
กสม. ประชุมร่วมกับคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดระยอง และเยี่ยมสถานที่เสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิ ณ จังหวัดระยอง 21/06/2012
ในระหว่างวันที่ ๑๗-๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๕ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (นางวิสา เบ็ญจะมโน) ประธานอนุกรรมการปฏิบัติการยุทธศาสตร์ด้านเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและความเสมอภาคของบุคคล ใน กสม. ร่วมกับคณะอนุกรรมการฯ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดระยองและตรวจเยี่ยมสถานที่เสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิ ได้แก่ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน บ้านพักเด็กและครอบครัว และสถานคุ้มครองเด็กและครอบครัว จังหวัดระยอง
จากการประชุมร่วมกับคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดระยอง ซึ่งมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง (ว่าที่ร้อยตรี สุพีร์พัฒน์ จองพานิช) เป็นประธานการประชุม คณะอนุกรรมการฯ ได้รับทราบข้อมูลและสถานการณ์ด้านเด็กและเยาวชน รวมทั้ง สตรี ผู้สูงอายุ และคนพิการของจังหวัดระยอง กล่าวคือ สถานการณ์ด้านเด็กของจังหวัดไม่ว่าจะเป็นด้านความมั่นคงในครอบครัว ด้านการเรียน ด้านสุขภาพ สภาพความรุนแรงในครอบครัว สุขภาพจิต ความเสี่ยงด้านสิ่งเสพติดของเด็กอยู่ในภาวะปกติ และพบว่า ความ เสี่ยงด้านเพศสัมพันธ์ของเด็กอยู่ในสภาวะเปราะบาง ตระหนักเรื่องเพศสัมพันธ์น้อย ในขณะที่เยาวชนมีความเสี่ยงเรื่องเพศสัมพันธ์มาก มีข้อมูลการไม่เคยมีเพศสัมพันธ์อยู่ในระดับน้อย นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเด็กและเยาวชนมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม มีปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และปัญหาเด็กและเยาวชนในครอบครัวยากจนไม่มีทุนการศึกษาต่อ
คณะอนุกรรมการฯ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสาเหตุสำคัญของปัญหาของเด็กและเยาวชน ได้แก่ ปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนและปัญหายาเสพติด ได้แก่ การอยู่ในครอบครัวที่มีปัญหา ไม่อบอุ่น การขาดความยับยั้งชั่งใจ นอกจากนี้ จังหวัดระยองเป็นจังหวัดเปิดมีแรงงานอพยพมาจากจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ รวมทั้ง แรงงานต่างด้าว ซึ่งอาจเข้าไม่ถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน นอกจากนี้ การบริหารจัดการเพื่อให้ประโยชน์ในภาพรวม โดยเฉพาะกับการประสานงานระหว่างหน่วยงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังขาดความคล่องตัวและบางกรณีไม่สามารถบูรณาการกันได้ เนื่องจากติดขัดด้วยกฎระเบียบที่กำหนดไว้ รวมทั้งงบประมาณในส่วนการดำเนินงานเพื่อเด็กและเยาวชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงยังไม่เพียงพอ
ข้อที่น่าสังเกตสำหรับจังหวัดระยองที่คณะอนุกรรมการฯ เห็นว่าน่าจะเป็น Best Practice สำหรับการดำเนินงานด้านการส่งเสริม ปกป้องและคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชนก็คือการสร้างความร่วมมือและการมีการประสานงานที่มีสัมพันธภาพที่ดีระหว่างจังหวัดและธุรกิจเอกชนในจังหวัด มีเจ้าของธุรกิจในจังหวัดระยอง เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ร้านเบเกอรี่ รับเด็กที่เป็นกลุ่มเสี่ยงซึ่งเคยเข้ารับการอบรมในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเข้าทำงานด้วย
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอจากทางจังหวัดที่ขอให้ทาง กสม. ช่วยเสนอให้เพิ่มผู้แทนกระทรวงวัฒนธรรมเป็นองค์ประกอบหนึ่งในคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดด้วย
จากการตรวจเยี่ยมสถานที่เสี่ยงต่อการถูกละเมิดสิทธิ ซึ่งประกอบด้วย
๑. สถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กภาคตะวันออก จังหวัดระยอง
