บริหารจัดการแรงงานต่างด้าว ตั้งศูนย์พิสูจน์สัญชาติ 5 แห่ง 18.04.12

บริหารจัดการแรงงานต่างด้าว ตั้งศูนย์พิสูจน์สัญชาติ 5 แห่ง
Source - ประชาชาติธุรกิจ (Th)

Wednesday, April 18, 2012  04:09

          เนื่องจากขณะนี้ประชากรแรงงานต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย ทั้งสัญชาติพม่า, ลาว และกัมพูชามีเป็นจำนวนมาก และมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งต้องยอมรับว่าปัญหาหนึ่งที่จะส่งผลกระทบต่อนายจ้างโดยตรงคือการนำเข้าแรงงานที่หลบหนีเข้าเมือง หรืออีกนัยหนึ่งคือการใช้แรงงานที่ผิดกฎหมาย

          ดังนั้น เพื่อเป็นการกระจายการรับรู้และความเข้าใจร่วมกัน กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน, โครงการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิแรงงานข้ามชาติ, องค์การแรงงานระหว่างประเทศ, องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐานและเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ จึงจัดเวทีประชุมชี้แจงเรื่อง"แนวทางการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชา ปี 2555"

          การบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวในปีนี้ตามที่ "ภัทรวุธ เภอแสละ" นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ กรมการ จัดหางาน กระทรวงแรงงาน ได้อ้างมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่13 กุมภาพันธ์ 2555 มีความเห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้แรงงานต่างด้าวทั้ง 3 สัญชาติ เข้าทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

          "ภัทรวุธ" บอกว่า การบริหารแรงงานต่างด้าว ต้องอาศัยหน่วยงานจากคณะกรรมการบริหารแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ในการกำหนดแนวทางหรือนโยบายการดำเนินการที่เป็นขั้นตอน และถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งแต่การเปิดจดทะเบียนผ่อนผัน การปรับเปลี่ยน สถานะให้เป็นผู้เข้าเมืองถูกกฎหมาย รวมถึงการนำเข้าแรงงานต่างด้าวรายใหม่อย่างถูกกฎหมายด้วย

          "ตามมติ ครม.เห็นชอบประกาศให้ 1.ขยายระยะเวลาการผ่อนผันให้อยู่ในราชอาณาจักรแก่แรงงานต่างด้าวตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่19 มกราคม 2553 ให้อยู่ได้จนถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2555 และ 2.ให้ดำเนินการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวที่ได้รับการผ่อนผันตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่26 เมษายน 2554 ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 14 มิถุนายน 2555 และ 3.ลดอัตราค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา (Visa) จากอัตราปกติ 2,000 บาท เหลือ 500 บาท เป็นระยะเวลา 4 ปี 4.ขยายเวลาการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนเพื่อส่งคนต่างด้าวกลับออกนอกราชอาณาจักรออกไปอีก 1 ปี"

          "ส่วนการดำเนินการของแรงงานต่างด้าวที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ แบ่งออกเป็นกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ได้รับการผ่อนผันตามมติ ครม.เมื่อวันที่19 มกราคม 2553 ในส่วนนี้แรงงานต่างด้าวจะต้องดำเนินการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตทำงาน (ตท.8) ก่อนรับการตรวจสุขภาพ จากนั้นกรอกแบบพิสูจน์สัญชาติ และเข้ารับการพิสูจน์สัญชาติภายในระยะเวลาที่กำหนด และเมื่อได้รับหนังสือเดินทางแล้วให้ยื่นขออนุญาตทำงานใหม่(ตท.2) ได้"

          "อีกกลุ่มของแรงงานต่างด้าวที่ได้ขึ้นทะเบียนไปตามมติ ครม.ไปเมื่อวันที่26 เมษายน 2554 ในส่วนนี้ไม่ต้องต่ออายุการทำงาน เนื่องจากใบอนุญาตทำงานจะหมดอายุในวันที่ 14 มิถุนายน 2555 แต่สิ่งที่แรงงานต่างด้าวในกลุ่มนี้จะต้องดำเนินการคือการพิสูจน์สัญชาติเพียง อย่างเดียว โดยจะต้องกรอกแบบพิสูจน์สัญชาติ และเข้ารับการพิสูจน์สัญชาติ ตามระยะเวลาที่กำหนด เมื่อได้รับหนังสือเดินทางแล้ว ให้ยื่นขออนุญาตทำงานใหม่ (ตท.2) เช่นเดียวกัน"

