| |
|
|
 |
กลไกสิทธิมนุษยชนในระบบสหประชาชาติ |
|

องค์การสหประชาชาติเป็นต้นกำเนิดสำคัญในการกำหนดมาตรฐานสากลและได้จัดตั้งกลไกในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศหลายรูปแบบ ซึ่งมีผลผูกพันต่อประเทศสมาชิก รวมทั้งประเทศไทย หลักการหรือแนวคิดสิทธิมนุษยชนมีบทบาทต่อองค์การสหประชาชาตินับตั้งแต่การก่อตั้งองค์การ โดยปรากฏอยู่ในมาตราต่างๆ ของกฎบัตรสหประชาชาติ หลังจากนั้น ได้มีการร่างปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และตราสารหลักด้านสิทธิมนุษยชนต่างๆ ของสหประชาชาติ กลไกด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติที่จัดตั้งขึ้นทั้งโดยกฎบัตรสหประชาชาติ ตราสารต่างๆ และกลไกอื่นๆ ของสหประชาติ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อกำหนดมาตรฐานสากล ตลอดจนการตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลด้านสิทธิมนุษยชนที่กำหนดไว้ ซึ่งแต่ละกลไกต่างมีจุดแข็งและจุดอ่อนที่แตกต่างกันไป ในขณะเดียวกัน สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และองค์การเอกชนได้มีบทบาทที่ทวีความสำคัญในการดำเนินงานของสหประชาชาติด้านสิทธิมนุษยชน นอกเหนือจากกลไกที่จัดตั้งขึ้นในระบบสหประชาชาติ
|
| |
ท่านต้องทำอย่างไร…หากมีหน้าที่ในการใช้กำลังและอาวุธปืน |
| |
การใช้กำลังและอาวุธปืนของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายเป็นเรื่องที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างมาก ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ว่าทำอย่างไร จึงจะให้เกิดการตัดสินใจที่เหมาะสมเมื่อต้องใช้กำลังและอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และไม่เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น การใช้กำลังและอาวุธปืนประเภทต่างๆ จะต้องเป็นไปตามความเหมาะสม ไม่ใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ ด้วยเหตุดังกล่าว การประชุมขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิด ครั้งที่ 8 ณ กรุงฮาวานา ประเทศคิวบา เมื่อ ค.ศ. 1990 จึงได้รับรองหลักการพื้นฐานว่าด้วยการใช้กำลังและอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ที่บังคับใช้กฎหมาย ซึ่งได้กำหนดมาตรฐานที่พึงปฏิบัติดังกล่าว รวมถึงการป้องกันอย่างเป็นระบบ เช่น การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ ระเบียบในการเก็บและเบิกอาวุธปืน การรายงานเมื่อมีการใช้อาวุธปืน เป็นต้น และสหประชาชาติได้ถือเป็นมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง
|
| |
สิทธิของผู้ป่วยทางจิต |
| |
สมัชชาใหญ่สหประชาชาติได้รับรอง "หลักการว่าด้วยการคุ้มครองผู้ป่วยทางจิตและการปรับปรุงการดูแลสุขภาพจิต" เมื่อ พ.ศ. 2534 ซึ่งกล่าวถึงการดูแลรักษาผู้ป่วยทางจิตในมุมมองของการเคารพหลักสิทธิมนุษยชน โดยได้กล่าวถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน รวมถึงระบบและแนวปฏิบัติที่สถาบันและบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการดูแลผู้ป่วยทางจิตควรคำนึงถึง เพื่อให้มั่นใจว่าการดูแลรักษาเป็นไปเพื่อผลประโยชน์สูงสุดและการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ป่วย ทั้งนี้ บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 โดยเฉพาะมาตรา 30 ก็ได้กล่าวถึงความเสมอภาคของบุคคลตามกฎหมายและการไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องต่างๆ อันรวมถึงสภาพทางกายหรือสุขภาพ และมาตรา 52 ยังได้บัญญัติเกี่ยวกับสิทธิที่เสมอกันของบุคคลในการรับบริการทางสาธารณสุขที่ได้มาตรฐาน
|
| |
สิทธิในการพัฒนา |
| |
สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้รับรอง "ปฏิญญาว่าด้วยสิทธิในการพัฒนา" เมื่อ พ.ศ. 2529 โดยมีสาระสำคัญคือ การพัฒนามีความสัมพันธ์กับการเคารพสิทธิมนุษยชนที่จะต้องให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วม ให้การสนับสนุน และได้รับประโยชน์จากการพัฒนาอย่างเป็นธรรม เพื่อมุ่งให้การพัฒนาส่งผลต่อความอยู่ดีกินดีอย่างยั่งยืน เกิดการพัฒนาศักยภาพและทางเลือกให้กับบุคคลทุกคน ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ในหมวดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ก็ได้กำหนดเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่เคารพต่อสิทธิของประชาชนและมีความเป็นธรรมไว้ในหลายมาตรา
|
| |
การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลในคอมพิวเตอร์ |
| |
สมัชชาใหญ่สหประชาชาติได้รับรอง "แนวทางเพื่อควบคุมแฟ้มข้อมูลส่วนบุคคลในระบบคอมพิวเตอร์" เมื่อ พ.ศ. 2533 โดยกล่าวถึงการเคารพสิทธิของบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนตัว เมื่อมีการรวบรวมจัดเก็บฐานข้อมูลโดยองค์กรหนึ่งใด ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวต้องคำนึงถึงหลักการสำคัญ 5 ข้อ ได้แก่ หลักการว่าด้วยการเป็นไปตามกฎหมายและความเป็นธรรม หลักการแห่งความถูกต้องแม่นยำ หลักการว่าด้วยความจำเพาะของจุดประสงค์ หลักการว่าด้วยการเข้าถึงข้อมูลของบุคคลที่มีส่วนได้เสีย และหลักการว่าด้วยการไม่เลือกปฏิบัติ
|