ที่ตั้ง เลขที่ ๓๑๘ ถนนสุขุมวิท ตำบล ห้วยโป่ง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ซึ่งให้การ
สงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพฟื้นฟูและพัฒนาแก่เด็กชายหญิง อายุระหว่าง ๖-๑๘ ปี ซึ่งประสบปัญหาเป็นผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ได้แก่ เด็กเร่ร่อนหรือเด็กกำพร้า เด็กที่ถูกทอดทิ้งหรือพลัดหลง เด็กที่ผู้ปกครองไม่สามารถอุปการะเลี้ยงดูได้ด้วยเหตุใดๆ เช่น ถูกจำคุก กักขัง เด็กที่ผู้ปกครองมีพฤติกรรมหรือประกอบอาชีพไม่เหมาะสมอันอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางร่างกายหรือจิตใจของเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแล เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูโดยมิชอบ ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เด็กที่อยู่ในสภาพยากลำบาก เด็กที่ถูกทารุณกรรม เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด เด็กที่มีปัญหาพฤติกรรม เด็กที่ศาลมีคำสั่งให้เข้ารับการสงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพตาม พรบ. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓
๒. บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยอง
ที่ตั้งเลขที่ ๓๑๘ ถนนสุขุมวิท ตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง
ให้บริการกลุ่มเป้าหมายเด็กเร่ร่อน หรือเด็กกำพร้า เด็กที่ถูกถอดทิ้งหรือพลัดหลง เด็ก สตรี ถูกทารุณกรรม ตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ เด็ก สตรี ที่ถูกล่อลวง ชักจูง ค้าบริการทางเพศ เด็กที่ผู้ปกครองไม่สามารถอุปการะเลี้ยงดูได้ด้วยเหตุผลใดๆ เช่น ถูกจำคุก กักขัง พิการ ทุพพลภาพ เจ็บป่วยเรื้อรัง ยากจน เป็นผู้เยาว์ หย่า ถูกทิ้งร้าง เป็นโรคจิตหรือโรคประสาท เด็กที่ได้รับเลี้ยงดูโดยมิชอบ ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำ หรือแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ เด็กที่ประพฤติตนไม่เหมาะสม และบุคคลที่ไม่ประสบปัญหาสังคมอื่นๆ
จากการตรวจเยี่ยม คณะอนุกรรมการฯ พบว่า สภาพทางกายภาพเป็นไปตามมาตรฐานที่มีคณะกรรมการกำกับดูแลโดยเฉพาะ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารฯได้แจ้งว่า สภาพและสิ่งแวดล้อมอยู่ในความเสี่ยงต่อสุขภาพเนื่องจากอยู่ใกล้บริเวณนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด สำหรับการดำเนินงานเป็นไปตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ และ พรบ. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ และได้ดำเนินการตามพื้นที่น่าอยู่สำหรับเด็ก ประกอบด้วย พื้นที่เด็กมีส่วนร่วม ปลอดภัย สุขภาพ ครอบครัว เรียนรู้ สิทธิเด็ก และสร้างสรรค์ รวมทั้ง ได้ดำเนินการตามมาตรฐานที่ได้กำหนดไว้ ได้แก่ มาตรฐานองค์กรและการบริหารจัดการ มาตรฐานบุคลากร มาตรฐานสภาพแวดล้อม มาตรฐานบริการและกิจกรรมสำหรับเด็ก และมาตรฐานการพัฒนาเด็ก
สำหรับปัญหาอุปสรรค ก็คือ การขาดบุคลากร ซึ่งมีเป็นจำนวนน้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนเด็กที่ต้องรับผิดชอบดูแล
๓. สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
ที่ตั้ง ๑๔๔/๑ หมู่ ๒ ถนนสุขุมวิท ตำบล เนินพระ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง
จากการตรวจเยี่ยมพบว่า สภาพทางกายภาพเป็นไปตามมาตรฐานที่มีคณะกรรมการกำกับดูแล และการดำเนินการเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาสำหรับเด็กและเยาวชน กล่าวคือ การแก้ไขให้เด็กและเยาวชนกลับตนเป็นคนดี โดยมุ่งไปในทางสงเคราะห์ให้เด็กได้มีโอกาสแก้ไขความประพฤติและปรับตัว โดยสาเหตุการกระทำผิดเกิดจากพื้นฐานทางสภาพร่างกายและจิตใจของเด็ก ปัญหาครอบครัว สภาพแวดล้อมทางสังคม สาเหตุทางเศรษฐกิจ รวมทั้งการเรียนรู้การกระทำผิดจากผู้อื่น ทั้งนี้ อาจมิใช่สาเหตุหนึ่งสาเหตุใดโดยเฉพาะแต่เป็นเพราะหลายสาเหตุประกอบกัน การปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชนดังกล่าวจึงจำเป็นต้องดำเนินการโดยสุขุมรอบคอบ ด้วยการพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมสภาพทางบ้านและครอบครัว ตลอดจนสภาพร่างกายและจิตใจ เพื่อวิเคราะห์และได้ทราบถึงมูลเหตุแห่งการกระทำผิด รวมทั้งหาทางสงเคราะห์อบรมแก้ไขด้วยวิธีการต่างๆ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ
