Sorry, your browser does not support JavaScript!
-
A A A
+
  • youtube
  • facebook
  • English Thai
ผลการดำเนินงาน View : 19
เลขาธิการ กสม. ชื่นชม รมว. สธ. - รมช. กษ. ประกาศจุดยืนยกเลิก ‘พาราควอต’ ชงนำข้อเสนอแนะ กสม. ไปใช้เพื่อคุ้มครองสิทธิในการมีสุขภาพดีของประชาชน
เลขาธิการ กสม. ชื่นชม รมว. สธ. - รมช. กษ. ประกาศจุดยืนยกเลิก ‘พาราควอต’
ชงนำข้อเสนอแนะ กสม. ไปใช้เพื่อคุ้มครองสิทธิในการมีสุขภาพดีของประชาชน
 
          วันที่ 16 สิงหาคม 2562 นายโสพล จริงจิตร เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว. สธ.) และนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมช. กษ.) ประกาศสนับสนุนการยกเลิกการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ภายในปี 2562 นี้ ว่า สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารในรัฐบาลชุดปัจจุบันมีนโยบายยกเลิกการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด ในภาคการเกษตรมีความเกี่ยวพันโดยตรงต่อสุขภาพอนามัยและวิถีชีวิตของเกษตรกรและประชาชนทั่วไป จึงเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องดำเนินการให้ประชาชนทุกคนมีความปลอดภัย และมีสิทธิในการดำรงชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี
          ที่ผ่านมา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้มีข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมตลอดทั้งการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคำสั่งใด ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนในประเด็นการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอันตราย เช่น พาราควอต ต่อคณะรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะกรรมการวัตถุอันตราย แล้ว โดยเสนอให้กำหนดให้พาราควอตเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 มาตรา 18 คือ ห้ามมิให้มีการผลิต การนำเข้า การส่งออก หรือการมีไว้ในครอบครอง
          นายโสพล กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกมีความชัดเจนในการห้ามใช้สารเคมีพาราควอต เช่น สหภาพยุโรป ศาลแห่งสหภาพยุโรปมีคำสั่งยกเลิกการใช้พาราควอต เนื่องจากข้อกังวลด้านสุขภาพและการประเมินความปลอดภัยในสารเคมี ส่วนสหรัฐอเมริกา มีการฟ้องร้องเป็นคดีเกี่ยวเนื่องกับอันตรายต่อสุขภาพที่สืบเนื่องจากการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่มีส่วนประกอบของพาราควอต และศาลพิพากษาให้บริษัทที่ผลิตและจำหน่ายสารเคมีดังกล่าวชดใช้ค่าเสียหายเนื่องด้วยพยานหลักฐานชี้ชัดว่าปัญหาสุขภาพเกิดจากสารเคมีทางการเกษตรดังกล่าวจริง ในทวีปเอเชีย ประเทศที่ห้ามใช้แล้ว เช่น กัมพูชา จีน คูเวต ลาว เกาหลีใต้ ศรีลังกา ซีเรีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเวียดนาม ส่วนประเทศที่จำกัดการใช้ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ สำหรับประเทศไทย แม้จะยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว แต่เป็นที่น่ายินดีที่รัฐบาลในขณะนี้ได้ประกาศจุดยืนในการยกเลิกการใช้สารเคมีที่มีความเสี่ยงสูงทั้ง 3 ชนิด
          “แม้ปัจจุบันยังมีข้อโต้แย้งและไม่มีข้อยุติที่ชัดเจนว่าสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เช่น พาราควอต เป็นอันตรายต่อชีวิตหรือไม่ แต่ในมุมสิทธิมนุษยชนแล้ว สิทธิการมีชีวิตอยู่และการมีชีวิตอย่างมีคุณภาพเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ การดำเนินการใดที่จะเป็นการป้องกันความเสี่ยงและเอื้อให้ประชาชนทุกคนมีสุขภาพและได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ถือเป็นการดำเนินการที่รัฐสมควรกระทำ ดังนั้น สำนักงาน กสม. จึงขอสนับสนุนการยกเลิกการใช้สารเคมีที่อาจเป็นอันตรายดังกล่าว และขอแสดงความชื่นชมต่อรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีนโยบายชัดเจนในเรื่องดังกล่าว โดยหวังว่ารัฐบาลจะได้นำข้อเสนอแนะของ กสม. ไปพิจารณาดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป” นายโสพล กล่าว
ตามเอกสารแนบ
16/08/2562

© 2015 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเเห่งชาติ. All Right Reserved.

  ipv6 ready 
จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด
2171440
คน
จำนวนผู้เข้าชมวันนี้
0
คน