



UN ESCAP เชิญประธาน กสม. กล่าวถ้อยแถลงในงานวันสตรีสากล
เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2555 ศาสตราจารย์อมรา พงศาพิชญ์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้รับเชิญจาก UN ESCAP ให้เป็นผู้กล่าว Closing Remarks เนื่องในงานวันสตรีสากล ประจำปี 2555 ที่จัดขึ้น ณ ห้องประชุม 301 – 302 ตึกมหาจักรีสิรินธร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยงานวันสตรีสากลดังกล่าวมีแนวคิดหลัก ได้แก่ บทบาทผู้นำเยาวชนยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี โดยมีกิจกรรมสำคัญได้แก่ การอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในระหว่างผู้นำเยาวชนในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิกในเรื่องบทบาทของผู้นำเยาวชนในการยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี
คำกล่าวของ ศ. อมรา พงศาพิชญ์ ประธาน กสม. สรุปได้ว่า
“ดิฉันมีความยินดีอย่างอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาร่วมการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันสตรีสากล 8 มีนาคม ประจำปี 2555 ในวันนี้ และยิ่งรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้มีโอกาสรับฟัง เสียงเยาวชนที่แสดงเจตนารมณ์ในการยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี โดยส่วนตัวดิฉันเองเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าเยาวชนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญที่จะช่วยหยุดหรือขจัดความรุนแรงต่อสตรี”
นอกจากนั้น ประธาน กสม. ยังได้กล่าวถึงประสบการณ์การมีส่วนร่วมดำเนินการเพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชนของสตรี นับตั้งแต่การประกาศเริ่มทศวรรษการพัฒนาสตรีในการประชุมสตรีระดับโลก ครั้งแรก ณ ประเทศเม็กซิโก และได้มีโอกาสเข้าร่วมการประชุมสตรีระดับโลก ครั้งที่ ๓ และ ๔ ณ กรุงไนโรบี และกรุงปักกิ่งตามลำดับ และได้กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อปี 1993 ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติได้ให้สัตยาบันแผนปฏิบัติการเวียนนาเพื่อยุติความรุนแรงต่อสตรี และในปีเดียวกันนั่นเอง แผนปฏิบัติการปักกิ่งก็ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องความรุนแรงต่อสตรีด้วย
นอกจากนั้น ยังได้กล่าวถึงประสบการณ์ การดำเนินงานเกี่ยวกับปัญหาความรุนแรงต่อสตรีสำหรับประเทศไทยว่า
“ ในปี 2001 ได้มีการณรงค์ให้ยุติความรุนแรงต่อสตรีในรูปแบบของการศึกษาวิจัย ตลอดจนการจัดการประชุม สัมมนา ต่างๆ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว ได้เข้าร่วมโครงการการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพสตรีและครอบครัว ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก CDA โดยมีสถาบันการศึกษาที่ร่วมดำเนินการ ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ทั้งนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ศึกษาโดยการจัดสนทนากลุ่มคู่สมรสวัยเยาว์ ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี โดยรูปแบบการศึกษามีทั้งในรูปแบบแยกการสนทนากลุ่มหญิงและชาย เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัว รวมทั้งการจัดให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาครอบครัวและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในครอบครัวระหว่างคู่สามีภรรยา”
ในโครงการศึกษาวิจัยดังกล่าวกล่าวได้ว่า เป็นครั้งแรกที่ทั้งหญิงและชายเรียนรู้และเข้าใจว่าไม่ใช่เฉพาะตนเองที่มีปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว และเริ่มที่จะผ่อนคลาย ไม่ปิดบังซ่อนเร้นปัญหานี้ไว้
สำหรับวันนี้ ได้มีโอกาสรับฟังข้อคิดเห็นจากกลุ่มเยาวชน ซึ่งเห็นได้ว่าปัจจุบันปัญหาครอบครัวและความรุนแรงในครอบครัวเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วไป ซึ่งเยาวชนในฐานะสมาชิกในครอบครัวจะมีบทบาทในการป้องกัน ลด และสร้างความปรองดอง ซึ่งถือว่าเป็นบทบาทเชิงรุกที่สำคัญของเยาวชนในการยุติปัญหาความรุนแรงต่อสตรี รวมทั้งปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว ขอให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญในบทบาทนี้ที่จะมีส่วนร่วมสร้างสังคมให้เป็นสังคมที่ปราศจากความรุนแรง
วันที่ 9 มีนาคม 2555
15 มีนาคม 2555

