นอกจากนี้ การดำเนินการยังคำนึงถึงสิทธิของเด็กและเยาวชนในขั้นตอน ตั้งแต่การถูกจับกุมและถูกควบคุมตัว การรับตัว การอภิบาลดูแล กิจกรรมบำบัด แก้ไข ฟื้นฟู จัดให้ญาติเข้าเยี่ยม ผู้ปกครองเข้าร่วมกิจกรรม มีการนำเด็กไปบำเพ็ญประโยชน์ภายนอก มีการสร้างเครือข่ายชุมชนมีส่วนร่วม
สำหรับปัญหา/อุปสรรค เนื่องจากสถานพินิจฯ ต้องใช้พื้นที่และบุคลากรร่วมกับศูนย์ฝึกฯ จึงทำให้ไม่เป็นสัดส่วน และสถานที่จัดกิจกรรมไม่เพียงพอ
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ ได้ตั้งข้อสังเกตว่าจำนวนเด็กและเยาวชนที่อยู่ในความดูแล ซึ่งเป็นข้อมูล ณ วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๕ มีเพียง ๑๗ ราย แบ่งเป็นชาย ๑๓ รายและหญิง ๔ ราย ซึ่งเป็นจำนวนน้อยกว่าที่สถานพินิจฯ เคยรองรับ โดยได้รับทราบว่าอาจเป็นผลมาจากอยู่ในระหว่างระยะเวลาต่อเนื่องกับการประกาศใช้ พรบ. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓
๔. ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต ๑ จังหวัดระยอง
ที่ตั้ง เลขที่ 144/1 หมู่ 2 ตำบลเนินพระ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง
จากการตรวจเยี่ยม คณะอนุกรรมการฯ พบว่า สภาพทางกายภาพเป็นไปตามมาตรฐานที่มีคณะกรรมการกำกับดูแล จำนวนเด็กและเยาวชนที่อยู่ในศูนย์ฯ มีจำนวน ๕๙๘ คน แบ่งเป็นชายจำนวน ๕๓๘ คน และหญิง ๖๐ คน ส่วนมากเป็นคดีเกี่ยวกับทรัพย์ ยาเสพติด และเกี่ยวกับเพศ ตามลำดับ คณะอนุกรรมการฯ เห็นว่าได้มีการเคารพสิทธิทุกกระบวนการฝึกอบรมทั้ง ๓ ขั้นตอน ได้แก่ ๑) ขั้นแรกรับตัว ๒) ขั้นบำบัดแก้ไขฟื้นฟู และ ๓) ขั้นเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย มีการจัดให้เด็กและเยาวชนมีครูที่ปรึกษาและพบครูที่ปรึกษา มีการกำหนดให้ญาติเยี่ยม เยี่ยมผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรน และการลาเยี่ยมบ้าน มีคณะกรรมการสหวิชาชีพ ซึ่งประกอบด้วย ด้านจิตวิทยา สังคมสงเคราะห์ สาธารณสุขและการศึกษา
สำหรับปัญหาและอุปสรรค ได้แก่ การขาดอัตรากำลัง เช่น ขาดอัตรากำลังข้าราชการหน่วยสามัญ อัตรากำลังเจ้าหน้าที่ในการบำบัดแก้ไขฟื้นฟูไม่เพียงพอต่อการบริหารจัดการ ครูที่รับผิดชอบในแต่ละหน่วยวิชาชีพมีเพียง 1 คน/1 หน่วย ตามมาตรฐานต้องมีครูรับผิดชอบ หน่วยละ 2 คน ขาดทรัพยากรในการดำเนินงาน เช่น รถยนต์/พนักงานขับรถยนต์ไม่เพียงพอ เนื่องจากหน่วยงานมีภารกิจส่งเด็กเยาวชนไปยังศาลฯจังหวัดต่างๆ รับส่งเด็กออกไปทำโครงการ/กิจกรรมภายนอกเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย การรับส่งเจ้าหน้าที่ติดต่อราชการกับหน่วยงานต่างๆ งบประมาณไม่เพียงพอ และผู้ปกครองบางรายไม่ให้ความร่วมมือในการบำบัดแก้ไขเด็กและเยาวชน เช่น มีการนำสิ่งของผิดระเบียบลักลอบให้เยาวชนขณะมีการเยี่ยมญาติ หรือเมื่อเยาวชนได้ลาเยี่ยมบ้าน
ภายหลังการประชุมร่วมและตรวจเยี่ยมดังกล่าวแล้ว มีกำหนดจะลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมสถานที่เสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิ ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเมื่อดำเนินการได้ตามแผนที่กำหนดการประชุมร่วมและตรวจเยี่ยมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ จะได้นำสถานการณ์และข้อค้นพบที่ได้มาประมวลเป็นข้อมูล เพื่อประกอบการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายต่อไป






















