Sorry, your browser does not support JavaScript!
-
A A A
+
  • youtube
  • facebook
  • English Thai
ข่าว กสม.
ข่าว View : 8
กสม. อังคณา เปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การส่งเสริมความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนสำหรับสื่อมวลชน” ระบุสื่อต้องมีเสรีภาพบนความรับผิดชอบ
          นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้าร่วมโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การส่งเสริมความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนสำหรับสื่อมวลชน” จัดโดย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ร่วมกับ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย และแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 3-5 ธันวาคม 2561 ณ ห้องประชุมดอยหลวง โรงแรมดวงตะวัน จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องต่อประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนในการปฏิบัติงานของสื่อมวลชน และส่งเสริมให้สื่อมวลชนส่งต่อความรู้และความเข้าใจดังกล่าวไปยังสังคม เพื่อให้วัฒนธรรมการเคารพสิทธิมนุษยชนสามารถหยั่งรากลึกในสังคมไทยได้อย่างมั่นคงต่อไป
          นางอังคณา กล่าวเปิดในโครงการสัมมนาดังกล่าวสรุปว่า มีการพูดเสมอว่า “เสรีภาพสื่อ สะท้อนเสรีภาพของประชาชน” ซึ่งเสรีภาพของสื่อมวลชนมีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights : ICCPR) สื่อมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการนำเสนอเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความไม่เป็นธรรม การเลือกปฏิบัติ ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ หรือ ความไม่เสมอภาคในรูปแบบต่าง ๆ สังคมจึงคาดหวังว่าสื่อจะสามารถเป็นปากเสียงแทน อย่างรอบด้าน เที่ยงธรรมและไม่ลำเอียง ทั้งนี้ การเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ความรุนแรงเกี่ยวกับเพศ ภาพที่อาจทำให้เกิดความสะเทือนใจ หรือทำลายคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเหยื่อและครอบครัวเป็นสิ่งที่ไม่อาจจะกระทำได้ เพราะอาจทำให้เกิดความสะเทือนใจและเกลียดชังต่อสาธารณะ แต่ยังมีความย้อนแย้งหลายประการ ของการเผยแพร่ภาพดังกล่าวแม้จะได้รับความยินยอมจากญาติ แต่มีประเด็นที่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมและความชอบธรรมหรือไม่ด้วย
          นางอังคณา กล่าวต่อว่า แม้แต่การปฏิบัติหน้าที่บางอย่างของเจ้าหน้าที่ เช่น การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หรือแถลงข่าว โดยที่ผู้ถูกกล่าวหาอาจไม่มีความเต็มใจที่จะกระทำ หรือการแถลงข่าวนั้น ทำให้เกิดความทุกข์ทรมานทางจิตใจ หรือถูกย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือการที่สื่อเผยแพร่บันทึกคำให้การในศาลอย่างละเอียด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคำให้การของพยานปากอื่น ทั้งนี้ ตามหลักการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม ที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกฎหมายระหว่างประเทศต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาว่ากระทำผิดจริง จึงทำให้เกิดคำถามว่าสื่อจะมีท่าทีต่อกรณีเหล่านี้อย่างไร และเราต้องยอมรับว่าส่วนมากเมื่อมีการแถลงข่าวเช่นนี้ ผู้คนที่เสพสื่อมักจะตีตราว่าบุคคลเหล่านั้นเป็นผู้กระทำผิดจริงทั้งที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษา แล้วหากย้อนไปคิดถึงคนในครอบครัวของเขาเหล่านั้น เด็กที่ต้องไปโรงเรียน บุคคลใกล้ชิดในครอบครัวที่ยังต้องหาเลี้ยงชีพ พวกเขาเหลานั้นจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไรเมื่อถูกตีตราจากสังคมอย่างนั้น
          “สถานการณ์เสรีภาพสื่อในภูมิภาคนี้ยังน่าเป็นห่วง โดยมีภาวะคุกคามที่เด่นชัด การใช้ความรุนแรง การทำร้ายและข่มขู่นักข่าว การฟ้องร้องดำเนินคดีกฎหมายที่จำกดัเสรีภาพในการแสดงออก การแทรกแซงและมาตรการควบคุมของรัฐ อิทธิพลของทุนผ่านความเป็นเจ้าของและโฆษณา ตลอดจนการใช้เสรีภาพโดยขาดความยับยั้งทางจริยธรรมของสื่อบางกลุ่ม และความล้มเหลวของการกำกับดูแลตนเองของกลไกวิชาชีพสื่อ การทำหน้าที่ของสื่อที่เป็นการปกป้องสิทธิมนุษยชน ทำให้สื่อมวลชนหรือช่างภาพบางคนถูกยกย่องให้เป็นผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชนด้วย การสัมมนาดังกล่าวจึงได้หยิบยกประเด็นที่ท้าทายการทำหน้าที่สื่อในความรับผิดชอบต่อผู้ถูกละเมิด ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม เช่น เรื่องสิทธิชุมชน นักปกป้องสิทธิมนุษยชน หรือกรณีพนักงานบริการ เป็นต้น ซึ่งประเด็นเหล่านี้ล้วนท้าทายต่อทัศนคติ หรือความเชื่อเดิมที่เราทั้งหลายอาจเคยมี แต่เชื่อว่าการสร้างความเข้าใจใหม่บนพื้นฐานความเป็นจริงที่เราทุกคนต้องเรียนรู้ร่วมกันจะนำพาเราให้ก้าวพ้นพันธนาการทางความคิด ความเชื่อแบบเดิม ๆ ไปสู่การเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีที่มนุษย์ทุกคนพึงมีร่วมกัน” นางอังคณากล่าว
-------------------------
ขอบคุณภาพจาก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย
 

© 2015 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเเห่งชาติ. All Right Reserved.

  ipv6 ready 
จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด
1544766
คน
จำนวนผู้เข้าชมวันนี้
34
คน