และศาลฎีกา เป็นตัวแทนจากภาคประชาชน เรื่องนี้สามารถดำเนินการได้ทันที อาศัยกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 256 วรรคแรก เรื่องสุดท้ายคือ เรื่องกองทุน กสม.ไม่ต้องตั้งกองทุนตามที่กฤษฎีกาเสนอมาก็ได้ แต่จะต้องไปขยายมาตรา 16 อนุ 12 คือ ให้อำนาจ กสม.กำหนดการออกเบี้ยประชุม ก็ให้เติมไปว่า ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการฟ้องร้อง และค่าดำเนินการ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 257 (2) (3) (4)

นพ.นิรันดร์กล่าวว่า เร็วๆ นี้ จะประชุมฟังความคิดเห็นกับทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งหน่วยงานที่จะต้องเอาข้อมูลและข่าวสารจาก กสม.ไปใช้ประโยชน์เพื่อปกป้องสิทธิ เช่น เครือข่ายสุขภาพ องค์กรผู้บริโภค เครือข่ายสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสื่อมวลชน และขอให้ประชาชนช่วยกันส่งความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปยังรัฐบาลด้วย เพราะกฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่แค่กฎหมายของ กสม.เท่านั้น แต่เป็นกฎหมายสิทธิมนุษยชน ที่เป็นผลประโยชน์ของทุกคนโดยตรง




ที่มา: http://www.matichon.co.th/matichon
วันที่ 1 ธันวาคม 2552
 

About Us | Constitution | National Human Rights Commission Act B.E. 2542 (1999) | strategic Plan
5 Focus Areas | Complaints information | Ratified human right treaties | International Co-operation
Statements/Articles | Annual Report | Publications | News | Contact Us | Map


Office of The National Human Rights Commission of Thailand
The Government Complex Commemorating His Majesty the King's 80th BirthDay Anniversary 5th December, B.E.2550 (2007)
120 Chaengwattana Road, Laksi District, Bangkok 10210.
Tel : (66) (0)2141-3800, (0)2141-3900, Hotline : 1377 E-mail : interhr@nhrc.or.th
Best view by Microsoft Internet Explorer 6.0 with 800x600 screen resolution.