ปฏิทิน กิจกรรม


นางวิสา เบ็ญจะมโน ร่วมเป็นวิทยากรเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพิธีสารเลือกรับ

นางวิสา เบ็ญจะมโน ร่วมเป็นวิทยากรเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพิธีสารเลือกรับ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๕ ณ โรงแรมปริ้นซ์พาเลซ นางวิสา เบ็ญจะมโน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานอนุกรรมการปฏิบัติยุทธศาสตร์ด้านเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและความเสมอภาคของบุคคล ได้ร่วมเป็นวิทยากรในการประชุมเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ พิธีสารเลือกรับอนุสัญญาว่าด้วยคนพิการ เรื่อง “ความเป็นมา ความสำคัญของพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ และความพร้อมของประเทศไทยในการให้สัตยาบันต่อพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาว่า ด้วยสิทธิคนพิการ” ร่วมกับศาสตราจารย์วิทิต มันตาภรณ์ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา และนางสาวแคทรียา ปทุมรส กรมองค์การระหว่างประเทศ ซึ่งจัดโดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต

คนพิการแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สาระสำคัญของการประชุมสรุปได้ ดังนี้

ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาว่าด้วยสิทธิของคนพิการ เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๑ และอนุสัญญามีผลบังคับใช้กับประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๑ โดยสาระสำคัญของอนุสัญญาฯ คือ รัฐภาคีมีพันธกรณีที่จะต้องขจัดการเลือกปฏิบัติต่อคนพิการในทุกรูปแบบ ทั้งในด้านกฎหมาย การปกครอง และการปฏิบัติต่างๆ ซึ่งรวมถึง การกำหนดมาตรการที่เหมาะสมเพื่อประกันการเข้าถึงและการใช้ประโยชน์อย่างเท่า เทียมกันของคนพิการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมทางกายภาพ การขนส่ง ข้อมูลข่าวสารและบริการสาธารณะ การรักษาพยาบาล การประกันสิทธิและโอกาสที่จะมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างเท่าเทียมกับบุคคล ทั่วไป

การที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ในการส่ง เสริมและคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีของคนพิการให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นการยืนยันความสำคัญที่ไทยให้การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เพราะอนุสัญญาฉบับนี้เป็นหนึ่งในอนุสัญญาเฉพาะด้านเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ซึ่งไม่ได้กำหนดสิทธิมนุษยชนใหม่ไปกว่าอนุสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษย ชนที่เข้าร่วมเป็นภาคีแล้วแต่อย่างใด

ปัจจุบันมีการลงนามพิธีสารเลือกรับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการแล้วจำนวน ๙๐ ประเทศ และให้สัตยาบันพิธีสารจำนวน ๖๓ ประเทศ สำหรับประเทศไทยยังมิได้มีการลงนามและให้สัตยาบันพิธีสารดังกล่าว

กลไกการทำงานของพิธีสารเลือกรับนั้นคือ ก่อนจะมีการร้องเรียนไปยังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติได้จะต้อง ผ่านเงื่อนไขสำคัญ คือ บุคคลที่เป็นผู้ร้องนั้นจะต้องพึ่งพากระบวนการยุติธรรมภายในของประเทศของตน อย่างเสร็จสิ้นกระบวนความเสียก่อน
พิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ เป็นการระบุถึงประเด็นที่มิได้กล่าวถึงในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิของคนพิการ คือ กระบวนการรับเรื่องร้องเรียนและกระบวนการไต่สวน โดยมีเงื่อนไขที่ว่า รัฐภาคีที่ถูกร้องเรียนนั้น ต้องยอมรับอำนาจของคณะกรรมการสิทธิคนพิการในการพิจารณารับเรื่องร้องเรียน หรือข้อเรียกร้อง และคณะกรรมการสามารถร้องขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือให้ข้อเสนอแนะแก่รัฐภาคีได้ นอกจากนี้รัฐภาคีจะต้องอนุญาตให้คณะกรรมการเข้าตรวจสอบ รายงานผล และทำข้อเสนอแนะในเรื่องการกระทำละเมิดอย่างร้ายแรงและเป็นระบบภายใต้ อนุสัญญา ทั้งนี้รัฐภาคีของอนุสัญญาจะเลือกลงนามหรือให้สัตยาบันในพิธีสารหรือไม่ก็ ได้

สำหรับผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากการเข้าเป็นภาคีดังกล่าว คือ คนพิการไทย เพราะว่าการเข้าเป็นภาคีพิธีสารเลือกรับนี้จะเป็นการเปิดช่องทางอีกทางหนึ่ง ให้แก่คนพิการที่ถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพตามที่ได้รับรองไว้ในอนุสัญญาว่า ด้วยสิทธิคนพิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการ ยุติธรรม ดังนั้น การเข้าเป็นภาคีพิธีสารเลือกรับนี้จึงเท่ากับเป็นกายกระดับการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพของคนพิการไทยให้ทัดเทียมกับมาตรฐานระหว่างประเทศ และเป็นการตรวจสอบการตีความและการให้เหตุผลทางกฎหมายของศาลไทยอีกด้วย
23 เมษายน 2555
โดย :

       

แสดงความคิดเห็น

ชื่อผู้ตั้งกระทู้ : *
อีเมลล์ : *
รายละเอียด : *
กรุณาใส่รหัสเพื่อยืนยัน : *
Captcha image
ต้องการเปลี่ยนตัวอักษรคลิกที่รูปภาพ
  * จำเป็นต้องกรอก
   
  nhrc