          ส่วนรายละเอียดขั้นตอนของการพิสูจน์สัญชาติ โดยเฉพาะสัญชาติพม่าใน ครั้งนี้ "ภัทรวุธ" บอกว่า ทางการพม่ากำหนดให้แรงงานจะต้องกรอกแบบ พิสูจน์สัญชาติเป็นภาษาพม่าและภาษาอังกฤษเท่านั้น หลังจากนั้นรวบรวมแบบพิสูจน์สัญชาติและบันทึกข้อมูล ในปีนี้การส่งผ่านข้อมูลของแรงงานพม่าจะส่งโดยผ่านระบบคอมพิวเตอร์ เมื่อข้อมูลถูกบันทึกลงระบบแล้ว ทางการพม่าสามารถตรวจสอบได้ทันทีว่าข้อมูลนั้นถูกต้องหรือไม่

          แล้วจึงยืนยันตอบกลับผ่านทางระบบ จากนั้นกรมการจัดหางานต้องตรวจสอบรายชื่อแรงงานต่างด้าวที่ทางการพม่าส่งมาว่าได้ยื่นขอรับใบอนุญาตทำ งานหรือไม่ก่อนจะยืนยันข้อมูลลงในระบบ และเมื่อได้รับการนัดหมายวันและเวลาแล้ว ให้นายจ้างพาแรงงานต่างด้าวไปรับหนังสือเดินทางที่ศูนย์พิสูจน์สัญชาติได้

          "ขณะนี้จากการตกลงร่วมกันกับทางการพม่าได้จัดตั้งศูนย์พิสูจน์สัญชาติใหม่อีก 5 แห่ง ประกอบด้วย 1.ศูนย์พิสูจน์สัญชาติเขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร 2.สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี 3.ศูนย์ชุมชนโครงการบ้านเอื้ออาทรสมุทรสาคร 4.ศูนย์พิสูจน์สัญชาติอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ และ 5.ศูนย์พิสูจน์สัญชาติอำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี"

          "หลังจากเมื่อเจ้าหน้าที่ทางการพม่าออกหนังสือเดินทางชั่วคราวให้แก่แรงงานต่างด้าวแล้ว แรงงานต่างด้าวจะต้องไปพบเจ้าหน้าที่ ตม.เพื่อตรวจลงตรา(Visa) และประทับตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร หลังจากนั้นจะต้องไปแจ้งผลการพิสูจน์สัญชาติต่อเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางานก่อนได้รับการเข้าตรวจสุขภาพ จึงสามารยื่นคำขออนุญาตทำงานใหม่ได้ภายใน 15 วัน"

          ส่วนเรื่องการขออณุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเพื่อการทำงาน"ภัทรวุธ" บอกว่า ให้อนุญาตเป็นเวลา 2 ปี เมื่อครบกำหนด 2 ปี สามารถขอต่ออนุญาตการทำงานได้อีกครั้งเดียวเป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี และเมื่อทำงานครบทั้งสิ้น4 ปี จะต้องเดินทางกลับประเทศไปพักเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี จึงจะเดินทางกลับเข้ามาทำงานใหม่ได้ นี่ถือเป็นข้อตกลงร่วมกัน (MOU) ของทั้ง 3 ประเทศ

          "สิ่งสำคัญที่นายจ้างจะต้องมีหน้าที่ปฏิบัติ คือจะต้องทำหนังสือสัญญาจ้างแรงงานต่างด้าวตามแบบที่กำหนด พร้อมทั้งพาแรงงานต่างด้าวของตนไปขอ อนุญาตทำงานให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ที่สำคัญจะต้องปฏิบัติต่อคนต่างด้าวตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน"

          "เช่นเดียวกันสิ่งที่แรงงานต่างด้าวต้องปฏิบัติ คือจะต้องทำงานให้ตรงกับประเภท หรือลักษณะงานที่ได้รับอนุญาต โดยจะต้องมีใบอนุญาตทำงานอยู่กับตัว หรืออยู่ในสถานที่ทำงาน และจะต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ของกฎหมายด้วย"

          ดังนั้น หากทั้งนายจ้างและลูกจ้างมีความเข้าใจที่ถูกต้องระหว่างกัน เชื่อว่าการนำเอาแรงงานต่างชาติเข้ามาคงจะไม่เกิดปัญหา หากมีการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวที่ดีและถูกกฎหมาย

          สิ่งสำคัญที่นายจ้างจะต้องปฏิบัติ คือทำหนังสือสัญญาจ้างแรงงานต่างด้าวตามแบบที่กำหนด พร้อมทั้งพาไปขออนุญาต ที่สำคัญต้องปฏิบัติต่อคนต่างด้าวตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 19 - 22 เม.ย. 2555--